บทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเดินทางไปโรงแรม

On the Way to the Hotel
ออน เดอะ เว้ย์ ทู เดอะ โฮเท้ล
เดินทางไปถึงโรงแรม
A. CONVERSATION (บทสนทนา)
A: Now we’re going toward the city. Please get in the car. Where did you board the plane, by the way?
น้าว วี เออร์ โก๊อิง โท้เวิร์ด เดอะ ซิที. พลี้ซ เก๊ท-อิน เดอะ ค้าร์. แว้ร์ ดิด ยู บ๊อร์ด เดอะ เพล้น, บาย เดอะ เว้ย์?
ตอนนี้เรากำลังจะไปในเมือง กรุณาขึ้นรถ เออ…คุณขึ้นเครื่องบินที่ไหนน่ะ?
B: At the Heatrow Intematio nal Airport. I flew direct from London.
แอท เดอะ ฮี้ธโรว์ อินเทอร์แน้ชชันนัล แอ๊ร์พอร์ท. ไอ ฟลู๊ว์ ไดเร้ค ฟรัม ลั้นดัน
ที่สนามบินระหว่างประเทศฮีทโรว์ ผมบินตรงมาจากลอนดอน
A: Is the weather in England cold now?
อิซ เดอะ เว้ธเธอร์ อิน อิ๊งแลนด์ โค้ลด์ หนาว?
ตอนนี้อากาศในประเทศอังกฤษหนาวไหม?
B: Yes, it’s very cold, much colder than here.
เย้ซ, อิทส์ ฟ์เว้รี โค้ลด์, มัช โค้ลเดอร์ แดน เฮี้ยร์
ครับ มันหนาวมาก มากกว่าที่นี่เยอะ
A: What season is it now in your country?
ว้อท ซี้ซัน อิซ-อิท น้าว อิน ยัวร์ คั้นทรี?
ตอนนี้ที่ประเทศของคุณเป็นฤดูอะไร?
B: It’s winter, of course. I’d like to stay away from the cold weather for one reason. That’s why I come over to your country.
อิทส์ วิ้นเทอร์, ออฟ ค้อร์ซ. ไอด์ ไล้ค์ ทุ สเต๊ย อะเว้ย์ ฟรัม เดอะ โค้ลด์ เว้ธเธอร์ ฟอร์ วั้น รี้ซัน. แดทส์ ว้าย ไอ คั้ม- โอ้ฟเวอร์ ทู ยัวร์ คั้นทรี
มันเป็นฤดูหนาวซิ เหตุผลหนึ่งที่ผมต้องการหนีอากาศหนาว ดังนั้น ผมจึงมาที่ประเทศของคุณ
A: Are you going to stay long in Bangkok?
อาร์ หยุ โก๊อิง ทู สเต๊ย์ ล้อง อิน แบ๊งขอค?
คุณจะพักอย่กรุงเทพฯ นานไหม?
B: Yes, about two weeks. After I’ve finished my official business, I’ll do some sightseeings.
เย้ซ, อะเบ๊าท์ ทู้ วี้คส์. อั้ฟเทอร์ ไอฟ์ว์ ฟิ้นนิชท์ มาย ออฟฟิ้ชเชียล บิ๊ซซิเนส, ไอล์ ดู๊ ซั้ม ไซ้ท์ซีอิงซ์
ครับ ประมาณสองสัปดาห์ หลังจากผมเสร็จธุรกิจเป็นทางการแล้ว ผมจะเที่ยวชมสถานที่
A: Where do you plan to visit? Have you got any places in mind?
แว้ร์ ดู หยุ แพล้น ถุ ฟ์วิ้ซิท? แฮ้ฟว์ หยุ ก๊อท แอ๊นนี เพล้ซเซซ อิน ไหมน์ด์?
คุณกะจะไปเที่ยวที่ไหน? คุณมีสถานที่ไหนในใจหรือไม่?
B: Well, I’ve planned to visit many places if my time permits. I’d like to visit the Grand Palace. I also want to see some beautiful temples, such as the Emerald Buddha Temple, the Temple of Dawn, the Temple of Reclining Buddha and the Marble Temple. เหวล, ไอฟ์ว์ แพล้นด์ ถุ ฟ์วิ้ซิท แม้นนี เพล้ซเซซ อิฟ มาย ไท้ม์ เพอร์มิ้ทส์. ไอด์ ไล้ค์ ถุ ฟ์วิ้ซิท เดอะ แกร๊นด์ แพ้เลซ. ไอ อ๊อลโซ ว้อน ถุ ซี้ ซั้ม บิ๊วทิฟุล เท้มเพิลซ์, ซั้ซ-แอช ดิ เอ๊มเมอร์รัล บุ๊ดดา เท้มเพิล, เดอะ เท้มเพิล-ออฟ ด๋อน, เดอะ แท้มเพิล ออฟ รีไคล้นิง บุ๊ดด๋า แอ่นด์ เดอะ ม้าร์เบิล เท้มเพิล เออ…ผมวางแผนแล้วว่าจะไปเยี่ยมหลายแห่งถ้ามีเวลา ผมต้องการไปพระบรมมหาราชวังและผมต้องการไปเห็นวัดสวยๆ บ้าง เช่น วัดพระแก้ว วัดอรุณ วัดโพธิ์ และวัดเบญจมบพิตร
A: Aren’t you going to Pattaya? Many tourists like to go there.
