ใครเสียชีวิต สนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับงานศพ

วันนี้เราลองมาดูประโยคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับงานศพที่เพื่อน ๆ สามารถนำไปพูดอธิบายเกี่ยวกับงานศพ หรือไว้ถามว่าใครเสียชีวิต ลองนำไปฝึกพูดกันดูนะคะ

ใครเสียชีวิต พูดภาษาอังกฤษ

At the Funeral Rite
แอท เดอะ ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์
ที่งานศพ
A. CONVERSATION (บทสนทนา)
A: You have a black dress on today. Where are you going?
ยู แฮ้ฟว์ อะ แบล๊ค เดร๊ช ออน ทูเด๊ย์. แว้ร์ อาร์ ยู โก๊อิง?
แต่งชุดดำวันนี้ คุณจะไปไหน?
B: I’ve got to go to a funeral rite after my work. The funeral rite will be held at a temple nearby.
ไอฟ์ว์ ก๊อท ถุ โก๊ ถุ อะ ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์ อั้ฟเทอร์ มาย เวิ้ร์ค. เดอะ ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์ วิล บี เฮ้ลด์ แอท อะ เท้มเพิล เนียร์บ๊าย
ดิฉันจะต้องไปงานศพหลังเลิกงาน งานศพจะจัดขึ้นที่วัดใกล้ๆ นี้
A: Who passed away?
ฮู้ พ้าสท์-อะเว้ย์?
ใครเสียชีวิต?
B: The grandfather of the colleague in the office. He was almost ninety when he died. He passed away peacefully in his home. He’d never showed any signs of ailments.
เดอะ แกร๊นด์ฟาเธอร์ ออฟ เดอะ คอลลีก อิน ดิ อ๊อฟฟิศ. ฮี หวอซ อ๊อลโมซท์ ไน้น์ที เวน ฮี ด๊ายด์. ฮี พ้าสท์-อะเว้ย์ พี้ซฟุลลี อิน ฮิส โฮ้ม. ฮีด์ เน้ฟเวอร์ โช้ว์ด์ แอ๊นนี ไซน์ซ์ ออฟ เอ๊ลเมนท์ส์
คุณตาของเพื่อนที่ทำงาน เขามีอายุเกือบเก้าสิบก่อนตาย เขาเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้าน เขาไม่เคยแสดงอาการเจ็บป่วยเลย
A: He was very fortunate then. By the way, I learn that in Thailand, they cremate the body when someone is dead, don’t they?
ฮี หวอซ ฟ์เว้รี ฟ้อร์จูเนท เด๊น. บาย เดอะ เว้ย์, ไอ เลิ้ร์น แดท อิน ไท้แลนด์, เดย์ ครีเม้ท เดอะ บ๊อดี เว้น ซั้มวัน อิซ เด๊ด, โด๊นท์ เด๋ย์?
งั้นเขาโชคดีมาก เออ…ผมทราบมาว่าในประเทศไทย เขาเผาศพเมื่อมีคนตายใช่ไหม?
B: Yes, normally Buddhists do. The relatives of the dead one may keep the corpse in the temple for certain days. Then they keep on performing the rites three days, seven days, or fifteen days, before cremation. Some people may go on for a month or a year. It depends on how rich they are.
เย้ช, น้อร์มอลลี บุ๊ดดิชท์ส์ ดู๊. เดอะ เร้ลเลทิฟว์ ออฟ เดอะ เด๊ด วัน เมย์ คี้พ เดอะ ค้อร์พส์ อิน เดอะ เท้มเพิล ฟอร์ เซ้อร์เทน เด๊ย์ซ์. เด๊น เดย์ คี้พ ออน เพอร์ฟ้อร์มมิง เดอะ ไร้ท์ส์ ธรี้ เด๊ย์ซ์, เซ้ฟเวน เดย์ซ์ ออร์ ฟิ้ฟทีน เดย์ซ์ บีฟอร์ ครีเม้ชัน. ซั้ม พี้เพิล เมย์ โก๊ ออน ฟอร์ อะ มั้นธ์ ออร์ อะ เยี้ยร์. อิท ดีเพ้นด์ซ์-ออน ฮ้าว ริช เดย์ อ๊าร์
ค่ะ ตามปกติชาวพุทธทำเช่นนั้น ญาติของผู้ตายอาจเก็บศพไว้ที่วัดเป็นจำนวนวันแน่นอน แล้วเขาจะทำพิธีต่อไป ทุกสามวัน เจ็ดวัน หรือสิบห้าวัน ก่อนการเผา บางคนอาจเก็บไว้เป็นเดือนหรือปี แล้วแต่ว่าเขารํ่ารวยแค่ไหน
A: What do they usually do during the rite?
