Tense ในภาษาอังกฤษสำหรับการฝึกสนทนา

(Tenses for Conversation)
ในการพูดหรือเขียนแต่ละประโยคนั้น จะต้องมีกริยาอยู่ด้วยเสมอ และคำกริยานั้นจะบอกกาล (tense) ด้วย คือกริยาของประโยคจะบอกกาลด้วยเสมอว่าเป็นกาลอะไร ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยที่ดูกริยาไม่ทราบเลยว่าเป็นกาลอะไร จะต้องอาศัยกริยาวิเศษณ์มาช่วยในบางครั้ง จึงทราบได้ เพราะกาลมีความสำคัญในการใช้ภาษาดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นในการฝึกสนทนาจึงได้นำเรื่องกาลมาเกี่ยวข้องด้วย นอกจากจะได้ทบทวนเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ไวยากรณ์โดยทั่วไปแล้ว ยังจะได้ทราบว่าในการสนทนาแต่ละเรื่องนั้น ควรใช้กาลอะไรเหมาะสมที่สุด ดังนั้น จึงได้จำแนกเนื้อหาหรือเรื่องราวที่ใช้สำหรับกาลนั้นๆ เพื่อฝึกสำหรับเหตุการณ์ต่างๆ กาลที่ใช้ฝึกในที่นี่มีดังนี้
1. Present Simple (V|)
2. Present Continuous (is/am/are + v-ing)
3. Present Perfect (has/have + v3)
4. Present Perfect Continuous (has/have + been + v-ing)
5. Past Simple ((V2)
6. Past Continuous (was/were + v-ing)
7. Past Perfect (had + V3)
8. Future Simple (will + infinitive)
9. Future Continuous (will be + v-ing)
10. Future Perfect (will have + V3)
กาลต่างๆ ใช้ในการสนทนาในหัวข้อเรื่องหรือเรื่องราวต่างกัน บาง กาลใช้ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย ส่วนบางกาลไม่ค่อยนิยมใช้นัก ในที่นี้ได้จำแนกกาลพร้อมสถานการณ์สำหรับสนทนาในกาลนั้นๆ ดังต่อไปนี้
1. Present Simple Tense ใช้สนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย จากการสนทนาในตัวอย่างต่างๆ ที่กล่าวมานั้นใช้กาลนี้เป็นส่วนมาก ฉะนั้นจึงเป็นกาลที่ใช้สนทนากันมากที่สุด เช่น เกี่ยวกับการทักทาย ถามสุขทุกข์ ขอร้อง ขออนุญาต หรือสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันอื่นๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
Are you hungry?
Is it very hot today?
How are you today?
Do you like tea or coffee?
It is cool today, isn’t it?
What’s your name?
Can you tell me the way to the airport, please?
May I turn the light off?
Where are you from?
Where’s the Grand Palace?
How far is the museum from here?
How many brothers and sisters do you have?
How do you find Thai food?
What language do you speak in your country?
2. Present Continuous Tense ใช้สนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวหรือ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นหรือดำเนินอยู่ในขณะนั้น เช่น กำลังทำอะไร กำลังไปไหน ดังตัวอย่างการสนทนาต่อไปนี้
What are you doing now?
Where are you going?
What are you looking for?
Who is speaking, please?
Whom am I speaking to?
What are you talking about?
What are you reading?
Whom are you waiting for?
Are you writing a letter?
Are you studying English at the OLA School?
How many students are taking class?
What subjects are you taking this semester?
What’s going on?
Who’s crying in the room?
3. Present Perfect Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสร็จสิ้น ไปแล้ว แต่มีผลคงอยู่จนปัจจุบัน หรือเป็นเหตุการณ์ที่ยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการกระทำที่ใช้เวลาหรือเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป กาลนี้มักใช้ในการสนทนาว่า ได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้ว หรือยังไม่ได้ทำ หรือทำมาจนกระทั่งปัจจุบัน ดังตัวอย่างการสนทนาต่อไปนี้
How have you been?