อ๊าร์นท์ หยุ โก๊อิง ถุ พั้ททะหยา? แม้นนี ทั้วริซท์ส์ ไล้ค์ ถุ โก๊ แด๊ร์
คุณจะไม่ไปพัทยาหรือ? นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากชอบไปที่นั่น
B: I wish I could, but I might not have enough time. I wish I could see the countryside, the rice fields, and the rubber plantations, as well.
ไอ วิช ไอ คู้ลด, บัท ไอ ไม้ท์ น้อท แฮ้ฟว์ อีนั้ฟ ไท้ม์. ไอ วิช ไอ คูล์ด ซี้ เดอะ คั้นทรีไสด์, เดอะ ไร้ซ์ ฝีลด์ซ์, แอ่นด์ เดอะ รับเบอร์ แพลนเท้ชัน, แอช เว้ล ผมอยากไป แต่ผมอาจไม่มีเวลาพอ ผมต้องการเห็นนอกเมือง ทุ่งนา และสวนยางด้วย
A: You may find some time to do so. We’re approaching your hotel now. It’s a few block from here.
หยุ เมย์ ไฟ้น์ด์ ซั้ม ไท้ม์ ถุ ดู๊ โซ. วีเออร์ แอพโพร้ชชิง ยัวร์ โฮเท้ล น้าว. อิทส์ อะ ฟิ้ว บล๊อคส์ ฟรัม เฮี้ยร์
คุณอาจหาเวลาทำเช่นนั้นได้ ตอนนี้เรากำลังไปถึงโรงแรมของคุณแล้ว มันอยู่สี่ห้าช่วงตึกจากที่นี่
B: What’s over there on your left at the comer?
ว้อทส์-โอ๊ฟเวอร์ แดร์ ออน ยัวร์ เล้ฟท์ แอท เดอะ ค้อร์นเนอร์?
อะไรอยู่ซ้ายมือของคุณที่มุมตรงโน้น?
A: That’s a Bhrahmin God. A great number of people who believe in superstition come to worship him for good luck and happiness. Here we are at your hotel.
แดทส์ อะ บร๊ามมิน ก๊อด. อะ เกร๊ท นั้มเบอร์ ออฟ พี้เพิล ฮู บีลี้ฟว-อิน ซุพเพอร์สติ๊ชัน คั้ม ทู ว้อร์ชิพ ฮิม ฟอร์ กู๊ด ลั้ค แอ่นด์ แฮ้พพิเนส. เฮี้ยร์ วี อ๊าร์ แอท ยัวร์ โฮเท้ล
นั้นคือพระพรหม คนเป็นจำนวนมากที่เชื่อในโชคลาง มาบูชา เพื่อให้โชคดีและมีความสุข นี่ถึงโรงแรมของคุณแล้ว
B: Thank you very much. It looks a very nice hotel.
