เทคนิคการใช้ PREPOSITIONS อย่างถูกต้อง

Preposition คือคำที่ทำหน้าที่เชื่อมหรือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำต่อคำ เช่น ระหว่าง noun กับ noun, verb กับ noun, verb กับ pronoun, pronoun กับ noun, noun กับ pronoun ตัวอย่างเช่น

การเชื่อมระหว่าง noun กับ noun
The calculator machine on the table is yours.
เครื่องคิดเลขที่อยู่บนโต๊ะเป็นของคุณ (‘on’ เชื่อมนาม calculator machine กับ the table)
เชื่อมระหว่าง verb กับ noun
We work in laboratory. เราทำงานในห้องทดลอง (‘in’ เชื่อมกริยา work กับนาม laboratory)
เชื่อมระหว่าง verb กับ pronoun
My sister and my mother go with him.
น้องสาวและคุณแม่ของฉันไปกับเขา (‘with’ เชื่อมกริยา go กับสรรพนาม him)
เชื่อมระหว่าง pronoun กับ noun
Somsri with her sister went to school late this morning.
สมศรีกับน้องสาวของเธอไปโรงเรียนสายเมื่อเช้านี้ (‘with’ เชื่อมนาม Somsri กับ สรรพนาม her sister)
เชื่อมระหว่าง noun กับ pronoun
We recieved a present from her yesterday.
ฉันได้รับของขวัญจากเธอเมื่อวานนี้(‘from’ เชื่อมนาม present กับสรรพนาม her)
Preposition ที่สำคัญและพบกันอยู่เสมอ
on (บน), Toward (ไปยัง), Form (จาก), In (ใน), After (หลังจาก), Among (ระหว่าง), At (ที่), Before (ก่อน), Behind (ข้างหลัง), Of (ของ), Into (เข้าไปข้างใน), Between (ระหว่าง), Under (ข้างใต้), Out of (ออกจาก), Outside (ข้างนอก), During (ระหว่าง), Over (เหนือ, บน), For (สำหรับ), against (ชิด, ติด), along (ไปตาม), without (ปราศจาก), Until (จนกระทั่ง)
1. การใช้ on
1)“On” ในความหมายแปลว่า บน, ข้างบน เพื่อแสดงตำแหน่ง (Position) เช่น
1. The table is on the floor.    โต๊ะอยู่บนพืน
2. He sits on the sofa.        เขานั่งบนโซฟา
3. The teacher writes on the blackboard. ครูเขียนบนกระดานดำ
2) “on” ใช้บอกเวลาที่เป็นชื่อของวันหรือวันที่ (date) และวันสำคัญต่างๆ เพื่อบ่งบอกเวลา (Time) เช่น on Sunday, on April 30, on King’s Birth¬day.
1. I went to Bangkok on Monday. ฉันไปกรุงเทพในวันจันทร์
2. Her birth-day is on May 20th. เธอเกิดวันที่ 20 พฤษภาคม
3) “On” ใช้นำหน้าชื่อถนนเพื่อแสดงสถานที่ (place) เช่น
1. His house is on Silom Road. บ้านของเขาอยู่บนถนนสีลม
2. The post-office is on Phaya Thai Road.
ที่ทำการไปรษณีย์อยู่บนถนนพญาไท
4) “On” ใช้กับยานพาหนะที่ไม่มีอะไรปิดบัง เช่น on a bicycle, on a horse, on a motor-cycles
กริยาที่ต้องตามด้วย “on” เสมอ
based on    อาศัยรากฐานจาก    call on    เยี่ยม
comment on วิจารณ์    congratulation on    แสดงความยินดี
count on    หวัง    depend on    ขึ้นอยู่กับ
live on    มีชีวิตอยู่ได้ด้วย    spend on    ใช้ (เวลา, เงิน)
decide on ตัดสินใจ    insist on    รบเร้า
2. การใช้ In
1) “in” ในความหมาย แปลว่า ใน, ภายในหรือในสถานที่ เช่น
1. We work in laboratory. เขาทำงานในห้องทดลอง
2. Fish lives in the water.    ปลาอาศัยอยูในน้ำ
3. Put it in the box, please. โปรดเอามันใส่ไว้ในกล่อง
2) “in” ใช้บอกเวลาที่เป็นชื่อเดือนปี ฤดูกาลและส่วนแบ่งภาคของวัน เช่น in the morning, in the afternoon, in April, in Summer เป็นต้น
1. It is hot in Summer.
อากาศร้อนในฤดูร้อน
2. We will take an examination in March.
เราจะสอบในเดือนมีนาคม
3. I was born in B.E. 2500.
ฉันเกิด พ.ศ. 2500
4. It is very hot in April.
อากาศร้อนในเดือนเมษายน
5. I like to go shopping in the afternoon.
ฉันชอบไปช๊อปปิ้งในตอนบ่าย
3) “in” นำหน้าชื่อเมืองหลวง, รัฐ หรือประเทศ เพื่อแสดงสถานที่ (place)
เช่น in Thailand, in Tokyo, in Hong Kong.
1. Thais live in Thailand.    คนไทยอาศัยอยู่ในประเทศไทย
2. Mr. Klosterman’s office is in Berlin.
สำนักงานของมิสเตอร์คลอสเตอร์แมนอยู่ในเบอร์ลิน
กริยาที่ต้องตามด้วย “in” เสมอ
absorb in = สนใจมาก, ครํ่าเคร่ง believe in = มีความเชื่อใน, นับถือ dress in = สวมชุด, แต่งด้วย    encourage in = สนับสนุน
fail in = สอบตก, ล้มเหลว engage in = มีธุระอยู่กับ
interested in= สนใจใน    succeed in = ได้รับความสำเร็จ
involved in = เข้าไปมีส่วนร่วมกับ persist in = ยืนกราน
share in = ส่วนแบ่งใน
3. การใช้ At
1) “At” แปลว่า ที่แสดงตำแหน่ง (position) เช่น at school, at the railway station, at the hotel, at the comer, at the theatre.
1. We meet him at the railway station. เราพบเขาที่สถานีรถไฟ
2. Pannee worked at home last Sunday. พรรณีทำงานที่บ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
2) “At” นำหน้าบ้านเลขที่ แสดงสถานที่ (place) เช่น
1. I live at 23/1 Chareon Krung Road. ฉันอาศัยอยู่ที่เลขที่ 23/1 ถนนเจริญกรุง
2. The teacher’s house is at 20 Soi Rang Nam. บ้านของคุณครูอยู่ที่เลขที่ 20 ซอยรางนํ้า
3) “At” นำหน้าเพื่อบ่งบอกเวลา (Time) เกี่ยวกับชั่วโมงและเพื่อบ่งบอก เวลาเฉพาะเจาะจง เช่น at noon, at Christmas, at 6clock, at breakfast
1. He wakes up at 5 o’clock.
2. We will have tea-party at 4.30 p.m.
กริยาที่ต้องตามด้วย “at” เสมอ
aim at    เล็งไปที่    good at    เก่งในทาง
surprised at ประหลาดใจ amused at เพลิดเพลินกับ
knock at    เคาะ, ทุบ    stay at    พักอยู่ที่
4. of มีวิธีการใช้ดังนี้
1) ใช้ ‘of’ ในความหมายถึงเป็นสาเหตุของเหตุการณ์นั้นๆ เช่น
to die of hunger / starvation / explosure = ตายด้วยความหิวโหย / ความอดอยาก
to happen of itself = เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุจากภายนอก เช่น
The fire must broken out of itself. ไฟเกิดขึ้นเอง
2) ใช้ ‘of’ เพื่อแสดงถึงลักษณะของคน เช่น
a man of courage / distinction / many talents = ชายผู้กล้าหาญ, ชายผู้มีลักษณะพิเศษ, ชายมีความสามารถพิเศษหลายด้าน
a man of means = ชายร่ำรวย
3) ใช้ ‘of’ เพื่อแสดงถึงในความหมายว่า made of silver = ทำด้วยเงิน
a table of solid wood = โต๊ะทำด้วยไม้เนื้อแข็ง
a crown of gold    = มงกุฎทอง
4) ใช้ ‘of’ เพื่อแสดงถึงปริมาณหรือการวัดสิ่งของ เช่น
a pound of apples = แอปเปิล 1 ปอนด์
an acre of land = ทีดิน 1 เอเคอร์
a box of matches = ไมขีดกักหนึ่ง
a book of stams = หนังสือแสตมป์
5) ใช้ ‘of’ นำหน้านามเพื่อแสดงการเป็นเจ้าของ เช่น
the capital of Spain    = เมืองหลวงของสเปน
the city of London    = เมืองแห่งกรุงลอนดอน
a native of Tonga    = พลเมืองของตองกะ
the inhabitants of Rome = พลเมืองชาวโรม
กริยาที่ต้องตามด้วย “of” เสมอ
afraid of    กลัว                ashamed of ละอายใจ
careful of    ระมัดระวัง            complain of บ่น
compose of ประกอบด้วย        consist of ประกอบด้วย
full of เต็มไปด้วย            proud of    ภูมิใจ
sure of    เชื่อแน่            suspect of สงสัย
approve of เห็นชอบด้วยกัน     cure of รักษาให้หาย
complain of บ่นถึง            accuse of    กล่าวหาว่า
get rid of กำจัดให้พ้น            tired of  เบื่อต่อ
dream of    ฝันถึง            think of    คิดถึง
5. with มักใช้แสดงถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ เช่น
He had breakfast with spoon.    เขารับประทานอาหารเช้าด้วยช้อน
My friend shot the bird with gun. เพื่อนของฉันยิงนกด้วยปืน การใช้ with ที่น่าสนใจ
to do somathing with care    = ทำด้วยความระมัดระวัง
with difficulties = ทำด้วยความยากลำบาก
with pleasure = ด้วยความยินดี
to do somthing with had good grace = ทำด้วยไม่เต็มใจ, ทำด้วยความเต็มใจ
to do something with a will    = ทำอย่างกระตือรือร้น
to pass an examination with credit = ทำได้ดีเป็นที่เชื่อถือ
to do something with the intemtion = ทำด้วยความตั้งใจ
with purpose/aim = ทำด้วยมีจุดประสงค์
กริยาที่ต้องตามด้วย “with” เสมอ
angry with    โกรธ, โมโห    covered with ปกคลุมด้วย
agree with    เห็นด้วย        pleased with รู้สึกพอใจกับ
communicate with ติดต่อกับ     compete with แข่งขันกับ
satisfied with    พอใจกับ        interfere with เข้าไปอยู่
compare with    เปรียบเทียบกับ     confuse with สับสนกับ
6. after = ภายหลัง, หลังจาก
1. She arrived here after us. เธอมาถึงที่นี่ทีหลังเรา
2. The students go to school after breakfast. นักเรียนไปโรงเรียนหลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว
การใช้ ‘after’ ที่น่าสนใจ
after lunch / dinner etc. = หลังอาหารกลางวัน / เย็น etc.