ว้อท ดุ เดย์ ยุ้ชชวลลี ดู๊ ดิ๊วริง เดอะ ไร้ท์?
ตามปกติเขาทำอะไรระหว่างพิธี?
B: Well, it’s very hard to explain. But in the evening around seven o’clock each day, the monks will chant for blessing the dead one. The chanting will last for about one hour. The guests and well-wishers will gather in the pavillion where the coffin is located. When they arrive, they will go toward the coffin and light the incensesticks and candles to pay respect. Then they will stay to listen to the monks chanting.
เหวล, อิทส์ ฟ์เว้รี ฮ้าร์ด ถุ เอ๊กซ์เพลน. บัท อิน ดิ อิ๊ฟว์นิง
อะร้าวน์ด์ เซ้ฟเวน-โอคล้อค อี๊ช เด๊ย์ เดอะ ม้องค์ส์ วิล แช้นท์ ฟอร์ เบล๊สซิง เดอะ เด๊ด วัน. เดอะ แช้นทิง วิล ล้าซท์ ฟอร์-อะเบ๊าท์ วั้น เอ๊าวเออร์. เดอะ เก๊ซท์ส์ แอ่นด์ เว้ลวิชเชอร์ซ์ วิล แก๊ธเธอร์ อิน เดอะ พัฟวิ้ลเลียน แว้ร์ เดอะ ค้อฟฟิน อิซ โล้เคทเทด. เวน เดย์ อะไร้ฟ์ว์, เดย์ วิล โก๊ โท้เวิร์ด เดอะ ค้อฟฟิน แอ่นด์ ไล้ท์ ดิ อีนเซนซ์สติคส์ แอ่นด์ แค้นเดิลซ์ ถุ เพ้ย์ เร้ซเปคท์. เด๊น เดย์ วิล สเต๊ย์ ถุ ลิซเซน ถุ เดอะ ม้องค์ แช้นทิง
เอ…มันอธิบายยากมาก แต่ในตอนเย็น ประมาณหนึ่งทุ่มในแต่ละวัน พระสงฆ์จะสวดอวยพรให้แก่ผู้ตาย การสวดจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แขกและผู้หวังดีจะชุมนุมกันที่ศาลา ที่หีบศพตั้งอยู่ เมื่อเขามาถึง เขาจะไปที่หีบศพและจุดธูปเทียน เพื่อเคารพ แล้วเขาจะอยู่ฟังพระเทศน์ A: If they keep the body for a month or a year, do you have to go every day?
อิฟ เดย์ คี้พ เดอะ บ๊อดี ฟอร์ อะ มั้นธ์ ออร์ อะ เยี้ยร์, ดุ หยุ แฮ้ฟว์ ถุ โก๊ เอ๊ฟเวอรี เด๋ย์?
ถ้าเขาเก็บศพไว้เป็นเดือนหรือปี คุณต้องไปทุกวันไหม?
B: No, we don’t do that, Maybe we go every seven days. Fortunately, it’s the last day today. It’s the cremation day.