แธ้งคิว ฟ์เว้รี มัช. อิท ลุ้คส์ อะ ฟ์เว้รี ไน้ซ์ โฮเท้ล
ขอบคุณมาก มันดูเป็นโรงแรมที่สวยมากแห่งหนึ่ง
B. VOCABULARY (คำศัพท์)
go (v)            โก๊            ไป
toward (adv)         โท้เอิร์ด        สู่ ยัง
go toward         โก๊ โท้เอิร์ด         ไปสู่
board (v)            บ๊อร์ด        โดยสาร ขึ้นเครื่องบิน
board the plane    บ๊อร์ด เดอะ เพล้น    ขึ้นเครื่องบิน
flew direct (v)         ฟลู้ว์ ไดเร้ค            บินตรง
Airport (n)         แอ๊ร์พอร์ท            สนามบิน
Heathrow International Airport        ฮี้ธโรว์ อินเทอร์แน้ชชันนัล แอ๊ร์พอร์ท    สนามบินระหว่างประเทศ ฮี้ธโรว์
season (n)         ซี้ซัน            ฤดู
stay away (v)         สเต๊ย์ อะเว้ย์    หนีจาก
official (adj)         ออฟฟิ้ชเชียล     เป็นทางการ ทางการ
business (n)         บิ๊ซซิเนส        ธุรกิจ
official business (n)    ออฟฟิ้ซเชียล บิ้ซซิเนส     ธุรกิจเป็นทางการ
sightseeings (n)     ไซ้ท์ซีอิงซ์        การเที่ยวชมสถานที่
mind (n)            ไม้น์ด์        ใจ
in mind (adv)         อิน ไม้น์ด์        ในใจ
permit (v)             เพอร์มิ้ท        อนุญาต ให้
if time permits (-)    อิฟ ไท้ม์ เพอร์มิ้ท     ถ้ามีเวลา
Grand Palace (n)    แกร๊นด์ แพ้เลซ    พระบรมมหาราชวัง วังหลวง
Emerald Buddha Temple (n)    เอ๊มเมอรัล บุ๊ดดา เท้มเพิล     วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
Temple of Dawn (n)    เท้มเพิล ออฟ ด๊อน    วัดอรุณราชวราราม วัดแจ้ง
Temple of Reclining Buddha (n)    เท้มเพิล ออฟ รีไคล้นิง บุ๊ดดา
วัดโพธิ์ วัดพระเชตุพน วัดพระนอน
tourist (n)            ทั้วริสท์    นักท่องเที่ยว
countryside (n)     คั้นทรีไซด์    นอกเมือง ชนบท
rice fields (n)         ไร้ซ์ ฟิ้ลด์ซ์ ทุ่งนา
rubber (n)         รั้บเบอร์    ยางพารา
plantations (n)         แพลนเท้ชันซ์     สวน
rubber plantations (n)    รั้บเบอร์ แพลนเท้ชัน    สวนยางพารา
a Bhrahmin God (n)    บร้ามมิน ก๊อด     พระพรหม
approach (v)         แอพโพร้ช        เข้ามาใกล้
a great number (adj)    อะ เกร๊ท นั้มเบอร์ จำนวนมาก หลาย
worship (v)         ว้อร์ชิพ    บูชา
superstition (n)     ซุพเพอร์สติ๊ชัน    โชคลาง    การเชื่อโชคลาง
believe (v)         บีลี้ฟว์        เชื่อ
believe in superstition บีลี้ฟว์-อิน ชุพเพอร์สติ๊ชัน         เชื่อในโชคลาง
luck (n)            ลั้ค            โชคดี
happiness (n)         แฮ้พพีเนส        ความสุข
C. EXPRESSION TO REMEMBER
(ประโยคที่ควรจำ)
1. Now we’re going toward the city.
น้าว วีเออร์ โก๊อิง โท้เอิร์ด เดอะ ซิที
ตอนนี้เรากำลังจะไปในเมือง
2. Please get in the car.
พลี้ซ เก๊ท-อิน เดอะ ค้าร์
กรุณาขึ้นรถ
3. Where did you board the plane, by the way?
แว้ร์ ดิด หยุ บ๊อร์ด เดอะ เพล้น, บาย เดอะ เว้ย?
เออ…คุณขึ้นเครื่องบินที่ไหนน่ะ?
4. I flew direct from London.
ไอ ฟลู้ว์ ไดเร้ค ฟรัม ลั้นดัน
ผมบินตรงมาจากลอนดอน
5. Is the weather in England cold now?
อิซ เดอะ เว้ธเธอร์ อิน อิ๊งแลนด์ โค้ลด์ หนาว?
ตอนนี้อากาศในประเทศอังกฤษหนาวไหม?
6. Yes, it’s very cold, much colder than here.
เย้ซ, อิทส์ ฟ์เว้รี โคล้ด์, มัช โค้ลเดอร์ แดน เฮี้ยร์
ครับ มันหนาวมาก มากกว่าที่นี่เยอะ
7. What season is is now in your country?
ว้อท ซี้ซัน อิซ-อิท น้าว อิน ยัวร์ คั้นทรี?
ตอนนี้ประเทศของคุณเป็นฤดูอะไร?
8. It’s winter, of course.
อิทส์ วิ้นเทอร์, ออฟ ค้อร์ซ
มันเป็นฤดูหนาวซิ
9. I’d like to stay away from the cold weather for one reason.
ไอด์ ไล้ค์ ถุ สเต๊ย์ อะเว้ย์ ฟรัม เดอะ โคล้ด์ เว้ธเธอร์ ฟอร์ วั้น รี้ซัน
เหตุผลหนึ่งที่ผมต้องการหนีอากาศหนาว
10. That’s why I come over to your country.
แดทส์ ว้าย ไอ คั้ม-โอ๊ฟเวอร์ ทู ยัวร์ คั้นทรี
ดังนั้น ผมจึงมาที่ประเทศของคุณ
11. Are you going to stay long in Bangkok?
อาร์ หยุ โก๊อิง ทู สเต๊ย ล้อง อิน แบ๊งขอค?
คุณจะพักอยู่กรุงเทพฯ นานไหม?
