เมื่อไรควรใช้คำว่า LIKE and As ในภาษาอังกฤษ

เวลาที่อ่านเอกสารภาษาอังกฤษ ท่านผู้อ่านคงจะพบเห็นคำว่า like และ as อยู่บ่อยๆ บางครั้งอาจจะสับสนและเกิดความสงสัยว่าเมื่อไรจึงจะใช้คำว่า like เมื่อไร จึงจะใช้คำว่า as
ทั้ง like (ไล้ค์) และ as (แอส) เป็นคำบุพบท (prepositions เพรโพซิเชิ่นสฺ) แต่ as ยังทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม (conjunction คอนจังเชิ่น) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเอ่ยถึงสิ่งที่คล้ายคลึงกันได้ด้วย โดยมีกฎเกณฑ์การใช้ค่อนข้างจะชัดเจน แต่อาจจะต่างกันไปบ้างในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ใช้แบบไม่เป็นทางการ (informal English อินฟอร์เมิล อิงลิช)
การใช้
1. like + noun/pronoun/adverb กรณีนี้ like ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท (preposition) มีความหมายว่า “เหมือน, คล้ายกัน”
ตัวอย่าง
Do it like this.
จงทำมันเหมือนอย่างนี้
I look like my father.
ผมมีหน้าตาคล้ายกับฟอ
He eats like a pig!
เขากินเหมือนหมู
ข้อสังเกต โครงสร้างของประโยคตัวอย่างเมื่อมีการใช้ like ในหน้าที่บุพบท เป็นดังนี้คือ
Subject + Verb + Like + Object
ส่วนที่ทำหน้าที่ object (กรรม) อาจจะเป็นคำนามหรือคำสรรพนามหน้าที่กรรมก็ได้
2. like + Ving กรณีนี้ like ทำหน้าที่เป็นบุพบทเช่นเดียวกัน แต่มีคำ กริยาเติม ing ตามหลัง สำหรับความหมายของ like คือ “เหมือน, คล้ายกับ” และยังมีอีกความหมายหนึ่งคือ “เช่น, ยกตัวอย่างเช่น”
ตัวอย่าง
This steak is very tough. It’s like eating leather.
สเกต้กนี้เหนียวมาก มันเหมือนกับกินหนังสัตว์เลย
We specialize in areas like preparing business plans and
providing training.
เราเชี่ยวชาญในหลายด้าน เช่นการตระเตรียมแผนการทางธุรกิจและการให้การฝึกอบรม
ข้อสังเกต โครงสร้างของประโยคตัวอย่างในข้อ 2 เมื่อมีการใช้ like เป็นดังนี้คือ Subject + Verb + Like + Verbing + Noun/Pronoun
3. like + clause กรณีนี้ like ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม (conjunction คอน จังเชิ่น) ที่ทำหน้าที่เชื่อม clause หรืออนุประโยค < ประกอบด้วยโครงสร้างเช่นเดียวกับ sentence คือมี Subject + Verb + Object/Modifier (ถ้าจำเป็น) > กับประโยคหลัก (main clause เมน คลอส) จึงสามารถอยู่ได้ตามลำพังโดยไม่จำเป็นต้องมีอนุประโยคตาม การใช้ like ในกรณีของโครงสร้างแบบนี้ถือว่าเป็น informal English (มักใช้ในภาษาพูด) ซึ่งถ้าเป็นแบบ formal English (ฟอเมิล อิงลิช) หรือภาษาอังกฤษแบบทางการ จะใช้ as + clause แทน (มักใช้ในภาษาเขียน)
ตัวอย่าง
Nobody can sing like she can. (IE)
Nobody can sing as she can. (FE)
ไม่มีใครร้องเพลงได้เหมือนเธอ
You don’t love her like I do. (IE)
You don’t love her as I do. (FE)
คุณไม่ได้รักเธอเหมือนผม
*IE = informal English ; FE = formal English
ข้อสังเกต โครงสร้างของประโยคตัวอย่างในข้อ 3 เมื่อมีการใช้ like/as เป็นดังนี้คือ
Main clause + Like/As + Clause
4. like มีความหมายเช่นเดียวกับ as if/though (แอส อิฟ/โธ) แปลว่า “ราวกับว่า” กรณีนี้ like + clause เหมือนกับ as if + clause ข้อแตกต่างอยู่ที่ว่า หากใช้ like ก็เป็นการใช้ภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ (informal English) จึงนิยมใช้ในภาษาพูด ส่วน as if หรือ as though เป็นการใช้ภาษาอังกฤษในแบบเป็นทางการ (formal English) จึงนิยมใช้ในภาษาเขียน
ตัวอย่าง
He treats my house like it was his. (IE)
He treats my house as if it was his. (FE)
He treats my house as though it was his. (FE)
เขาดูแลบ้านของผมราวกับว่ามันเป็นบ้านของเขา
It looks like it’s going to rain very hard. (IE)
It looks as if it’s going to rain very hard. (FE)
It looks as though it’s going to rain very hard. (FE)
มันดูราวกับว่าฝนจะตกหนัก
ข้อสังเกต โครงสร้างของประโยคตัวอย่างในข้อ 4 เมื่อใช้ like/as if/as though เป็นดังนี้คือ
Main clause + Like/As  if/As though + Clause
5. as + someone’s job or role/function of a thing กรณีนี้ as ทำ หน้าที่เป็นบุพบท วางไว้หน้าชื่อตำแหน่งการงานหรือบทบาทหน้าที่ของบุคคล (someone’s job or role ซัมวันสฺ จ็อบ ออ โรล) หรือวางไว้หน้าหน้าที่ของสิ่งของเครื่องใช้ (function of a thing ฟังเชิ่น ออฟ เออะ ธิง)
ตัวอย่าง
I once worked as a bus driver.
ครั้งหนึ่งผมทำงานในหน้าที่คนขับรถประจำทาง