โน้, วี โด๊นท์ ดู๊ แดท. เม้ย์บี วี โก๊ เอ๊ฟเวอรี เซ้ฟเวน เด๊ย์ซ์. ฟ้อร์จูเนทลี, อิทส์ เดอะ ล้าซท์ เดย์ ทู เด๊ย์. อิทส์ เดอะ ครีเม้ชัน เด๊ย์
ไม่ เราไม่ทำเช่นนั้น บางทีเราไปทุกเจ็ดวัน โชคดีวันนี้วันสุดท้าย มันเป็นวันเผาศพ
B. VOCABULARY (คำศัพท์)
have…on (v)         แฮ้ฟว์…ออน    สวมชุด แต่งชุด
funeral (n/adj)         ฟิ้วเนอรัล        งานศพ
rite (n)            ไร้ท์            พิธี
funeral rite (n)         ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์    พิธีงานศพ
grandfather (n)     แกร๊นด์ฟาเธอร์    ตา ปู่
colleague (n)         คอลลี้ก        เพื่อนร่วมงาน
pass away (v) = die        พ้าส-อะเว้ย์    ตาย เสียชีวิต
ailments (n)         เอ๊ลเมนท์ส์        การเจ็บป่วย
peacefully (adv)     พี้ซฟุลลี        อย่างสงบ
cremate (v)         ครีเม้ท        เผาศพ
body (n)            บ๊อดี            ศพ ร่างกาย
Buddhists (n)        บุ๊ดดิชท์ส์        ชาวพุทธ พุทธศาสนิกชน
keep (v)            คี้พ            เก็บ รักษา
corpse (n)        ค้อร์พส์        ซากศพ ศพ
perform (v)        เพอร์ฟ้อรม        ทำ กระทำ ปฏิบัติ
keep on (v)        คี้พ ออน        ทำต่อไป
rites (n)            ไร้ทส์            พิธี
depend on (v)        ดีเพ้นด์ ออน    แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับ
explain (v)        เอกซ์เพล้น        อธิบาย
around (prep)        อะร้าวน์ด์        ประมาณ
monk (n)            ม้องค์        พระสงฆ์ พระ
chant (v)            แช้นท์        สวดมนต์
blessing (n)        เบล๊สซิง        การให้พร ให้พร
at least (adj)        แอท ลีซท์        อย่างน้อย
gather (v)            แก๊ธเธอร์        ชุมนุม มารวมกัน
pavillion (n)        พัฟวิ้ลเลียน    ศาลา
coffin (n)            ค้อฟฟิน        หีบศพ
located (v3/adj)    โล้เคทเทด        ตั้งอยู่
light (v)            ไล้ท์            จุด
incensesticks (n)    อินเซนซ์สติคส์    ธูป
candles (n)        แค้นเดิลซ์        เทียน
pay respect (v)     เพ้ย์ เร้ซเปคท์     เคารพ บูชา
respect (n)         เร้ซเปคท์        ความเคารพ เคารพ
listen to (v)         ลิ่ซเซน ทู        ฟัง
cremation (n)         ครีเม้ชัน        การเผาศพ ฌาปนกิจศพ
cremation day (n)    ครีเม้ชัน เด๊ย์     วันเผาศพ วันฌาปนกิจศพ
fortunately (adv)    ฟ้อร์จุเนทลี    โชคดี
C. EXPRESSIONS TO REMEMBER
(ประโยคที่ควรจำ)
1. You have a black dress on today.
ยู แฮ้ฟว์ อะ แบล๊ค เดร๊ซ ออน ทูเด๊ย์
คุณแต่งชุดดำวันนี้
2. I’ve got to go to a funeral rite after my work.
ไอฟ้ว์ ก๊อท ถุ โก๊ ถุ อะ ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์ อั้ฟเทอร์ มาย เวิ้ร์ค
ดิฉันจะต้องไปงานศพหลังเลิกงาน
3. The funeral rite will be held at a temple nearby.
เดอะ ฟิ้วเนอรัล ไร้ท์ วิล บี เฮ้ลด์ แอท อะ เท้มเพิล เนียร์บ๊าย
งานศพจะจัดขึ้นที่วัดใกล้ๆ
4. Who passed away?
ฮู้ พ้าสท์-อะเว้ย์?
ใครเสียชีวิต?
5. He passed away peacefully in his home.
ฮี พ้าสท์-อะเว้ย์ พี้ซฟุลลี อิน ฮิส โฮม
เขาเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้าน
6. He’d never showed any signs of ailments.
ฮีด์ เน้ฟเวอร์ โช้ว์ด์ แอ๊นนี ไซ้นซ์ ออฟ เอ๊ลเมนท์ส์
เขาไม่เคยแสดงอาการเจ็บป่วยเลย
7. He was very fortunate then.
ฮี วอซ ฟ์เว้รี ฟ้อร์จูเนท เด๊น
งั้นเขาโชคดีมาก
8. They cremate the body when someone is dead.
เดย์ ครีเม้ท เดอะ บ๊อดี เวน ซั้มวัน อิซ เด๊ด
เขาเผาศพเมื่อมีคนตาย
9. Normally Buddhists do.
น้อร์มอลลี บุ๊ดดิชท์ส์ ดู๊
ตามปกติชาวพุทธทำ
10. Some people may go on for a month or a year.
ซั้ม พี้เพิล เมย์ โก๊ ออน ฟอร์ อะ มั้นธ์ ออร์ อะ เยี้ยร์
บางคนอาจเก็บไว้เป็นเดือนหรือปี
11. It depends on how rich they are.
อิท ดีเพ้นด์ซ์-ออน ฮ้าว ริช เดย์ อ๊าร์
มันแล้วแต่ว่าเขารํ่ารวยแค่ไหน
12. What do they usually do during the rite?
ว้อท ดุ เดย์ ยุชชวลลี ดู๊ ดิ๊วริง เดอะ ไร้ท์?