12. After I’ve finished my official business, I’ll do some sightseeings.
อั้ฟเทอร์ ไอฟ์ว์ ฟินนิชท์ ม้าย ออฟฟิ้ชเชียล บิ๊ซซิเนส, ไอล์ ดู๊ ซั้ม ไซ้ท์ซีอิงซ์
หลังจากผมเสร็จธุรกิจเป็นทางการแล้ว ผมจะเที่ยวชมสถานที่
13. Where do you plan to visit?
แว้ร์ ดุ หยุ แพล้น ถุ ฟ์วิ้ซิท?
คุณกะจะไปเที่ยวที่ไหน?
14. Have you got any places in mind?
แฮ้ฟว์ หยุ ก๊อท แอ๊นนี เพล้ซเซซ อิน ไหมน์ด์?
คุณมีสถานที่ไหนในใจหรือไม่?
15. Well, I’ve planned to visit many places if my time permits.
เหวล, ไอฟ์ว์ แพล้นด์ ถุ ฟ์วิ้ซิท แม้นนี เพล้ซเซซ อิฟ มาย ไท้ม์ เพอร์มิ้ทส์
เออ ผมวางแผนแล้วว่าจะไปเยี่ยมหลายแห่งถ้ามีเวลา
16. I’d like to visit the Grand Palace.
ไอด์ ไล้ค์ ถุ ฟ์วิ้ซิท เดอะ แกร๊นด์ แพ้เลซ
ผมต้องการไปเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง
17. I also want to see some beautiful temples.
ไอ อ๊อลโซ ว้อนท์ ถุ ซี้ ซั้ม บิ๊วทิฟุล เท้มเพิลซ์
และผมต้องการไปเห็นวัดสวยๆ บ้าง
18. Aren’t you going to Pattaya?
อ๊าร์น หยุ โก๊อิง ถุ พัททะหยา?
คุณจะไม่ไปพัทยาหรือ?
19. Many tourists like to go there.
แม้นนี ทั้วริสท์ส์ ไล้ค์ ถุ โก๊ แด๊ร์
นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากชอบไปที่นั้น
20. I wish I could, but I might not have enough time.
ไอ วิช ไอ คู้ล์ด, บัท ไอ ไม้ท์ น้อท แฮ้ฟว์ อีนั้ฟ ไท้ม์
ผมอยากไป แต่ผมอาจไม่มีเวลาพอ
21. I wish I could see the countryside, the rice fields, and the rubber plantations, as well.
ไอ วิช ไอ คูล์ด ซี้ เดอะ คั้นทรีไสด์, เดอะ ไร้ซ์ ฝิลด์ซ์, แอ่นด์ เดอะ รับเบอร์ แพลนเท้ชันซ์, แอซ เว้ล
ผมต้องการเห็นนอกเมือง ทุ่งนา และสวนยางพาราด้วย
22. You may find some time to do so.
หยุ เมย์ ไฟ้น์ด์ ซั้ม ไท้ม์ ถุ ดู๊ โซ
คุณอาจหาเวลาทำเช่นนั้นได้
23. We’re approaching your hotel now.
วีเออร์ แอพโพร้ชชิง ยัวร์ โฮเท้ล น้าว
ตอนนี้เรากำลังไปถึงโรงแรมของคุณแล้ว
24. It’s a few blocks from here.
อิทส์ อะ ฟิ้ว บล๊อคส์ ฟรัม เฮี้ยร์
มันอยู่สี่ห้าช่วงตึกจากที่นี่
25. What’s over there on your left at the comer?
ว้อทส์-โอ๊ฟเวอร์ แดร์ ออน ยัวร์ เล้ฟท์ แอท เดอะ ค้อร์นเนอร์?
อะไรอยู่ซ้ายมือของคุณที่มุมตรงโน้น?
26. It looks a very nice hotel.
อิท ลุ้คส์ อะ ฟ์เว้รี ไน้ซ์ โฮเท้ล
มันดูเป็นโรงแรมที่สวยมากแห่งหนึ่ง
D. POINTS OF ATTENTION
(ประเด็นที่ควรสนใจ)
1. การใช้คุณศัพท์เป็นคำวิเศษณ์ คำคุณศัพท์บางคำทำหน้าที่ขยายกริยาหรือคุณศัพท์เองก็ได้ แต่ยังคงรูปเหมือนคำคุณศัพท์ เช่นในประโยคต่อไปนี้