after dark    = หลังจากมืด
time after time    = ทำซ้ำๆ
after cosultation with someone    = หลังจากที่ปรึกษากับ
a paint after Reynold    = ภาพวาดในสไตล์ของเรโนลด์
to do something after a fashion    = ทำด้วยท่าทางไม่พอใจ
a man / woman after one’s own heart = คนที่ถือว่าตัวเองถูก
7. across = ข้าม, พาด, ขวาง
across the road    = ข้ามถนน
across the ocean    = ข้ามมหาสมุทร
abridge across a river = ย่อข้ามแม่น้ำ
8. against = ทวน, ย้อน, ฝืน, ผิด (กฎหมาย), ตรงกันข้าม, ปะทะ, กั้น etc.
against the rules / law = ผิดกฎหมาย, ขัดกับกฎหมาย
to go against orders = ทำขัดคำสั่ง
to swim against the current = ว่ายทวนน้ำ
to work against time    = ทำงานแข่งกับเวลา
to lean against a wall = พังกำแพง
to act against some-one advice = ทำขัดกับคำแนะนำ
to take precaution against fird / theft = ระมัดระวังไฟ / ระมัดระวังขโมย
9. along = ตาม (ถนน), ไปตาม
along the beach / road etc. = ไปตามชายหาด / ถนน
to pass along the bus = เลื่อนเข้าไปข้างในรถเมล์เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับคนอื่นขึ้น
along here = ในทิศทางนี้ (in this direction)
along there = ในทิศทางโน้น (in that direction)
10. amid, amidst = กลาง, ท่ามกลาง, พร้อมกันกับ (เสียงโห่ร้อง) amid danger = ท่ามกลางอันตราย
to do something amidst many difficulties / interruption = ทำท่ามกลาง ความยากลำบาก / การแทรกแซงหลายประการ
11. among, amongst = ระหว่าง, ท่ามกลาง, ในหมู่, ในจำพวก; ใช้นำหน้านาม หรือสรรพนามจำนวนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป เช่น
She sits among ten boys.    หล่อนนั่งอยู่ท่ามกลางเด็กผู้ชายสิบคน
Ladda stood among the flowers. ลัดดายืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้
การใช้ among ที่น่าสนใจ
to be among (st) friends = อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ
one among (st) many persons, reasons, problems = หนึ่งในคนหลายๆ คน, เหตุผลหนึ่งในหลายๆ เหตุผล, ปัญหาหนึ่งในหลายๆ ปัญหา
to hide among (se) the trees = ซ่อนอยู่ท่ามกลางต้นไม้
12. around = ล้อมรอบ, ล้อม, วกกลับ
to travel around the country = เดินทางรอบประเทศ
around 6 o’clock = เวลาราวๆ 6 นาฬิกา (ก่อนหรือหลัง 6 นาฬิกาเล็ก
น้อย)
13. before = ก่อน, หน้า, มาก่อน, ตรงหน้า, ต่อหน้า
a)ใช้ before กับเวลา เช่น before breakfast = ก่อนอาหารเช้า, before Christmas = ก่อนคริสตมาส, to come before time = มาก่อนเวลา
b) ใช้ before แสดงถึงการเรียงลำดับ เช่น
A come before B = อักษร A มาก่อนอักษร B
ladies before gentlemen = สุภาพสตรีก่อนสุภาพบุรุษ
c) before ใช้ในความหมายว่า “ต่อหน้า” เช่น
to appear before a magistrate / judge = ปรากฎตัวต่อหน้าผู้พิพากษา
14. behide = หลัง, ข้างหลัง, ล้าหลัง ‘behide’ ใช้กับสถานที่ = หลัง; เช่น
behind the house = หลังบ้าน, behind a cloud = ข้างหลังเมฆ
การใช้ behind ที่น่าสนใจ
behind the scenes    = อยู่หลังฉาก
to do something behind someone’s back = ทำอย่างเป็นความลับ to be behind schedule / time    = ล่าช้ากว่ากำหนด
to do behind the times    = ไม่ทันสมัย, .ล้าสมัย
15. below = ตํ่ากว่า, ข้างใต้, เบื้องใต้, เบื้องล่าง
below average    = ตํ่ากว่าเกณฑ์เฉลี่ย
below par    = ตํ่ากว่าราคาที่กำหนดไว้หน้าตั๋ว
below the rank of captain = ยศต่ำกว่าร้อยเอก
below freezing-point    = ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
to marry below one’s station = แต่งงานกับคนที่ต่ำชั้นกว่า
to hit / strike below the belt = ชกใต้เข็มขัด, เล่นผิดกฎกติกา
16. beneath = ข้างใต้, ตํ่ากว่า, ภายใต้, เลวเกินกว่า
beneath notice    = ไม่มีความสำคัญจนไม่น่าสนใจ
beneath one’s dignity = ภายใต้ศักดิ์ศรีของคนอื่น
beneath contempt = ดูถูก, เหยียดหยาม
17. beside = ข้าง, เทียบกับ, คู่เดียวกับ, ไม่เกี่ยวกับ
beside the chair = ข้างเก้าอี้
beside the point / question / mark = ไม่เกี่ยวข้องกัน
to be beside oneself (with grief, joy) = ควบคุมตนเองไม่ได้เนื่องจากความโศกเศร้า, ยินดี
18. besides = อีกด้วย, นอกจาก, อื่นใด
besides all this    = นอกจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
three children besides John = เด็กสามคนที่ไม่ใช่จอห์น
19. between = ระหว่าง, ในระหว่าง, ระหว่างระยะ, อยู่กลาง (ใช้ระหว่างของสองสิ่ง, คนสองคน, สถานที่สองแห่ง) ใช้ ‘between เพื่อแสดงถึงเวลาหรือสถานที่ เช่น
between 6 and 7 o’clock = ระหว่างเวลา 6 ถึง 7 นาฬิกา
between the two world war = ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
between sunrise and sunset = ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
between Bangkok and Cholburi = ระหว่างกรุงเทพกับชลบุรี
การใช้ between ที่น่าสนใจ
war between two countries = สงครามระหว่างสองประเทศ between you and me    = ระหว่างคุณกับฉัน
to divide something between persons = แบ่งของระหว่างคน 2 คน ถ้าใช้ to divide something among persons = แบ่งของระหว่างคนมากกว่า 2 คน
20. beyond = ถัดไป, พ้น, เกิน, เหลือ, สุด, นอกไปกว่า, นอกจาก etc.
beyond ใช้เพื่อแสดงถึงสถานที่หรือระยะทาง (expression of place and dis¬tance)
beyond the village = เลยหมู่บ้านไป
beyond the trees = พ้นต้นไม้นั้นไป
beyond the limits = เลยที่กำหนดเอาไว้
การใช้ beyond ที่น่าสนใจ
beyond belief    = เหลือเชื่อ
beyond description = บรรยายไม่ถูก (ไม่ได้)
beyond dispute = ถกเถียงโดยไม่มีเหตุผล
beyond doubt    = ปราศจากข้อสงสัย
beyond expectation = เกินกว่าที่ใครคาดคิด
beyond hope    = หมดหวัง, ไม่มีหวัง
beyond measure = อย่างมาก (very much)
beyond question = เกินกว่าที่ใครจะสงสัย
beyond reach    = เอาไม่ถึง
beyond repair    = เสียหายมากจนซ่อมไม่ได้
beyond one’s scope = เกินกว่าความรู้หรือความสามารถของผู้ใดผู้หนึ่ง
beyond joke    = ครํ่าเครียดเกินกว่าที่จะตลกออก
it’s beyond me/you/him = เกินกว่าที่ฉัน/เธอ/เขาจะเข้าใจ
21. by = ข้างๆ, ใกล้, โดย, ด้วย, ผ่านไป, ตาม etc.