ตามปกติเขาทำอะไรระหว่างพิธี?
13. Well, it’s very hard to explain.
เหวล, อิทส์ ฟ์เว้รี ฮ้าร์ด ถุ เอ๊กซ์เพลน
เอ…มันอธิบายยากมาก
14. The chanting will last for about an hour.
เดอะ แช้นทิง วิล ล้าซท์ ฟอร์-อะเบ๊าท์ แอน อ๊าวเออร์
การสวดจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
15. Then they will stay to listen to the monks chanting.
เด๊น เดย์ วิล สเต๊ย์ ถุ ลิชซเซน ถุ เดอะ ม้องค์ส์ แช้นทิง
แล้วเขาจะอยู่ฟังพระสวด
D. POINTS OF ATTENTION
(ประเด็นที่ควรสนใจ)
1. การออกเสียง -wh เสียง :wh ไม่มีในภาษาไทย เวลาออกเสียงจะต้องทำปากให้เป็นวงกลมก่อน แล้วเปล่งเสียง  -ว ตามลมที่เป่าออกมาดังต่อไปนี้
what        ว้อท
where    แว้ร์
when    เว้น
why        ว้าย
white    ไว้ท์
whisky    วิซคี
2. การออกเสียง -tion/sion เมื่อคำลงท้ายด้วย -tion/sion จะออกเสียงหนักพยางค์ที่อยู่หน้าดังนี้
nation        เน้ชัน
action        แอ๊คชัน
education        เอดหยุเค้ชัน
pension        เพ้นชัน
expression     เอกซ์เพรสชัน
impression     อิมเพรสชัน
3. การใช้ have got/have got to ในภาษาพูดจะใช้ have got (มี) แทนคำ have (มี) และใช้ have got to (ต้อง) แทน have to (ต้อง) หรือ must (ต้อง) ดังประโยคต่อไปนี้
1. I have a book.
ไอ แฮ้ฟว์-อะ บุ๊ค
I have got a book.
ไอ แฮ้ฟว์ ก๊อท-อะ บุ๊ค
I’ve got a book.
ไอฟ์ว์ ก๊อท-อะ บุ๊ค
2. He has two brothers.
ฮี แฮ้ซ ทู้ บรั๊ธเธอร์ซ์
He has got two brothers.
ฮี แฮซ ก๊อท ทู้ บรั๊ธเธอร์ซ์
He’s got two brothers.
ฮีซ์ ก๊อท ทู้ บรั๊ธเธอร์ซ์
4. กริยาเติม -ing คำกริยาที่ตามหลังกริยาที่ต้องการกรรม บางตัว หรือตามหลังคำบุรพบท จะต้องเติม ing เพื่อทำให้เป็นคำนาม กริยา เช่นในประโยคต่อไปนี้