How long have you been here?
Where have you been?
Have you been to Chiang Mai?
Have you met Mr. Vichian?
Have you visited the Ancient City?
How long have you studied English?
Have you finished your work?
Has the train left?
Have you had lunch already?
Have you returned the book to the library?
Has the committee solved he problem yet?
You have written to her, haven’t you?
The problem has been dissolved already, hasn’t it?
4. Present Perfect Continuous Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ดำเนินติดต่อกันมาและยังจะต่อไปในอนาคตด้วย ในการสนทนามักจะพูดคุยเกี่ยวกับการอยู่ การเรียน การทำงาน การรอคอย เป็นต้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้
How long have you been living in Bangkok?
คุณอยู่กรุงเทพฯ มานานเท่าไรแล้ว
How long have you been studying English?
คุณเรียนภาษาอังกฤษมานานเท่าไรแล้ว
What have you been doing lately?
ระยะนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่
Since when have you been working in this office?
คุณทำงานอยู่ที่หน่วยงานนี้มาตั้งแต่เมื่อไร
Why have they been waiting for her?
ทำไมพวกเขาจึงรอเธออยู่
Where have you been working?
คุณกำลังทำงานอยู่ที่ไหนในระยะนี้
Whom has she been writing to?
เธอกำลังเขียนจดหมายถึงใครอยู่
Why has he been staying in bed for long?
ทำไมเขาจึงหมกอยู่บนที่นอนตั้งนานแล้ว
5. Past Simple Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วโดยทั่วไป ในการสนทนาอาจจะพูดถึงเรื่องราวในอดีต ถามถึงสิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ดังตัวอย่างการพูดคุยในประโยคต่างๆ ต่อไปนี้
What did you do yesterday?
What did she tell you last night?
What time did you get up today?
Where did you go last Sunday?
What subjects did you take last year?
When did you arrive in Bangkok?
When were you born?
When and where did you finish school?
Where did you stay last night?
How was the conference?
How long did you stay with him?
Did you take part in the party?
Did you work here for many years?
Where were you this morning?
Why didn’t you come with us to the party?
6. Past continuous Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต หรือพร้อมกับอีกเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งอาจเป็น Past Simple หรือ Past Continuous เหมือนกันก็ได้ ในการพูดคุยสนทนาอาจจะไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ตัวอย่างการสนทนาสำหรับกาลนี้ มีดังต่อไปนี้
At this time last night, what were you doing?
เวลานี้เมื่อคืนที่แล้ว คุณกำลังทำอะไรอยู่
At eight in the morning, what course were you taking?
ตอน 8 โมงเช้านี้ คุณกำลังเรียนวิชาอะไรอยู่
While it was raining in the afternoon, where were you?
ขณะที่ฝนกำลงตกเมื่อตอนบ่ายนั้น คุณอยู่ที่ไหน
Who was teaching when he came in yesterday?
ใครกำลังสอนอยู่ เมื่อตอนที่เขาเข้ามาเมื่อวานนี้
Whom were you thinking of when I phoned last night?
เมื่อตอนที่ฉันโทรศัพท์มาเมื่อคืนนี้ คุณกำลังคิดถึงใครอยู่
Were you sleeping when the accident happened?
คุณกำลังนอนอยู่หรือ เมื่อตอนเกิดอุบัติเหตุ
What were you writing while she was cooking this morning?
คุณกำลังเขียนอะไร เมื่อตอนที่เธอทำอาหารอยู่เมื่อเช้านี้
7. Past Perfect Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว คือ ผ่านไปแล้วก่อนเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต หรือเกิดก่อนเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในอดีต เหตุการณ์หนึ่งนั้นเป็น Past Simple ในการสนทนาอาจจะไม่ค่อยมีเรื่องราวจะพูดคุยในกาลนี้มากนัก ตัวอย่างประโยคสนทนามีดังนี้
Where had you been before you came here last night?