‘by’ ใช้กับสถานที่ เช่น by the bridge = ข้างสะพาน, by the side of the road = ที่ข้างๆ ถนน
การใช้ by ที่น่าสนใจ
to go by the board = ถูกยกเลิก, ล้มเหลว
to go by the book = ทำไปตามแบบอย่างที่ทำกันโดยทั่วไป
to pay by check    = จ่ายเงินโดยการใช้เช็ค
by chance    = โดยบังเอิญ
to play music by ear = เล่นดนตรีโดยไม่ใช้โน๊ต
to do something by fits and starts = ไม่เป็นไปตามระบบ
by force    = ด้วยการใช้กำลัง
by good fortune . = ด้วยความโชคดี, ฟลุ๊ค
to learn know something by heart = จำได้ขึ้นใจ
to travel by land/sea/air = เดินทางไปทางบก/ทางทะเล/ทางอากาศ
to do something by leaps and bounds = ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
by the look of it    = ตัดสินโดยการพิจารณาจากรูปร่าง, หน้าตา
related by marriage    = เกี่ยวพันกันด้วยการแต่งงาน
by all means    = ทุกชนิด, อย่างแน่นอน
by no means    = ห้ามเด็ดขาด
to know someone by name = รู้จักแต่ชื่อ
by nature    = ตามธรรมชาติ
to communicate by radio = ติดต่อทางวิทยุ
to do something by stages = ทำตามลำดับ, ทำทีละขั้น
to do something by turn = ผลัดกันทำ
to sell something by weigh = ขายโดยการชั่งน้ำหนัก
it’s 7 o’clock by my watch = นาฬิกาของฉันเวลา 7 โมง
a room twenty feet by fifteen = ห้องขนาด 20 X 15 ฟุต
too long by two yards    = ยาวเกินไป 2 หลา
greater by half    = ใหญ่เกินไปครึ่งหนึ่ง
older by five years    = แก่กว่า 5 ปี
to sit by oneself    = นั่งอยู่คนเดียว
to do something by oneself = ทำด้วยตัวเอง
The clock stopped by itself = นาฬิกาหยุดเดินเอง etc.
22. down = ลง, ลงมา, ตก, จม, นั่งลง etc.
to walk down the road/hill = เดินมาตามถนน/เดินลงจากเนินเขา tears ran down her face = น้ำตาไหลนองหน้า
to throw money down the drain = เสียหรือโยนทิ้งเงิน (ตำน้ำพริก
ละลายแม่น้ำ)
down the ages    = ตั้งแต่อายุในอดีตมาจนปัจจุบัน
23. during = ระหว่าง, ระยะเวลา, ตลอดเวลา
during the war = ระหว่างสงคราม
during the holidays = ระหว่างวันหยุด
during the space of a year = ในระหว่างเวลา 1 ปี
during their visit    = ระหว่างการมาเยี่ยมของพวกเขา
during the reign of Henry VIII = ระหว่างการครองราชย์ของพระเจ้า-
เฮนรี่ที่ 8
24. except = เว้นแต่, นอกจาก, ยกเว้น, ไม่รวม, ไม่นับ etc.
all countries except England    = ทุกประเทศยกเว้นประเทศอังกฤษ
every day except Sunday    = ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์
l’ve read all his books except two = ฉันอ่านหนังสือของเขาทั้งหมด
ยกเว้นอยู่สองเล่ม
25. For
a)ใช้นำหน้าคำนาม หรือสรรพนาม แปลว่า เพื่อ
Would you mind opening the door for me?
คุณรังเกียจไหมที่จะเปิดประตูให้ผม?
She said that she worked for her children.
เธอพูดว่าเธอทำงานเพื่อหาเลี้ยงลูกๆ ของเธอ
b) ใช้นำหน้าระยะเวลา แปลว่า เป็นเวลา
I have lived in Kansas for two years.
ฉันอาศัยอยู่ในแคนซัสเป็นเวลา 2 ปีมาแล้ว (ปัจจุบันก็ยังอาศัยอยู่)
He has learned in England for six months.
เขาเรียนอยู่ในอังกฤษ 6 เดือน (ปัจจุบันก็ยังเรียนอยู่)
การใช้ ‘for’ ที่น่าสนใจ
to change for the better = เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น
for hire/sale    = ลดราคา, สำหรับขาย
for ever    = ชั่วกาลนาน
to go for lunch    = ไปรับประทานอาหารกลางวัน
for no rhyme or reason = ไร้เหตุผล
for nothing    = ไม่ได้ทำเพื่อเงิน
sell something for a song = ขายราคาถูกมาก
for a spell    = ในระยะเวลาอันสั้น
for words    = อธิบาย, พรรณนา
to set out for somewhere = ออกเดินทางไป
to be blind/lame for life = ตาบอด/พิการตลอดชีวิต
26. from = แต่, ตั้งแต่, ห่างจาก, จาก, เนื่องจาก, etc; ใช้สำหรับนำหน้านามหรือสรรพนาม เช่น
Does she came from India ? เธอมาจากอินเดียใช่ไหม ?
He is on his way back from school. เขากำลังเดินทางกลับจากโรงเรียน
การใช้ ‘from’ ที่น่าสนใจ
to judge from appearances = ตัดสินคนจากรูปร่างหรือท่าทาง
to know something from A to Z = รู้ตลอดทั้งหมด
to go from bad to worse = เริ่มจากเลวจนไปถึงเลวกว่า
from a child = ตั้งแต่เด็ก
to go door from door = จากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง
know from experience = รู้จากประสบการณ์
from the first = ตั้งแต่เริ่มต้น
to rescue someone from death = ช่วยให้รอดตาย
away from home = ไปจากบ้าน
a long way from London    = ไกลจากกรุงลอนดอน
a young man from the country = ชายหนุ่มจากในเมือง
27. into = ใน, เข้ามาใน, เข้าไปใน, จนกระทั่ง etc.
a) ‘into’ ใช้เพื่อแสดงการเคลื่อนที่เข้าไป ‘เข้าไปข้างใน’ ‘ลงไป’ ‘ไปสู่’
He jumps into the water. เขากระโดดลงไปในน้ำ
She walked into the room. เขาเดินเข้าไปข้างในห้อง
b) ‘into’ ใช้เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ตามหลัง to turn, to change, เช่น to turn water into steam = เปลี่ยนน้ำให้เป็นไอน้ำ
to change from winter into spring = เปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ
to translate English into Thai = แปลภาษาอังกฤษเป็นไทย
c) ใช้ ‘into’ เพื่อแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ เช่น to burst into tear = นํ้าตาไหลพรั่งพรูออกมา, to fly into a rage = กระโดดเข้าใส่อย่างโมโหจัด
to frighten someone into fits = ขู่คนอื่นจนเป็นลม
การใช้ ‘into’ ที่น่าสนใจ
to get into trouble = ได้รับความยุ่งยาก to force someone into submission = บังคับให้ยอมแพ้
28. near = ใกล้, ใกล้เคียง, เข้าไปใกล้, จวน, หวุดหวิด, ใกล้เข้ามา etc.