1. He admits doing mistakes.
ฮี แอดมิทส์ ดู๊อิง มิซเทคส์
เขายอมรับว่าทำผิด
2. I’ve just finished eating my lunch.
ไอฟ์ว์ จั๊ซท์ ฟินิชท์ อี๊ททิง มาย ลั้นช์
ผมเพิ่งกินข้าวกลางวันเสร็จ
3. He is used to getting up early.
ฮี อิซ ยุชด์ ทู เก๊ททิง อั้พ เอ๊อร์ลี
เขาชินกับการตื่นแต่เช้า
4. I’m interested in reading these books.
ไอม์ อิ๊นเทอเรซเทด อิน รี้ดดิง ดี๊ช บุ๊คส์
ผมสนใจอ่านหนังสือเหล่านี้
กริยาที่ตามด้วย -ing มีดังต่อไปนี้
admit        แอดมิท        ยอมรับ
appreciate     แอพพรี้ชิเอท     พอใจใน ชื่นชมใน ขอบคุณใน consider        คอนซิดเดอร์     พิจารณา
deny            ดีน้าย        ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ
enjoy        เอนจ๊อย        ชอบ สนุกกับ
escape        เอซเค้พ        หลบหนี หนี
finish        ฟินนิช        ทำเสร็จ ทำ…เสร็จ
imagine        อิมแม้จิน        นึกถึง นึกไปถึง
keep            คี้พ            รักษา เก็บ
miss            มิส            พลาด
mind            ไม้น์ด์        รังเกียจ
postpone        โพ้ซท์โพน        เลื่อนไป เลื่อนออกไป
practice        แพร้คทิซ        ฝึกหัด ปฏิบัติ
quit            ควิท            เลิก หยุดทำ
resent        รีเซ้นท์        ไม่พอใจกับ
resist        รีซิซท์            รบเร้า ยืนกราน
suggest        ซักเกซท์        แนะนำ
stop            สต๊อพ        เลิก หยุดทำ
นอกจากนี้ คำกริยาที่ตามหลังบุรพบทจะต้องเป็นนามกริยา และยังมีกริยาหรือคุณศัพท์บางตัวมีบุรพบทตามโดยเฉพาะด้วย เช่นต่อไปนี้
go on    โก๊ ออน    ทำต่อไป
look forward to     ลุ้ค ฟ้อร์เวิร์ด ทู         เฝ้ารอ เฝ้ารอคอย interested in         อิ๊นเทอเรซเทด อิน     สนใจ สนใจใน accustomed to     แอคคั้ซทอมด์ ทู         ชินกับ คุ้นเคยกับ
used to            ยู้ซด์ ทู            ชินกับ คุ้นเคยกับ
keep on            คี้พ ออน            ทำต่อไป ดำเนินต่อไป
give up            กิ๊ฟ-อัพ            ยอมแพ้ ยกเลิก เลิกทำ fond of            ฟ้อนด์-ออฟ         ชอบ
คำเหล่านี้จะต้องจดจำให้ได้ และใช้ให้ได้ด้วย
E. EXERCISES (แบบฝึกหัด)
1. จงอ่านคำต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
which        วิช            ไหน อันไหน
whichever        วิชเอฟเวอร์    อันไหนก็ตาม
what            ว้อท            อะไร
whatever        ว้อทเอฟเวอร์    อะไรก็ตาม
where        แว้ร์            ที่ไหน
wherever        แว้ร์เอฟเวอร์    ที่ไหนก็ตาม
when        เว้น            เมื่อไร
whenever        เว้นเอฟเวอร์    เมื่อไรก็ตาม
why            ว้าย            ทำไม
whether        เว้ธเธอร์        ว่า…หรือไม่
whisky        วิซคี            เหล้า
whistle        วิซเซิล        นกหวีด
wheel        วี้ล            ล้อ
whale        เว้ล            ปลาวาฬ
whiskers        วิชเคอร์ซ์        หนวดแมว
white        ไว้ท์            ขาว
2. จงอ่านคำต่อไปนี้
interaction        อินเทอร์แร้คชัน        ปฏิสัมพันธ์
deduction            ดีดั๊คชัน            การตัดทอน
subtraction        ซับแทร้คชัน        การลบ
election            อิเล้คชัน            การเลือกตั้ง
construction        คอนสตรั๊คชัน        การก่อสร้าง
instruction        อินสตรั๊คชัน        การสอน
destruction        เดสตรั๊คชัน            การทำลาย
education            เอดหยุเค้ชัน        การศึกษา
association        แอสโซซิเอ๊ชัน        สมาคม
motivation            โมติเว้ชัน            การจูงใจ
administration        แอดมินิซเทร้ชัน        การบริหาร
allocation            อัลโลเค้ชัน            การจัดสรร
graduation        แกรดหยุเอ๊ชัน        การจบการศึกษา
creation            ครีเอ๊ชัน            การสร้าง
cremation            ครีเม้ชัน            การเผาศพ
recration            เร้คครีเอ๊ชัน        การพักผ่อน สันทนาการ
extension            เอกซ์เท้นชัน        การขยายออกไป
expansion        เอกซ์แพ้นชัน        การขยาย
pension            เพ้นชัน            เกษียณ
expression         เอกซ์เพรสชัน         การแสดงออก
impression         อิมเพร้สชัน         การประทับใจ hypertension         ไฮเพอร์เท้นชัน         การเครียดสูง
3. จงฝึกพูดบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: Who’s got two sisters?