1. I flew direct from London.
ไอ ฟลู้ว์ ไดเร้ค ฟรัม ลั้นดัน
ผมบินตรงมาจากลอนดอน
2. The moon shines bright.
เดอะ มู้น ไช้น์ซ์ ไบร๊ท์
พระจันทร์ส่องแสงจ้า
3. I bought it very cheap.
ไอ บ๊อท อิท ฟ์เว้รี ชี้พ
ผมซื้อมันได้ถูก
2. กริยาตามด้วยนามกริยาหรือกริยาช่องหนึ่ง มีกริยาบางตัว ในภาษาอังกฤษต้องการกรรมหรือนามกริยามารับข้างท้าย หรือต้องการ กริยาช่องหนึ่งโดยมี to นำหน้าอีกทีหนึ่งก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ความหมาย อาจเหมือนเดิม ต่างไปเล็กน้อย หรือตรงข้ามก็ได้ เช่นในประโยคต่อไปนี้
1. He began laughing.
ฮี บีแก๊น ล้าฟฟิง
เขาได้เริ่มการหัวเราะ
2. He began to laugh.
ฮี บีแก๊น ทู ล้าฟ
เขาเริ่มหัวเราะ
3. He’s stopped drinking.
ฮีซ์ สต๊อพท์ ดริ๊งกิง
เขาเลิกดื่มแล้ว
4. He’s stopped to drink.
ฮีซ์ สต๊อพท์ ถุ ดริ๊งค์
เขาหยุดเพื่อดื่ม
จากประโยคข้างบนจะเห็นว่าประโยค 1 และ 2 ไม่แตกต่างกัน ส่วนประโยค 3 และ 4 มีความหมายตรงข้ามกันไปเลย
คำกริยาต่อไปนี้ต้องการนามกริยา หรือ/และกริยาช่องหนึ่งก็ได้ โปรดจำและใช้ให้ถูกต้องตามความหมายที่ต้องการใช้
begin        บีกิ้น            เริ่มต้น
start            สต๊าร์ท        เริ่มต้น
continue        คอนทิ้นนิว        ต่อไป ดำเนินต่อไป
like            ไล้ค์            ชอบ
dislike        ดิซไล้ค์        ไม่ชอบ
prefer        พรีเฟ้อร์    ชอบมากกว่า
dread        เดร๊ด        กลัว ไม่กล้า
intend        อินเท้นด์    ตั้งใจ
risk            ริซค์        เสียง
neglect        เนคเล้คท์    เพิกเฉย ทอดทิ้ง ไม่สนใจ
plan            แพล้น    วางแผน กะไว้ กะ
stop            สต๊อพ    หยุด เลิก
bear            แบ๊ร์        ทน
stand        สแต๊นด์    ทน อด
can’t help        ค้านท์ เฮ้ลพ์    ช่วยไม่ได้ ทนไม่ได้
can’t bear        ค้านท์ แบ๊ร์        ช่วยไม่ได้ ทนไม่ได้
can’t stand    ค้านท์ สแต๊นด์    ทนไม่ได้ อดไม่ได้
cease        ซี้ซ            หยุด
hate            เฮ้ท            เกลียด ไม่อยากให้
remember    รีเม้มเบอร์        จำได้ ไม่ลืม
love            ลั้ฟว์            รัก ชอบมาก
try            ทร้าย            ลอง พยายาม
omit            โอมิ้ท        ยกเว้น ข้ามไป
permit        เพอร์มิ้ท        อนุญาต ให้ ยอม
allow            อัลล้าว        อนุญาต ให้ ยอม
regret        รีเกรท        เสียใจ
3. การใช้ That’s why… ฉะนั้น ฉะนั้น…จึง จะเป็นประโยคที่ขยายประโยคที่มาข้างหน้า เช่น
1. I wanted to see you. That’s why I came yesterday.
ไอ ว้อนเทด ถุ ซี้ ยู้. แดทส์ ว้าย ไอ เค้ม เย้ซเทอร์เดย์
ผมต้องการพบคุณ ฉะนั้น ผมจึงได้มาเมื่อวานนี้
2. He’ll take the exam next week. That’s why he’s studied very late every night.
ฮีล์ เท้ค เดอะ เอกแซ้ม เน้กซ์ท์ วี้ค. แดทส์ ว้าย ฮีซ์ สตั๊ดดีด์ ฟ์เว้รี เล้ท เอ๊ฟเวอรี ไน้ท์
เขาจะสอบอาทิตย์หน้า ฉะนั้น เขาจึงดูหนังสือดึกทุกคืน
E. EXERCISES (แบบฝึกหัด)
1. จงฝึกพูดประโยคสนทนาต่อไปนี้
1. A: There’s a bright moon tonight.
แดร์ซ์ อะ ไบร๊ท์ มู้น ทูไน้ท์
คืนนี้มีพระจันทร์จ้า
B: Yes, the moon shines very bright.
เย้ซ, เดอะ มูน ไช้น์ซ์ ฟ์เว้รี ไบร๊ท์
ค่ะ พระจันทร์ส่องแสงจ้ามาก
2. A: How much did you pay for this book?
ฮาว มัช ดิด หยุ เพ้ย์ ฟอร์ ดิซ บุ๊ค?
คุณจ่ายค่าหนังสือนี้เท่าไร?
B: I bought it very cheap.