He got a summer job as a waiter.
เขาได้งานทำในช่วงฤดูร้อนในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟอาหาร
Please don’t use my shoe as a hammer.
กรุณาอย่าใช้รองเท้าของผมเป็นฆ้อนตอกตะปู
อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งท่านผู้อ่านอาจจะเคยพบประโยคภาษาอังกฤษ่ที่มีโครงสร้างการใช้ในแบบเดียวกับข้อ 5 กล่าวคือ แทนที่จะใช้ as + someone’s job or role/function of a thing กลับใช้ like แทน ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างไร แต่มีข้อแตกต่างกันในด้านความหมาย นั่นคือ ถ้าใช้ as + someone’s job or role/function of a thing แสดงว่าบุคคลนั้นมีตำแหน่งการงานหรือบทบาทนั้นจริง หรือสิ่งนั้นมีหน้าที่นั้นจริง แต่ถ้าใช้ like แทน as แสดงว่าไม่ได้เป็นหน้าที่การงานหรือบทบาทนั้นจริง หรือสิ่งนั้นไม่ได้มีหน้าที่นั้นจริง
ตัวอย่าง
John works as a waiter.
จอห์นทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร
(จอห์นทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟจริงๆ เป็นหน้าที่ที่เขาทำประจำ)
John looks like a waiter.
จอห์นดูเหมือนกับเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร
(อันที่จริง จอห์นไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟ เพียงแต่เขาทำหน้าที่นี้ชั่วคราว)
Sue uses the living room as her office.
ซูใช้ห้องนั่งเล่นเป็นสำนักงานของเธอ
(ห้องนั่งเล่นนี้เป็นสำนักงานของเธอจริงๆ)
Sue treats her house like a hotel.
ซูปฏิบัติต่อบ้านของเธอเหมือนกับเป็นโรงแรม
(อันที่จริง มันเป็นบ้าน ไม่ใช่โรงแรม)
ข้อสังเกต โครงสร้างของประโยคตัวอย่างในข้อ 5 เมื่อใช้ as/like เป็นดังนี้คือ
Main clause + As/Like + Noun
6. as + prepositional phrases กรณีน้ as (= เช่นเดียวกับ) ใช้วางไว้ หน้าถ้อยคำที่เป็นบุพบทวลี (prepositional phrases เพรโพซิเชอเนิล เฟรสิส) คำว่า “บุพบทวลี’’ หมายถึง ถ้อยคำที่มีคำบุพบทวางอยู่ข้างหน้า เช่น in the 1960’s, in Berlin, in New York, … ฯลฯ ซึ่งพอจะสรุปโครงสร้างเฉพาะหลัง as ได้คือ
As + Preposition + Noun
ตัวอย่าง
In Paris, as in Berlin, the bankers are worried about the state of the Euro.
ในกรุงปารีส เช่นเดียวกันกับในกรุงเบอร์ลิน นายธนาคารต่างพากันวิตก
กังวลเกี่ยวกับสถานะ ของเงินยูโร
Today, as in the 1960’s, London is very fashionable.
ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับเมื่อปี 1960 กรุงลอนดอนเป็นเมืองแห่งแฟชั่น
7. as ใช้กับข้อความที่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งคำ (word -order inversion เวิด ออเดอะ อิน เวอเชิ่น) เพื่อให้เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นทางการมากขึ้น (more formal English มอ ฟอเมิล อิงลิช) เช่นแทนที่จะใช้ as my son is ก็สับตำแหน่งคำเป็น as is my son หรือแทนที่จะพูดว่า as his father did ก็สับตำแหน่งคำเป็น as did his father เป็นต้น ซึ่งพอจะสรุปลักษณะดังกล่าวได้ดังนี้คือ
As + Subject + Verb → As + Verb + Subject
(Verb ตรงส่วนนี้คือ กริยาช่วยที่ใช้ทดแทนกริยาแท้)
ตัวอย่าง
I’m good at playing golf, as my son is. (FE)
=I’m good at playing golf, as is my son. (MFE)
ผมเล่นกอล์ฟเก่งเหมือนลูกชาย
He went to Oxford University, as his father did. (FE)
=He went to Oxford University, as did his father. (MFE)
เขาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเหมือนพ่อของเขา
*FE =formal English ; MFE = more formal English
8. like ใช้กับภาษาสนทนาต่อไปนี้
ตัวอย่าง
A : How’s the weather like in Bangkok ?
B : It’s hot and humid.
ก – อากาศในกรุงเทพเป็นอย่างไร
ข – ร้อนและอับชื้น
A : What’s Somsak like ?
B : He’s dark, tall and handsome.
ก – สมศักดิ์หน้าตาเป็นอย่างไร
ข – เขาผิวดำ สูง และหล่อ

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 1,524 times, 3 visits today)