to sit near someone = นั่งใกล้คนอื่น
to stand near the door = ยืนใกล้ประตู
a shop near the church = ร้านที่อยู่ใกล้โบสถ์
to be near death = ใกล้ตาย
29. off = ไป, ไปเสีย, พ้นไป, หมด, เกลี้ยง, สิ้นเชิง, หลุด, พลาด, ห่างจาก เช่น
an island off the China coast = เกาะที่อยู่ห่างไปจากชายฝั่งประเทศจีน
a building off the main road = อาคารอยู่ห่างจากถนนสายหลัก
to anchor off the coast = ทอดสมอเรืออยู่ห่างจากฝั่ง
การใช้ ‘off’ ที่น่าสนใจ
to fly off the handle    = โกรธขึ้นมาฉับพลัน
to get something off one’s hands = เอางานออกจากมือของคนหนึ่ง
to get off the mark = เริ่มต้น, ลงมือ
to be quick off the mask = เริ่มต้นอย่างรวดเร็ว
to buy one’s clothes off the peg = ซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป
to get off the point = พูดออกไปนอกเรื่อง
to go off the rails = กลายเป็นคนไม่มีเหตุผล, ไม่เต็มเต็ง
off the reel = อย่างต่อเนื่อง
to go off the top = โกรธ
to speak off the top of one’s head = พูดเขาข้างผู้ใดผู้หนึ่งโดยไม่คิดก่อน
to get off the track = พูดออกไปนอกเรื่องที่กำหนด
30. out of = ออกจาก, จาก, นอก, เนื่องจาก; ใช้กับกริยาที่แสดงอาการเคลื่อนที่ออกจากซึ่งตรงกันข้ามกับ ‘into’ เช่น
I went out of the class-room. = ฉันออกจากห้องเรียน
Bring all the things out of the box. = เอาของทั้งหมดออกมาจากกล่อง
การใช้ ‘out of’ ที่น่าสนใจ
to come out of the blue    = โดยไม่คาดคิด (unexpectedly)
to get out of someone’s cluthes = หนีจากอิทธิพลหรืออำนาจ
out of condition = ไม่เหมาะ, ผิดเงื่อนไข
out of crop = พ้นฤดูพืชผล
out of danger = พ้นอันตราย
out of date = ล้าสมัย
out of debt = หมดหนี้
out of door = นอกบ้าน, กลางแจ้ง
out of fashion = ไม่ทันแฟชั่น, หมดสมัย
to jump out of the frying-pan into the fire = หนีเสือปะจระเข้
out of one’s grasp = หาไม่ได้
out of hand = ควบคุมไม่ได้
out of humour    = อารมณ์เสีย
out of luck = โชคไม่ดี
out of office = พ้นจากหน้าที่
time out of mind = นานมาแล้ว
out of place = ไม่เหมาะสม
out of position    = ไม่ถูกต้องกับตำแหน่ง
out of sight = พ้นสายสา
out of temper = อารมณ์เสีย
out of town = ไปนอกเมือง
out of use    = ไม่ได้ใช้แล้ว
out of worked    = ตกงาน, ไม่มีงานทำ
31. over = บน, เหนือ, นอกเหนือ, กว่า, เกิน, ท่วม, ปกคลุม, ทั่ว, etc. ใช้กับนามหรือ สรรพนาม เช่น
The bird flows over out head.
นกบินอยู่เหนือศีรษะพวกเรา
The plane flows over the building.
เครื่องบินบินอยู่เหนืออาคาร
การใช้ ‘over’ ที่น่าสนใจ
over age    = อายุเกิน
to stay over night = อยู่ทั้งคืน
to do something over someone’s head =ทำไปโดยไม่ขออนุญาตเจ้าตัวก่อน
to talk over the phone = พูดทางโทรศัพท์
to jump over the wall = กระโดดข้ามกำแพง
32. past = ผ่าน, คล้อย, เลย, อดีต, ความหลัง, สิ่งที่ผ่านไป; เช่น
past comprehension = ยากเกินกว่าเข้าใจ
past control = ไม่สามารถควบคุมได้
past cure    = เจ็บหนักเกินกว่าที่จะรักษาได้
past endurance = สุดที่จะทนทาน, ทนไม่ไหว
past hope    = ไม่มีหวัง, สิ้นหวัง
past recall = นานจนจำไม่ได้
past recovery = ป่วยมากเกินกว่าที่จะค่อยยังชั่ว
a woman past fifty = หญิงวัยเลย 50 ปี
past 6 o’clock    = เลย 6 โมง
33. round = รอบๆ, เดินรอบ, หมุนเวียน, วกกลับ; เช่น
go round the bend    = เกิดโทสะ
to work round the clock = ทำงาน 24 ชั่วโมง
to walk round the garden = เดินรอบๆ สวน
travel round the world = เดินทางรอบโลก
to get round someone = ชักชวนให้คล้อยตาม
34. through = ตลอด, ทั่ว, ทะลุ, เสร็จ, ผ่านพ้น, โดย, ลอด. etc.
ใช through เพื่อแสดงถึงทิศทาง (express direction) เช่น
to walk hrough the town = เดินผ่านเมืองไป
to jump through the window = กระโดดออกมาทางหน้าต่าง
การใช้ ‘through’ ที่น่าสนใจ
through the ages = เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว
to go through fire and water for someone = ลุยไฟฝ่าน้ำเพื่อคนอื่น, ยอมยากลำบากเพื่อคนอื่นเนื่องจากความรักหรือความเคารพ
through life = ตลอดชีวิต
to go through thick and thin = ฝ่าฟันอุปสรรค
35. to = ไปทาง, ไปยัง, ไปสู่, ไปถึง, จนกระทั่ง, แก่, กับ, ต่อ etc. ใช้สำหรับแสดงทิศทางหรือการเคลื่อนที่ (express direction or movement) เช่น
to drive to work    = ขับรถไปทำงาน
ten miles to Bangsaen = อีก 10 ไมล์ถึงบางแสน
to turn to the right = เลี้ยวไปทางขวา
to go to bed = เข้านอน
to go to prison    = ติดคุก
to go to church    = ไปวัด, ไปโบสถ์
to go to school    = ไปโรงเรียน
to fall to the ground = ล้มลงกับพื้น
to bring to heal    = เข้าควบคุม
to fought to the last = สู้จนที่สุด
to the letter = ทุกตัวอักษร
to one’s liking/taste = ความชอบแต่ละคน
to the point = ตรงจุด, ตรงเรื่อง
36. under = ใต้, ข้าง, ล่าง, เบืองใต้, ตํ่ากว่า, รอง, ใน, ภายใต้บังคับบัญชา, ใช้แสดง ถึงตำแหน่ง (position) เช่น
We sit under the tree.l?
เรานั่งอยู่ใต้ต้นไม้
The cat is under the table.
แมวอยู่ใต้โต๊ะ
การใช้ ’under’ ที่น่าสนใจ
under age = อายุตํ่ากว่าที่กำหนด
under arms = ประกอบด้วยอาวุธ
under arrested    = ถูกจับกุม
to say something under one’s breath = พูดอย่างนุ่มนวล
under consideration    = กำลังพิจารณา
under lock and key    = ล็อคกุญแจก่อนไป
under threat = ถูกข่มขู่
under water = น้ำท่วม, อยู่ใต้น้ำ
under suspicion = เป็นที่สงสัย
to be under way = เริ่มต้น
37. within = ข้างใน, ภายใน, ภายในขอบเขตแห่ง, ในระยะ(มองเห็น) เช่น
within call    = อยู่ใกล้สามารถเรียกได้ยิน
within easy distance = ไม่ไกล
to keep within door    = ไม่ออกไปข้างนอก
within hearing    = ใกล้จนได้ยิน
to live within one’s income = อยู่ให้เหมาะสมกับรายได้ของตน (ไม่ใช้จ่ายเกินรายได้)
within range = อยู่ในระยะ
within reach = หยิบถึง
within reason = มีเหตุผล
within a week = ภายในหนึ่งอาทิตย์
38. without = ภายนอก, พ้น, โดยไม่, ไร้, ปราศจาก, เช่น
without ceremony    = ไม่มีพิธีรีตอง
without delay = ไม่ชักช้า
without doubt = ไม่สงสัย
without end = ไม่สิ้นสุด
without rhyme and reason = ไม่มีเหตุผล
กริยาที่ตามด้วย PREPOSITION
1. Absorbed in : สนใจมาก, เคร่งครัด
ไม่ใช้ : The employees were absorbed at their work.
ใช้ : THe employees were absorbed in their work
พนักงานครํ่าเคร่งกับงานของเขามาก
2. Accustomed to : คุ้นเคยกับ, เคยชิน
ไม่ใช้ : We are accustomed with hot weather.
ใช้ : We are accustomed to hot weather.
3. Afraid of : กลัว
ไม่ใช้ : He is afraid from mad dog.
ใช้ : He is afraid of mad dog.
เขากลัวสุนัขบ้า
4. Aim at : เล็งไปที่
ไม่ใช้    :He aims on (or against) the bird.
ใช้ :He aims at the bird.
เขาเล็งไปที่นก
อธิบาย : preposition at ใช้สำหรับชี้ทิศทางที่มีจุดหมาย เช่น throw at, shout at, shoot at, แต่ถ้าใช้ shoot ไม่มี at หมายถึงการฆ่า เช่น He shot a bird = เขายิงนกตาย
5. Angry with : โกรธ, โมโห
ไม่ใช้ : The teacher was angry against him.
ใช้ : The teacher was angry with him.
ครูโมโหเขา
อธิบาย : angry with ใช้กับคน ถ้าเป็นสิ่งของ angry at เช่น
She was angry at hot weather. หล่อนงุ่นง่านเพราะอากาศร้อน
6. Anxious about : กระวนกระวาย, ร้อนใจ, กังวลใจ
ไม่ใช้ : We are anxious for our health.
ใช้ : We are anxious about our health.
เรากังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพของเรา
7. Arrive at : ไปถึง
ไม่ใช้ : He arrived to the village at night.
ใช้ : He arrived at the village at night.
เขาถึงหมู่บ้านเวลากลางคืน
อธิบาย : Arrive in ใช้กับไปถึงประเทศและเมืองใหญ่ๆ เช่น
He arrived in New York. เขาถึงกรุงนิวยอร์คแล้ว
8. Ashamed of : ละอายใจ
ไม่ใช้ : She is ashamed from her conduct.
ใช้ : She is ashamed of her conduct.
หล่อนละอายต่อความประพฤติของหล่อน
9. Believe in : มีความเชื่อใน, นับถือ
ไม่ใช้ : We believed to Buddhism.
ใช้ : We belived in Buddhism.
เรามีความเชื่อ (นับถือ) ในศาสนาพุทธ
10. Careful of : ระมัดระวัง
ไม่ใช้ : I am careful for my health.
ใช้ : I am careful of my health.
ผมระมัดระวังในสุขภาพของผม
11. Come หรือ go by train : มาหรือไปโดยรถไฟ
ไม่ใช้ : He came with the train last night.
ใช้ : He came by train last night.
เขามาทางรถไฟเมื่อคืนนี้
อธิบาย : การใช้พาหนะในการเดินทางต้องใช้ preposition ต่างๆ กันดังนี้

by train = โดยทางรถไฟ

by tram = โดยทางรถราง

by boat = โดยทางเรือ

by aeroplane = โดยทางเครื่องบิน

by land = ทางบก

by sea    = ทางทะเล

by air = ทางอากาศ

by bus = ทางรถเมล์โดยสาร
in a motorcar ,  by motorcar = โดยรถยนต์

in a taxi, by taxi = โดยรถแท็กซี่
on a bicycle = โดยรถจักรยาน

on foot = เดินมา
12. Complain of : บ่น
ไม่ใช้    : Many people complain for the heat.
ใช้ :Many people complain of the heat.
ประชาชนบ่นเกี่ยวกับอากาศร้อนอบอ้าว
13. Compose of : ประกอบด้วย
ไม่ใช้    : Our family is composed from six persons.
ใช้ :Our family is composed of six persons.
ครอบครัวของเราประกอบด้วยคน 6 คน
14. Conform to : สมกัน, เป็นไปตาม
ไม่ใช้    : We must conform with the rules.
ใช้ : We must conform to the rules.
เราต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ
15. Congratulate on : ขอแสดงความยินดี
ไม่ใช้    : I congrate you for your new appointment.
ใช้ : I congrate you on your new appointment.
ผมขอแสดงความยินดีในตำแหน่งใหม่ของคุณ
16. Consist of :
ไม่ใช้ : A week consists from seven days.
ใช้ : A week consists of seven days.
สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน
17. Covered with : ปกคลุมด้วย
ไม่ใช้ : The mountains are covered by snow.
ใช้ :The mountains are covered with snow.
ภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ
18. Depend on หรือ upon : ขึ้นอยู่กับ
ไม่ใช้ : It depends from your success.
ใช้ : It depends on (หรือ upon) your success.
มันขึ้นอยู่กับความสำเร็จของคุณ
19. Different from : ต่างจาก, แตกต่างกับ
ไม่ใช้ : My radio is different than yours.
ใช้ :My radio is different from yours.
วิทยุของฉันแตกต่างกับของคุณ
20. Divide into parts : แบ่งเป็นส่วนๆ
ไม่ใช้ : He divided the apple in two parts.
ใช้ :He divided the apple into two parts.
เขาแบ่งแอปเปิลออกเป็นสองส่วน
21. Dressed in : สวมชุด, แต่งด้วย
ไม่ใช้ : The girl was dressed with red.
ใช้ : The girl was dressed in red.
เด็กผู้หญิงแต่งชุดสีแดง
อธิบาย : ถ้าไม่ใช้อย่างที่กล่าวแล้ว อาจใช้ The girl was in red. ก็ได้
22. Exception to : ยกเว้น, ข้อยกเว้น
ไม่ใช้ : This is an exception of the rule.
ใช้ : This is an exception to the rule.
นี่เป็นกฎข้อหนึ่งที่ได้รับการยกเว้น
23.    Exchange for : แลกเปลี่ยนกับ
ไม่ใช้    : They exchanged rice by machinery.
ใช้ :They exchanged rice for machinery.
พวกเขาใช้ข้าวแลกเปลี่ยนกับเครื่องจักร
24. Fail in : สอบตก
ไม่ใช้ : He failed from English test.
ใช้ : He failed in English test.
เขาสอบภาษาอังกฤษตก
25. Full of : เต็มไปด้วย
ไม่ใช้ :The jar was full with water.
ใช้ : The jar was full of water.
ตุ่มมีน้ำอยู่เต็ม
26. Good at : เก่งในทาง
ไม่ใช้    : My sister is good in science.
ใช้ : My sister is good at science.
น้องสาวของฉันเก่งในทางวิทยาศาสตร
27. Indifferent to : ไม่สนใจ, ไม่แยแส
ไม่ใช้    : We are indifferent for politics.
ใช้ : We are indifferent to politics.
เราไม่แยแสต่อการเมือง
28. Interested in : สนใจใน
ไม่ใช้ : You are not interested for your work.
ใช้ :You are not interested in your work.
คุณไม่สนใจในงานของคุณเลยนี่
29. Live on : มีชีวิตอยู่ได้ด้วย, จุนเจือด้วย
ไม่ใช้ : He lives from his brother’s money.
ใช้ : He lives on his brother’s money.
เขามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ด้วยการอาศัยเงินของพี่ชายจุนเจือ
30. Marry to : แต่งงานกับ
ไม่ใช้ : She was married with a rich man.
ใช้ : She was married to a rich man.
หล่อนแต่งงานกับเศรษฐี
31. Opposite to : ตรงข้ามกับ
ไม่ใช้ : Your school is opposite from my house.
ใช้ :Your school is opposite to my house.
โรงเรียนของคุณอยู่ตรงข้ามกับบ้านของผม
32. Prefer to : ชอบมากกว่า
ไม่ใช้    : I prefer a blue shirt from a red one.
ใช้ :I prefer a blue shirt to a red one.
ฉันชอบเสื้อตัวสีน้ำเงินมากกว่าตัวสีแดง
33. Proud of : ภาคภูมิใจ
ไม่ใช้ : I am very proud for my promotion.
ใช้: I am very proud of my promotion.
ฉันภาคภูมิใจที่ได้รับการเลื่อนชั้น
34. Related to : เกี่ยวข้อง, สัมพันธ์
ไม่ใช้ : Are you related with him anyway ?
ใช้ :Are you related to him anyway ?
คุณเกี่ยวข้องกับเขาไม่ใช่หรือ ?
35. Satisfied with : พอใจ
ไม่ใช้    : Are you satisfied from your marks ?
ใช้ :Are you satisfied with your marks ?
คุณพอใจในคะแนนของคุณไหม?
36. Similar to : คล้ายกับ, ละม้าย
ไม่ใช้    : Your suit is similar with mine.
ใช้ :Your suit is similar to mine.
ชุดของคุณคล้ายกับชุดของผมจัง
37. Spend on : ใช้ (เวลา, เงินทอง)
ไม่ใช้ : I spend a lot of time for my vacation.

ใช้ :I spend a lot of time on my vacation.
ฉันใช้เวลามากในตอนหยุดเทอม
38. Succeed in : ได้รับความสำเร็จ
ไม่ใช้ : I hope you will succeed at your work.
ใช้ : I hope you will succeed in your work.
ฉันหวังว่าคุณจะได้รับความสำเร็จในการงาน
39. Sure of : เชื่อแน่
ไม่ใช้ : I am quite sure for his honesty.
ใช้ : lam quite sure of his honesty.
ผมเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ของเขา
40. Surprised at : ประหลาดใจ, แปลกใจ
ไม่ใช้ : We are surprised for his failure.
ใช้ :We are surprised at his failure.
เราประหลาดใจในความล้มเหลวของเขา
41. Suspect of = สงสัย
ไม่ใช้ : I suspect him for stealing the money.
ใช้ : I suspect him of stealing the money.
ผมสงสัยว่าเขาขโมยเงิน
42. Translate into : แปล
ไม่ใช้ : Please translate this chapter to Thai.
ใช้ :Please translate this chapter into Thai.
โปรดแปลบทนี้เป็นไทย
43. Write in ink : เขียนด้วยหมึก
ไม่ใช้ : I have written the letter with ink.
ใช้ :I have written in ink.
ฉันเขียนจดหมายด้วยน้ำหมึก
หมายเหตุ ถ้าเขียนด้วยปากกา ดินสอ จะใช้ I have written the letter with pen.
บุพบทที่มักใช้ผิด : The Use of the Wrong Prepositions
A. บุพบทที่นักเรียนใช้สับกัน (Prepositon often confused)
1. To กับ At
(a) To
ไม่ใช้    : Dang comes at school every morning.