ไอ บ๊อท อิท ฟ์เว้รี ชี้พ
ผมซื้อมันถูกมาก
3. A: Preecha is a hard worker; he works very hard.
พรี้ชา อิซ อะ ฮ้าร์ด เวิ้ร์คเคอร์; ฮี เวิร์คส์ ฟ์เว้รี ฮ้าร์ด
ปรีชาเป็นคนทำงานหนัก เขาทำงานหนักมาก
B: But I think that he hardly work at all.
บัท ไอ ธิ้งค์ แดท ฮี ฮ้าร์ดลี เวิ้ร์คส์ แอท-อ๊อล
แต่ผมคิดว่าเขาทำงานหนักตลอด
4. A: It’s a late flight.
อิทส์-อะ เล้ท ไฟล้ท์
มันเป็นเที่ยวดึก
B: It really comes so late.
อิท รี้แอลลี คั้มซ์ โซ เล้ท
มันมาดึกจริงๆ
5. A: She’s a pretty girl. Is she nice?
ชีซ์-อะ เพร้ทที เกิ๊รล. อิซ ชี ไหนซ์?
เธอเป็นคนสวยมาก เธอดีไหม?
B: Yes, she’s pretty nice.
เย้ซ, ชี้ซ์ เพร้ทที ไน้ซ์
ครับ เธอดีมาก
6. A: It’s a wide door. Can I close it?
อิทส์-อะ ไว้ด์ ด๊อร์. แคน ไอ โคล้ซ-อิท?
มันเป็นประตูที่กว้าง ผมปิดมันได้ไหม?
B: No, please keep it wide open.
โน้, พลี้ซ คี้พ-อิท ไว้ด์ โอ๊เพน
ไม่ กรุณาเปิดมันกว้างไว้อย่างนั้น
7. A: It’s a wrong use of the word.
อิทส์-อะ ร้อง ยูซ-ออฟ เดอะ เวิ้ร์ด
มันเป็นการใช้คำที่ผิด
B: Yes, I know I’ve gone wrong there.
เย้ซ, ไอ โน้ว ไอฟ์ว์ ก๊อน รอง แด๊ร์
ครับ ผมทราบว่าผมผิดไปแล้วตรงนั้น
2. จงฝึกประโยคในบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: They began laughing.
เดย์ บีแก๊น ล้าฟฟิง
เขาได้เริ่มการหัวเราะ
B: And he told them to stop laughing.
แอ่นด์ ฮี โท้ลด์ เดม ถุ สต๊อพ ล้าฟฟิง
และเขาได้บอกให้พวกเขาหยุดหัวเราะ
2. A: You must continue reading this book.
ยู มัซท์ คอนทิ้นนัว รี้ดดิง ดิซ บุ๊ค
คุณต้องอ่านหนังสือนี้ต่อไปอีก
B: I know I must continue to read it.
ไอ โน้ว์ ไอ มัซท์ คอนทิ้นนิว ถุ รีด-อิท
ผมรู้ว่าผมต้องอ่านมันต่อไปอีก
3. A: I like leaving home for work very early.
ไอ ไล้ค์ ลี้ฟวิง โฮ้ม ฟอร์ เวิ้ร์ค ฟ์เว้รี เอ๊อร์ลี
ผมชอบออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้าๆ
B: But I hate driving in the heavy traffic.
บัท ไอ เฮ้ท ไดร๊ฟ์วิง อิน เดอะ เฮ้ฟวี แทร้ฟฟิค
แต่ผมไม่ชอบขับในจราจรหนาแน่น
4. A: I never neglect doing my homework.
ไอ เน้ฟเวอร์ เนกเล้คท์ ดู๊อิง มาย โฮ้มเวิร์ค
ผมไม่เคยละเลยการทำการบ้าน
B: You risk to say that to me.
ยู้ ริซค์ ถุ เซ้ย์ แดท ทู มี้
คุณกล้าพูดเช่นนั้นกับฉันนะ
5. A: She stopped going there last month.
ชี สต๊อพท์ โก๊อิง แด๊ร์ ล้าซท์ มั้นธ์
เธอเลิกไปที่นั้นเมื่อเดือนที่แล้ว
B: But I saw her stop to buy some flowers yesterday.
บัท ไอ ซ้อว์ เฮอร์ สต๊อพ ถุ บ๊าย ซั้ม ฟล้าวเออร์ซ์ เย้ซเทอร์เดย์
แต่ผมเห็นเธอหยุดซื้อดอกไม้เมื่อวานนี้
6. A: I can’t bear listening to that music.
ไอ ค้านท์ แบ๊ร์ ลิ้ชเชนนิง ทู แด๊ท มิ้วสิค
ผมทนฟังดนตรีนั้นไม่ได้
B: Why don’t you tell him to stop singing?