คุณอยู่ที่ไหนมา ก่อนที่คุณจะมาที่นี่เมื่อคืนนี้
When you reached the station, had the train left already?
เมื่อตอนที่คุณไปถึงสถานี รถไฟออกไปแล้วใช่ไหม
By three yesterday, had you finished class?
ตอนบ่าย 3 โมงเมื่อวานนี้ คุณเรียนเสร็จแล้วใช่ไหม
What had I told you before you left?
ฉันได้บอกอะไรคุณไปแล้ว ก่อนที่คุณออกไป
Had you completed your work at this time yesterday?
เมื่อวานนี้ ตอนเวลานี้ คุณเสร็จงานคุณแล้วใช่ไหม
8. Future Simple Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในการสนทนานั้น จะพูดคุยกันถึงแผนการในอนาคต โครงการต่างๆ ความตั้งใจหรือความหวังที่จะกระทำหรือจะเป็นในอนาคต ตัวอย่างการสนทนาดังนี้
What will you do tomorrow?
How long will you stay there?
After school today, where will you go?
When will you finish this work?
Will he be back tomorrow?
What subjects are you going to take?
Where will we hold the New Year party?
What are you going to do during holidays?
If he comes, what will you do?
What will we do to celebrate it?
When will you come to visit us?
Who will tell you about this?
How will you send this parcel to her?
Will you come with me to the party?
Will you or your brother be given the scholarship?
9. Future continuous Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต หรือพร้อมกับอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต ในการสนทนาอาจจะไม่ได้ใช้มากนัก ตัวอย่างประโยคในการสนทนาดังนี้
By this time tomorrow, what will you be doing?
I’ll be taking class, I think.
พรุ่งนี้ ในเวลาขณะนี้ คุณกำลังทำอะไรอยู่
คิดว่า คงกำลังเรียนอยู่
What will you be doing in this month next year?
We will be travelling in Japan.
ปีหน้าในช่วงนี้ คุณกำลังทำอะไรอยู่
เราคงกำลังเที่ยวอยู่ในญี่ปุ่น
What will you do tomorrow?
I’ll be working all day tomorrow.
พรุ่งนี้คุณจะทำอะไร
ฉันคงจะทำงานตลอดวันในวันพรุ่งนี้
At what time will she arrive tomorrow?
I think she’ll arrive while we’ll be taking class.
พรุ่งนี้ เธอจะมาถึงเวลาเท่าไร
ฉันคิดว่า เธอคงจะมาถึงตอนที่พวกเรากำลังเรียนอยู่
By ten o’clock tonight, where will you be?
I’ll be preparing for my final exams at home.
คืนนี้ 4 ทุ่ม เธอจะอยู่ที่ไหน
คงกำลังเตรียมสอบภาคปลายอยู่ที่บ้าน
10. Future Perfect Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านไปแล้ว ในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต หรือก่อนเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต กาลนี้ไม่ค่อยได้ใช้นัก ตัวอย่างในการสนทนาดังนี้
By this time tomorrow, what will you be doing?
I’ll have gone back home.
พรุ่งนี้ในเวลานี้ คุณกำลังทำอะไรอยู่
ฉันคงกลับบ้านไปแล้ว
By the end of this year, will you have finished your study?
I think so.
ในปลายปีนี้ คุณคงเรียนจบแล้วใช่ไหม
ฉันก็คิดเช่นนั้น
By three afternoon, will you be taking class?
No. We’ll have finished it already.
ในช่วงบ่ายสามโมง คุณคงกำลังเรียนอยู่ใช่ไหม
ไม่หรอก เราคงเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
How long have you worked here?
By next July, I’ll have worked here for ten years.
คุณทำงานอยู่ที่นี่นานเท่าไรแล้ว
เดือนกรกฎาคมหน้า ก็ทำมาได้ครบ 10 ปี
ที่มา:ดร.สวาสดิ์  พรรณา

(Visited 1,289 times, 1 visits today)