ใช้ :Dang comes to school every morning.
แดงมาโรงเรียนทุกๆ เช้า
(b) At
ไม่ใช้ : Somboon is standing in the door.
ใช้ : Somboon is standing at the door.
สมบูรณ์กำลังยืนอยู่ที่ประตู
อธิบาย : “ to” ใช้กับการกระทำที่เคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง “at” ใช้กับการบ่งชี้ตำแหน่งที่
2. At กับ In
(a) At
ไม่ใช้ : I spend my holdays in Pattaya.
ใช้ : I spend my holidays at Pattaya.
ผมใช้วันหยุดที่พัทยา
(b) In
ไม่ใช้    : He lives at Hongkong.
ใช้ : He lives in Hongkong.
เขาอาศัยอยู่ในฮ่องกง
อธิบาย : ‘at’ใช้นำหน้าชื่อของเมืองเล็กๆ หมู่บ้าน : in ใช้นำหน้าชื่อประเทศ, เมืองใหญ่ๆ
3. In กับ Into
(a) In
ไม่ใช้    : He spent all the day into the room.
ใช้ : He spent all the day in the room.
เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้อง
(b) Into
ไม่ใช้ : He came in the roomand sat down.
ใช้ :He came into the room and sat down.
เขาเข้ามาในห้องและนั่งลง
อธิบาย : In ใช้เมื่ออยู่ภายใน เช่น ในห้อง,ในโรงภาพยนตร์
Into ใช้กับกริยาอาการที่เคลื่อนที่เข้าไปสู่ภายในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง 4. การใช้ In, On, At กับเวลา
(a) In
ไม่ใช้ : We will take an examination on May.
ใช้ : We will take an examination in May.
เขาจะสอบในเดือนพฤษภาคม
ไม่ใช้ : He goes for a work at the morning.
ใช้ : He goes for a work in the morning.
เขาเดินเล่นในตอนเช้า
(b) On
ไม่ใช้ : I went to Bangkok in Monday.
ใช้ : I went to Bangkok on Monday.
เขาไปกรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์
ไม่ใช้    : Her birthday is in June 18 th.
ใช้ : Her birthday on June 18 th.
วันเกิดของเธอตรงกับวันที่ 18 มิถุนายน
ไม่ใช้ : I get up on six o’clock.
ใช้ : I get up at six o’clock.
ฉันตื่นนอนเวลา 6 นาฬิกา
อธิบาย : In ใช้นำหน้าชื่อเดือน ฤดู ปี เช่น in August, in Summer, in 1969 etc.
On ใช้นำหน้าวันหรือวันที่ที่แสดงเวลา เช่น on Sunday, on May 30, on New year’s day.
At ใช้กับเวลาที่แน่นอน เช่น at 6 o’clock, at night, at noon, at dawn, at sunset
5. For กับ At เมื่อใช้กับราคา (Price)
(a) For
ไม่ใช้ : I bought a ball pen at five bath.
ใช้ : I bought a ball pen for five bath.
ฉันซื้อปากกาลูกลื่นด้ามหนึ่งราคา 5 บาท
(b) At
ไม่ใช้ : I can’t buy it for such a price.
ใช้ : I can ”t buy it at such a price.
ฉันไม่สามารถซื้อตามราคาที่กำหนดนั้น
อธิบาย : For ใช้กับราคาที่ซื้อมา ;แต่ At ใช้กับราคาที่คนขายตั้งไว้
6. Between กับ Among
(a) Between
ไม่ใช้ : She is sitting among John and Jane.
ใช้ :She is sitting between John and Jane.
หล่อนนั่งอยู่ระหว่างจอห์นกับเจน
(b) Among
ไม่ใช้ : Divided the money between you four.
ใช้ : Divided the money among you four.
แบ่งเงินระหว่างคุณสี่คน
อธิบาย : Between ใช้กับระหว่างของสองสิ่ง แต่ Among ใช้กับระหว่างของที่มากกว่าสองสิ่งขึ้นไป
7. Beside กับ Besides
(a) Beside
ไม่ใช้ : She was standing just besides me.
ใช้ : She was standing just beside me.
เธอกำลังยืนอยู่ติดๆ(ข้าง)กับผมแล้ว
(b) Besides
ไม่ใช้ : We study mathematics beside English.
ใช้ : We study mathematics besides English.
นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว พวกเรายังเรียนคณิตศาสตร์ด้วย
อธิบาย : Beside แปลว่าข้างๆ ; Besides แปลว่า นอกจาก, เพิ่มจาก
8. นักเรียนมักใช้ From แทนที่จะใช้ By
She was punished from her teacher.
She was punished by her teacher.
เธอถูกครูลงโทษ
อธิบาย : ข้างหลัง Passive voice ต้องตามด้วย by
9. นักเรียนมักใช้ By แทนที่จะใช้ With
ไม่ใช้ : I shot the bird by a gun.
ใช้ :I shot the bird with a gun.
ฉันยิงนกด้วยปืน
อธิบาย : เมื่อใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องมือเพื่อแสดงถึงเหตุการณ์ที่กระทำแล้วให้ใช้ with
10. นักเรียนมักใช้ For แทนที่จะใช้ About
ไม่ใช้ : The teacher spoke for bad habits.
ใช้ : The teacher spoke about bad habits.
ครูพูดถึงเรื่องนิสัยที่ไม่ดี
อธิบาย : for แปลว่า “สำหรับ”; about แปลว่า “เกี่ยวกับ”
11. นักเรียนมักใช้ Since แทนที่จะใช้ For
ไม่ใช้    : Somsri has lived here since two years.
ใช้ : Somsri has lived here for two years.
สมศรีอยู่ที่นี่มา 2 ปีแล้ว (ปัจจุบันก็ยังอยู่)
อธิบาย : Since ใช้กับ ตั้งแต่เวลา ; ส่วน For ใช้กับช่วงระยะหนึ่งของเวลา (Period of time)เช่น for three days,for five weeks,for two years,for a long time,since 1971.
12. นักเรียนมักใช้ From แทนที่จะใช้ Since
ไม่ใช้    : DAng has been ill from last Sunday.
ใช้ : Dang has been ill since last Sunday.
แดงป่วยตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว
อธิบาย : Preposition “since” ใช้สำหรับบ่งว่าเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งเป็นจุดของเวลาที่แน่นอน (Point of time) เช่น Since Monday, since yesterday, since eight o’clock, since Christmas.
13. นักเรียนมักใช้ After แทนที่จะใช้ In
ไม่ใช้ : I may be able to go after a week.
ใช้ : I may be able to go in a week.
ผมอาจจะไปได้ในสัปดาห์หน้า
อธิบาย : เมื่อพูดถึงช่วงเวลาในอนาคตต้องใช้ In ไม่ใช้ after
14. นักรียนมักใช้ In แทน Within
ไม่ใช้ : I will come back in an hour.
ใช้ : I will come back within an hour.
ผมจะกลับมาภายใน 1 ชั่วโมง
B. บุพบทที่มักลืมใช้ (Omission of Preposition) คำบางคำจะต้องตามด้วยบุพบทเสมอ เช่น คำเหล่านี้นักเรียนมักใช้ไม่ถูกต้อง ได้แก่
1. Ask for a thing ไม่ใช้ ask a thing = ขอยืม, ขอร้อง
ไม่ใช้ : He came and asked my pen.
ใช้ : He come and asked for my pen.
เขามาและยืมปากกาของผม
2. Explain to a person  ไม่ใช้ : explain a person = อธิบายแก่
ไม่ใช้ : Damrong explained me the matter.
ใช้ : Damrong explained the matter to me.
ดำรงอธิบายเรื่องต่างๆ แก่ผม
3. Knock at the door ไม่ใช้ knock the door = เคาะประตู
ไม่ใช้    : Who is knocking the door.
ใช้ :Whois knocking at the door.
ใครกำลังเคาะประตู
4. Listen to ใช้กับบุคคลหรือสิ่งของ ไม่ใช้ listen เฉยๆ = ฟัง
ไม่ใช้ : We are listening the radio.
ใช้ : We are listening to the radio.
พวกเรากำลังฟังวิทยุ
5. Pay for ใช้กับสิ่งของ ไม่ใช้ pay เฉยๆ = จ่ายค่า
ไม่ใช้ : How much did you pay the television ?
ใช้ : How much did you pay for the television ?
คุณซื้อโทรศัพท์มาราคาเท่าไร
6. Point at หรือ to ใช้กับคนหรือสิ่งของ ไม่ใช้ point เฉยๆ = ชี้ไปที่
ไม่ใช้ : He pointed the picture on the wall.
ใช้ : He pointed at the picture on the wall.
He point to the picture on the wall.
เขาชี้ไปที่รูปภาพบนฝาผนัง
7.Remind ใช้กับบุคคลต้องตามด้วย Preposition of something = เตือนใจ
ไม่ใช้ : Please remind me that later.