ว้าย โด๊นท์ หยุ เท้ล ฮิม ทู สต๊อพ ซิ้งงิง?
ทำไมคุณไม่บอกให้เขาหยุดร้องเพลง
7. A: We hate seeing you leave.
วี เฮ้ท ซี้อิง ยู ลี้ฟว์
พวกเราไม่อยากเห็นคุณจากไป
B: I can’t stand seeing you cry either.
ไอ ค้านท์ สแต๊นด์ ซี้อิง ยู คร้าย ไอ๊เธอร์
ผมทนดูคุณร้องไห้ไม่ได้เหมือนกัน
8. A: Please remember to write often.
พลี้ซ รีเม้มเบอร์ ทู ไร้ท์ อ๊อฟเฟน
กรุณาอย่าลืมเขียนจดหมายมาบ่อยๆ
B: Yes, I’ll remember you telling me today.
เย้ซ, ไอล์ รีเม้มเบอร์ ยู เท้ลลิง มี้ ทูเด๊ย์
ค่ะ ดิฉันจะจำที่คุณบอกดิฉันวันนี้
9. A: I’d love to go out to dinner with you.
ไอด์ ลั้ฟว์ ถุ โก๊ เอ๊าท์ ถุ ดิ๊นเนอร์ วิธ ยู้
ดิฉันยินดีจะไปรับประทานอาหารเย็นกับคุณ
B: We won’t allow you doing that until you finish your homework.
วี โว้นท์ อัลล้าว ยู ดู๊อิง แด๊ท อันทิ้ล ยู ฟิ้นนิช ยัวร์ โฮ้มเวิร์ค
พวกเราจะไม่ให้คุณทำเช่นนั้นจนกระทั่งคุณทำการบ้านเสร็จ
3. จงฝึกพูดประโยคสนทนาต่อไปนี้
1. A: Why do you go to the bank?
ว้าย ดุ หยุ โก๊ ถุ เดอะ แบ๊งค์?
ทำไมคุณไปที่ธนาคาร?
B: I need money. That’s why I go to the bank.
ไอ นี้ด มั้นนี. แด๊ทส์ ว้าย ไอ โก๊ ถุ เดอะ แบ๊งค์
ผมต้องการเงิน ฉะนั้น ผมจึงไปที่ธนาคาร
2. A: Why do you study so hard?
ว้าย ดุ หยุ สตั๊ดดี โซ้ ฮ้าร์ด?
ทำไมคุณดูหนังสือหนักเหลือเกิน
B: I want to pass the exam. That’s why I study so hard.
ไอ ว้อนท์ ถุ พ้าส ดิ เอกแซ้ม. แด๊ทส์ ว้าย ไอ สตั๊ดดี โซ้ ฮ้าร์ด
ผมต้องการสอบผ่าน ฉะนั้น ผมจึงดูหนังสือหนักเหลือเกิน
3. A: Why did you phone me last night?
ว้าย ดิด หยุ โฟ้น มื ล้าซท์ ไน้ท์?
ทำไมคุณโทรศัพท์ถึงผมเมื่อคืนนี้?
B: I wanted you to get the message at once. That’s why I called you last night.
ไอ ว้อนเทด ยู้ ถุ เก๊ท เดอะ แม้ซเสจ แอท วั้นซ์. แด๊ทส์ ว้าย ไอ ค้อลด ยู้ ล้าซท์ ไน้ท์
ผมต้องการให้คุณได้รับข่าวทันที ฉะนั้น ผมจึงเรียกคุณเมื่อคืนนี้
4. A: Why do they like to come so early?
ว้าย ดุ เดย์ ไล้ค์ ทุ คั้ม โซ้ เอ๊อร์ลี?
ทำไมพวกเขาชอบมาแต่เช้าเหลือเกิน?
B: They want to get good seats. That’s why they come early.
เดย์ ว้อนท์ ทุ เก๊ท กู๊ด ซี้ทส์. แด๊ทส์ ว้าย เดย์ คั้ม เอ๊อร์ลี
เขาต้องการที่ดีๆ ฉะนั้น เขาจึงมาก่อนเวลา
5. A: Why can’t you understand him?
ว้าย ค้านท์ ยู อันเดอร์สแต๊นด์ ฮิม?
ทำไมคุณไม่เข้าใจเขา?
B: He speaks so fast. That’s why I can’t follow him.
ฮี สปี๊ค โซ้ ฟ้าซท์. แด๊ทส์ ว้าย ไอ ค้านท์ ฟ้อลโลว์ ฮิม
เขาพูดเร็วเกินไป ฉะนั้น ผมจึงตามเขาไม่ทัน
6. A: Why do you leave home so early?
ว้าย ดุ หยุ ลี้ฟ โฮ้ม โซ้ เอ๊อร์ลี?
ทำไมคุณออกจากบ้านแต่เช้าเหลือเกิน?