ใช้ : Please remind me of that later.
กรุณาเตือนผมในเวลาต่อไปด้วย
อธิบาย : remind จะต้องตามด้วย person (บุคคล) และใช้บุพบท of และตามด้วยสิ่งของ
8. Reply to ใช้กับบุคคล = ตอบ
ไม่ใช้ : He did not reply me yet.
ใช้ : He did not reply to me yet.
เขายังไม่ตอบผมเลย
9. Say to ใช้กับ person (บุคคล) = พูดกับ, บอกกับ
ไม่ใช้ : He said me, “come tomorrow’
ใช้ : He said to me, ‘come tomorrow”
เขาบอกฉันให้มาพรุ่งนี้
10. Search for ใช้กับของที่หายไป = ค้นหา, หา
ไม่ใช้    : They are searching the knife.
ใช้ : They are searching for the knife.
เขากำลังค้นหามีด
11. Share with ใช้กับบุคล = เข้าหุ้นกับ, แบ่ง
ไม่ใช้ : My friend share me his book.
ใช้ : My friend share his book with me.
เพื่อนของฉันแบ่งหนังสือการ์ตูนกันดูกับฉัน
12. Speak to ใช้กับบุคคล = พูด
ไม่ใช้ : I shall speak him about that.
ใช้ : I shall speak to him about that.
ฉันจะพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้น
13. Supply ใช้กับบุคคลต้องตามด้วย with = ช่วยเหลือ
ไม่ใช้ : Can you supply him all he need ?
ใช้ : Can you supply him with all he need ?
คุณสามารถช่วยเหลือเขาตามที่เขาต้องการทั้งหมดหรือ
14. Wait for ใช้กับบุคคลและสิ่งของ = คอย
ไม่ใช้ : I shall wait you at the cinema.
ใช้ : I shall wait for you at the cinema.
ผมจะคอยคุณที่โรงภาพยนตร์
15. Wish for ใช้กับของ = ปรารถนา
ไม่ใช้ : He does not wish any reward.
ใช้ : He does not wish for any reward
เขาไม่ปรารถนารางวัลใดๆ
16. Write to ใช้กับบุคคล = เขียนถึง
ไม่ใช้ : I shall write him tomorrow.
ใช้ : I shall write to him tomorrow.
ผมจะเขียนถึงเขาพรุ่งนี้
PREPOSITION TEST
1. Where does Henry live ?’
‘He lives…..the comer of 12th and Elm Street’.
1. in
2. to
3. of
4. on
2. ‘Where do you live Peter ?’
‘I live    ……………Third Street.’
1. to
2. at
3. next by
4. on
3. ‘When was this novel written ?’
‘It was written……1913.’
1. at
2. to
3. in
4. on
4. ‘Where’s the shoe repair shop ?’
‘It’s……..the drugstore.
1. next
2. next of
3. next to
4. next by
5. ‘May I help you,sir ?’
‘l’m interested…..a new coat.’
1. to buy
2. in buy
3. buy
4. in buying
6. ‘where shall we meet ?’
‘……the restaurant.’
1. At front
2. At front of
3. In front
4. In front of
7. ‘How can I increase my vocabulary ?’
‘One of the best ways is…..reading.
1. to
2. for
3. from
4. by
8. ‘when will the convention take place ?’
‘……..April.’
1. At
2. On
3. To
4. In
9. ‘when’s our exam ?’
‘it’s………..  ?
1. the Thuesday
2. in Tuesday
3. during Thuesday
4. on Thuesday
10. Do you like tennis ?’
‘very much but I haven’t played……….. a year.’
1. since
2. for
3. during
4. by
11. ‘Did you like the movie last night ?’
‘No,it was very different…….the movie.’
1. of
2. to
3. from
4. as
12. ‘where is the Post Office ?’
‘it’s very…… the library. ?’
1. close
2. close to
3. close of
4. close from
13. ‘How does George likehis new secretary ?’
‘He is delighted……    ’
1. to her
2. with her
3. of her
4. at her
14. ‘I’d like to go, but I have a date on Saturday.’
That’s okay. If we leave today, we can probably be back    ……the week¬end.’
1. at
2. by
3. to
4. in
15. ‘What happened in physics class today ?’
‘Nothing much. Dr.Johnson spent most of the house…….. the book.’
1. referring
2. referring to
3. referring of
4. referring from
16. ‘What’s botering you, Kath ?’
‘I m worried…..    taking my oral exams for Ph.D’
1. about
2. of
3. that
4. to
17. ‘I thought that Larry was a student at State University.’
‘He is…… the day he drives a city bus, and at night he goes to school.’
1. In
2. During
3. By
4. At
18. In ordinary conversation I concentrete my gaze…..both eyes of the person addressing me.
1. in
2. on
3. at
4. to
19. Our houses are on the same hill. Mine is…..his.
1. over
2. on
3. above
4. upon
20.’what has happened ?’
‘A truck carrying a full load of toxil gas has just exploded, sending
poisonous fumes…..the whole community.’
1. through-out
2. among
3. for
4. in
21. ‘what did they do during their long holidays together ?’
‘Well, they concentrate…    rest, good eating, and relaxed conversation.’
1. at
2. in
3. on
4. to
22. ‘Do they live……     543 Soi Wattana…..    Sukhumvit Road ?
1. at, off
2. on, in
3. at, at
4. on, on
23. ‘Do you know anything about the placement test ?’
‘Yes, it will be held…..in Building 5.’
1. on Friday, May 30th, at 2 o’clock
2. on May Friday 30 th, at 2 o’clock
3. at 2 o’clock, on 30 th May, Friday
4. at 2 o’clock, 30 th May, Friday
24. ‘We’ll keep it……     two months’ have passed.’
‘Then what ?’
1. until
2. during
3. while
4. before
25. ‘l’m surprised….     making that….    silly mistake.’
1. how John
2. at John’s
3. of John
4. that John
26. ‘It’ll take us quite a while to get to the other side.’
Why don t we take a short cut by walking……     this public park ?’
1. across
2. from
3. through
4. off
27. There will be thunder showers tomorrow morning…..Radio Thailand.
1. over
2. on
3. according to
4. owing to
28. After I obtained my diploma…… night-school. Ichanged my job.
1. by
2. at
3. of
4. for
29.  …… weekends they usually spend most of the time watching television:
1. On
2. In
3. At
4. Of
30. Eggs are usually sold…. the dozen.
1. for
2. of
3. by
4. at
31. We can t get everything we want from life; we must just make the best…. it.
1. by
2. in
3. from
4. of
32. The man…. is my brother-in-law.
1. of the dark beard
2. with the dark beard
3. to the dark beard
4. with the dark beard on
33. The cat jumped…..my lap.
1. beside
2. away
3. into
4. by
34. Don t let me disturb you; please get…. your typing.
1. with
2. in with
3. on with
4. in
35. Would you like to go….a ride ?
1. with
2. on
3. for
4. in
36. They’re staying with us…..the time being until they find a place of their own.
1. during
2. in
3. since
4. for
37. If you don’t know how to spell a word, look it….    dictionary.
1. up
2. after
3. out
4. for
38.  ……..    I didn’t understand the job but now l’m making progress.
1. On the beginning
2. At first
3. For a start
4. In principle
39. Did you……the examination last year ?’
1. take place in
2. enter into
3. go in for
4. form part of
40. There’s no beer left and the pubs are shut so you’ll have to……..
1. go for
2. go off
3. go without
4. go through
41. He’s sometimes bad-tempered but he’s a good fellow…… 1. in heart    .
2. with heart
3. at heart
4. by heart
42. What a strange animal! It looks like a…….    a deer and a moose.
1. mix of
2. result from
3. half of
4. cross between
43. Children are likely to get…     if no one cares about their upbringing.
1. away from the hand
2. out of the hand
3. out of hand
4. away from hand
44. Phone me when you get……
1. to home
2. at home
3. in home
4. home
45. My flat is…    the third floor of the building.
1. by
2. at
3. in
4. on
46. They live…    the other side of the road.
1. in
2. on
3. for
4. by
47. We usually have fine weather…… Summer.
1. at
2. on
3. in
4. while
48. It’s the first turning………..     the left after the traffic lights.
1. on
2. in
3. by
4. for
49. I’ll meet you again….      the weekend.
1. by
2. on
3. at
4. for
50. I met him… the stairs as I was coming up.
1. in
2. on
3. for
4. along
51. It’s usually quiet here……. Sunday mornings.
1. on
2. in
3. at
4. the
52. It’s nice to go for a walk….    a summer evening.
1. on
2. in
3. at
4. during
53. We’ll be…..    home tomorrow if you’d like to call.
1. in
2. in the
3. at
4. at the
54. There is not much to do here….     Sunday.
1. the
2. in
3. at
4. on
55. She’s very fond…..modem art.
1. of the
2. of
3. to the
4. to
56. Are you interested…..     tennis tomorrow ?
1. in playing
2. for playing
3. on playing
4. to play
57. I wouldn’t rely…..him if I were you.
1. to
2. for
3. on
4. in
58. He may be able to come to the party……the other hand, he may be too busy.
1. on
2. in
3. by
4. for
59. I’m bad…. remembering faces.
1. at
2. in
3. with
4. on
60. You can’t rely….    him to do the job properly.
1. to
2. with
3. in
4. on
เฉลย-พร้อมคำอธิบาย
1. เฉลยข้อ 4 on ใช้กับถนนคือ ตรงมุมถนนที่ 12 ตัดกับเอล์มสตรีท
2. เฉลยข้อ 4 on Third Street; ใช้ on นำหน้าชื่อถนน (Third Street) เพื่อแสดงสถานที่
3. เฉลยข้อ 3 ใช้ in เพื่อบอกเวลาที่เป็นชื่อปี (ค.ศ.) คือ in 1913
4. เฉลยข้อ 3 next to = ติดกับ, ถัดไป
5. เฉลยข้อ 4 ใช้ interesed in + ing form คือ interesed in buying a new coat. สนใจในการซื้อเสื้อโค้ตใหม่
6. เฉลยข้อ 4 In front of = ข้างหน้า
7. เฉลยข้อ 4 by reading = โดยการอ่าน
8. เฉลยข้อ 4 ใช้ In นำหน้าชื่อเดือน คือ In April,In June etc.
9. เฉลยข้อ 4 ใช้ on นำหน้าชื่อวัน คือ on Tuesday, on Saturday etc.
10. เฉลยข้อ 2 ใช้ for a year = เวลาเป็นปี; ประโยคมีความหมายว่า ฉันชอบเล่นเทนนิสมาก แต่ฉันไม่ได้เล่นมาเป็นปีแล้ว
11. เฉลยข้อ 3 ใช้ different from = แตกต่างจาก
12. เฉลยข้อ 2 close to = ใกล้กับ
13. เฉลยข้อ 2 เขายินดีกับเธอ (He is delighted with her)
14. เฉลยข้อ 2 Preposition “by” ใช้เพื่อแสดงถึงจำนวนที่จำกัด (limit) โปรดจำไว้ว่า by มีความหมายอีกประการหนึ่งว่า “ไม่ช้ากว่า”(not later than)
15. เฉลยข้อ 2 refer จะต้องตามด้วย preposition “to” เสมอ
16. เฉลยข้อ 1 ใช้ worried about = กังวลเกี่ยวกับ
17.เฉลยข้อ 4 During a day…= ในระหว่างเวลากลางวัน
18. เฉลยข้อ 2 concentrate my gaze on = จ้อง; โปรดจำไว้ว่า concentrate จะต้องตามด้วย preposition ‘on’ เสมอ
19. เฉลยข้อ 3 above = อยู่บน. เหนือ
Our houses are on the same hill. Mine is above his.
บ้านของเราอยู่บนเนินเขาลูกเดียวกัน บ้านของฉันอยู่เหนือบ้านของเขา
20. เฉลยข้อ 1 through-out = ตลอดทั้ง, ไปทั่ว
A truck carrying a full load of toxil gas has just exploded, sen-ding poisonous fumes through-out the whole community.
รถบรรทุกที่บรรทุกก๊าซพิษเต็มคันรถได้เกิดระเบิดขึ้นทำให้ก๊าชพิษ แพร่กระจายไปทั่วชุมชน
21. เฉลยข้อ 3 concentrated จะต้องใช้กับ preposition ‘on’ = ขัน, แรง
22. เฉลยข้อ 1 บ้านเลขที่ใช้กับ preposition ‘at’ เช่น at 123 Petchburi Road;
โปรดจำไว้ว่าเกี่ยวกับถนนจะใช้กับ preposition ‘at’ ส่วนวันที่ใช้กับ ‘on’
23. เฉลยข้อ 3 เวลาจะใช้ preposition ‘at’ ส่วนวันที่ใช้กับ preposition ‘on’
Yes, it will be held at 2 o’clock, on 30th May, Friday in Building 5.
ใช่ การทดสอบจะเริ่มเวลาบ่าย 2 โมง ของวันศุกร์ วันที่ 30 พฤษภาคม ที่อาคาร 5
24. เฉลยข้อ 1 until = จนกระทั่ง
We will keep it until two months’ have passed.
เราจะเก็บเอาไว้จนกระทั่งสองเดือนผ่านไป
25. เฉลยข้อ 2 surprised จะต้องตามด้วย preposition ‘at’ เสมอ
26. เฉลยข้อ 3 walk through = เดินผ่านไป
Why don’t we take a short cut by walking through this public park ?
ทำไมเขาถึงไม่ใช้ทางลัดโดยเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งนี้ไป
27. เฉลยข้อ 3 according to Radio Thailand = ตามสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย
28. เฉลยข้อ 2 at
After I obtain my diploma at night-school. I changed my job. หลังจากที่ดิฉันได้รับประกาศนียบัตรจากโรงเรียนภาคคํ่าแล้ว ฉันก็เปลี่ยนงาน
29. เฉลยข้อ 1 ใช้ On weekends = ในวันสุดสัปดาห์
30. เฉลยข้อ 3 sold by the dozen = ขายเป็นโหล
31. เฉลยข้อ 4 of
……..we must just make the best of it.
เราต้องเพียงแต่ทำมันให้ดีที่สุด
32. เฉลยข้อ 2 with the dark beard = คนที่มีเคราดำ
33. เฉลยข้อ 3 ใช้ .‘into’ เพื่อแสดงถึงตำแหน่งที่แมวกระโดดลงไป คือ jumped into my lap = กระโดดลงไปในตัก
34. เฉลยข้อ 3 get on with your typing = พิมพ์ดีดของคุณต่อไป
35. เฉลยข้อ 3 ใช้ you go ‘for’ a ride หรืออาจใช้ you go ‘with’ someone for a ride = ไปนั่งรถเล่น
36. เฉลยข้อ 4 for the time being = ในขณะนี้, ปัจจุบัน
37. เฉลยข้อ 1 look something up = ค้นหา
38. เฉลยข้อ 2 At first = ตอนแรก,ก่อนอื่น
At first I didn’t understand the job
ในตอนแรกฉันไม่เข้าใจงาน
39. เฉลยข้อ 3 go in for the examination = เข้าสอบ
40. เฉลยข้อ 3 go with out = ออกไปโดยไม่มี
41. เฉลยข้อ 3 at heart = ในหัวใจจริง
42. เฉลยข้อ 4 ….. a cross between a deer and a moose
ผสมระหว่างกวางกับกวาง (มูช)
43. เฉลยข้อ 3 Children are likely to get out of hand if no one cares about their upbringing.
เด็กๆ โดยทั่วไปจะถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยไปตามสบายถ้าไม่ห่วงเรื่องการฝึกอบรม
44. เฉลยข้อ 4 Phone me when you get home.
โทรศัพท์มาถึงฉันเมื่อคุณกลับถึงบ้าน
45. เฉลยข้อ 4 My flat is on the third floor
ที่พักของฉันอยู่บนชั้น 3
46. เฉลยข้อ 2 ‘on’ ใช้กับถนน คือ on the other side of the road = บนอีกด้านหนึ่งของถนน
47. เฉลยข้อ 3 ใช้ in กับฤดูกาล เช่น in Summer, in Spring, etc.
48. เฉลยข้อ 1 turn on the left = เลี้ยวซ้าย; turn on = เลี้ยว;แต่ถ้าเป็นสำนวน turn on จะแปลว่าเปิด (ไฟ,วิทยุ.ทีวี)
49. เฉลยข้อ 3 at the weekend = ในวันสุดสัปดาห์
50. เฉลยข้อ 2 on the stairs = บนบันได
51. เฉลยข้อ 1 ใช้ on กับวัน คือ on Sunday morning = เช้าวันอาทิตย์
52. เฉลยข้อ 1 on a summer evening = ตอนเย็นวันฤดูร้อน’
53 เฉลยข้อ 3 We’ll be at home tomorrow
เราจะอยู่บ้านในวันพรุ่งนี้
54. เฉลยข้อ 4 ใช้ on กับวัน เช่น on Sunday 1 on Monday etc.
55. เฉลยข้อ 2 fond จะต้องตามด้วย preposition ‘of’ เสมอ
56. เฉลยข้อ 1 ใช้ interested in = สนใจใน
57. เฉลยข้อ 3 rely จะต้องตามด้วย preposition on’ หรือ upon’
58. เฉลยข้อ 1 On the other nand, = อีกนัยหนึ่ง
59. เฉลยข้อ 1 โปรดจำไว้ว่า bad, good จะตามด้วย preposition at’ เช่น bad at remembering = ลืมเก่ง, good at matheematics = เก่งคณิตศาสตร์
60 เฉลยข้อ 4 rely ตามด้วย preposition ‘on’ หรือ ‘upon’
ที่มา:ธวัชชัย  ปานนิมิต

(Visited 12,514 times, 43 visits today)