B: I don’t like driving in the heavy traffic. That’s why I leave home early.
ไอ ด๊อนท์ ไล้ค์ ไดร๊ฟ์วิง อิน เดอะ เฮ้ฟวี แทร้ฟฟิค. แด๊ทส์ ว้าย ไอ ลี้ฟว์ โฮม เอ๊อร์ลี
ผมไม่ชอบขับรถในจราจรหนาแน่น ฉะนั้น ผมจึงออกจากบ้านแต่เช้า
7. A: Why do you work so hard?
ว้าย ดุ หยุ เวิ้ร์ค โซ้ ฮ้าร์ด?
ทำไมคุณทำงานหนักเหลือเกิน?
B: I want to make much money. That’s why I work so hard.
ไอ ว้อนท์ ถุ เม้ค มั้ช มั้นนี. แด๊ทส์ ว้าย ไอ เวิ้ร์ค โซ้ ฮ้าร์ด
ผมต้องการหาเงินให้ได้มากๆ ฉะนั้น ผมจึงทำงานหนักเหลือเกิน
4. การฝึกออกเสียง d/t เสียงทั้งสองนี้ไม่ค่อยเหมือนในภาษาไทย นัก -d เป็นพยัญชนะที่มีเสียงลงในลำคอ และ -t เป็นพยัญชนะที่ไม่มีเสียงลงในลำคอ เวลาออกเสียง ปลายลิ้นจะต้องแตะตรงเพดานปาก ติดกับฟันบน จงฝึกเสียงต่อไปนี้
4. จงฝึกออกเสียงคำต่อไปนี้
dream        ดรี๊ม        ฝัน
drink            ดริ๊งค์        ดื่ม
drive            ไดร๊ฟ์ว์    ขับรถ
driven        ดริ๊ฟเวน    ขับ ขับรถ
decide        ดีไซ้ด์        ตัดสินใจ
depend        ดีเพ้นด์    อาศัย ขึ้นอยู่กับ
bird            เบิ๊ร์ด        นก
read            รี้ด        อ่าน
red            เร้ด        แดง
bed            เบ๊ด        เตียง
food            ฟู้ด        อาหาร
good        กู๊ด        ดี
feed            ฟี้ด        ให้อาหาร
hard            ฮ้าร์ด        แข็ง หนัก
remind        รีไม้น์ด์    เตือน
provide        โพรฟ์ไว้ด์    จัดให้
intend        อินเท้นด์    ตั้งใจ
pretend        พรีเท้นด์    แกล้งทำ
forward        ฟ้อร์เวิร์ด    ข้างหน้า
second        เซ้คคันด์    ที่สอง
kind            ไค้น์ด์    ใจดี ชนิด
friend        เฟร้นด์    เพื่อน
toward        โท้เอิร์ด    ไปสู่ ไปยัง
board        บ๊อร์ด    ขึ้น (เครื่องบิน)
cold            โค้ลด์        หนาว
London        ลั้นดัน    ลอนดอน
England        อิ๊งแลนด์    ประเทศอังกฤษ
planned        แพล้นด์    วางแผน กะ
and            แอ๊นด์    และ
Emerald        เอ๊มเมอรัล    มรกต
could        คู้ล์ด        สามารถ
field            ฟิ้ลด์        สนาม ทุ่ง
I’d            ไอ๊ด์        ผมคงจะ
5. จงอ่านคำต่อไปนี้
take            เท้ค        หยิบ เอา
took            ทุ้ค        หยิบ เอา
taken        เท้คเคน    หยิบ เอา
tear            แท้ร์        ฉีก
tore            ท้อร์        ฉีก
tom            ท้อร์น    ฉีก
tell            เท้ล        บอก
told            โท้ลด์        บอก
teach        ที้ช        สอน
taught        ท้อท        สอน
tea            ที้        ชา
task            ท้าซค์    งาน ภารกิจ
time            ไท้ม์        เวลา
town            ท้าวน์    เมือง
tree            ทรี้        ต้นไม้
trunk            ทรั้งค์        ท้ายรถ ลำต้น
trap            แทร้พ    กับดัก
got            ก๊อท        ได้รับ
forget        ฟอร์เก๊ท    ลม
right            ไร้ท์        ขวา ถูกต้อง
write            ไร้ท์        เขียน
invent        อินฟ์เว้นท์    ประดิษฐ์
hotel            โฮเท้ล    โรงแรม
airport        แอ๊ร์พอร์ท    สนามบิน
about        อะเบ๊าท์    ประมาณ
visit            ฟ์วิ้ซิท    ไปเยี่ยม
permit        เพอร์มิ้ท    อนุญาต
temple        เท้มเพิล    วัด
might        ไม้ท์        อาจ
ที่มา:ดร.สุนทร  โคตรบรรเทา

(Visited 119 times, 1 visits today)