ฮู้ซ์ ก๊อท ทู้ ซิซเทอร์ซ์?
ใครมีพี่สาวสองคน?
B: You’ve got two sisters.
ยูฟว์ ก๊อท ทู้ ซิซเทอร์ซ์
คุณมีพี่สาวสองคน
2. A: Who’s got five hundred bahts?
ฮู้ซ์ ก๊อท ไฟ้ฟ์ว์ ฮั้นด์เรด บ๊าทส์?
ใครมีห้าร้อยบาท?
B: I’ve got five hundred bahts.
ไอฟ์ว์ ก๊อท ไฟฟ์ว์ ฮั้นด์เรด บ๊าทส์
ผมมีห้าร้อยบาท
3. A: Who’s got time?
ฮู้ซ์ ก๊อท ไท้ม์?
ใครมีเวลา?
B: He’s got time.
ฮีซ์ ก๊อท ไท้ม์
เขามีเวลา
4. A: Who’s got no classes today?
ฮู้ซ์ ก๊อท โน้ คล้าสเซช ทูเด๊ย์?
ใครไม่มีชั้นเรียนวันนี้?
B: We’ve got no classes.
วีฟ์ว์ ก๊อท โน้ คล้าสเซซ
พวกเราไม่มีชั้นเรียน
5. A: Who’s got the key?
ฮู้ซ์ ก๊อท เดอะ คี้ย?
ใครมีกุญแจ?
B: She’s got the key.
ชี้ซ์ ก๊อท เดอะ คี้ย์
เธอมีกุญแจ
6. A: Who’s got the news?
ฮู้ซ์ ก๊อท เคอะ นิ้วซ์?
ใครมีข่าว?
B: They’ve got the news.
เดย์ฟ์ว์ ก๊อท เดอะ นิ้วซ์
พวกเขามีข่าว
7. A: Who’s got no change?
ฮู้ซ์ ก๊อท โน้ เช้นจ์?
ใครไม่มีเงินทอน?
B: You’ve got no change.
ยูฟ์ว์ ก๊อท โน้ เช้นจ์
คุณไม่มีเงินทอน
8. A: Who’s got the money?
ฮู้ซ์ ก๊อท เดอะ มั้นนี?
ใครมีเงิน?
B: He’s got the money.
ฮีซ์ ก๊อท เดอะ มั้นนี
เขามีเงิน
9. A: Who’s got many books?
ฮู้ซ์ ก๊อท แม้นนี บุ๊คส์?
ใครมีหนังสือหลายเล่ม?
B: He’s got many books.
ฮีซ์ ก๊อท แม้นนี บุ๊คส์
เขามีหนังสือหลายเล่ม
10. A: Who’s got no ice?
ฮู้ซ์ ก๊อท โน้ ไอ๊ซ์?
ใครไม่มีน้ำแข็ง?
B: I’ve got no ice.
ไอฟ์ว์ ก๊อท โน้ ไอ๊ซ์
ผมไม่มีนํ้าแข็ง
4. จงฝึกพูดบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: Have you got the message?
แหฟว์ ยุ ก๊อท เดอะ แม้ซเสจ?
คุณมีข่าวไหม?
B: No, I haven’t got the message.
โน้, ไอ แฮฟเวนท์ ก๊อท เดอะ แม้ซเสจ
ไม่ ผมไม่มีข่าว
2. A: Have you got the book?
แหฟว์ ยู ก๊อท เดอะ บุ๊ค?
คุณมีหนังสือไหม?
B: No, I haven’t got the book.
โน้, ไอ แฮฟเวนท์ ก๊อฑ เดอะ บุ๊ค
ไม่ ผมไม่มีหนังสือ
3. A: Has he got the ticket?
แหซ ฮี ก๊อท เดอะ ทิคเขท?
เขามีตั๋วไหม?
B. No, he hasn’t got the ticket.
โน้, ฮี แฮซซึนท์ ก๊อท เดอะ ทิคเคท
ไม่ เขาไม่มีตั๋ว
4. A: Has she got much time?
แฮซ ชี ก๊อท มัช ไถม์?
เธอมีเวลามากไหม?
B: No, she hasn’t got much time.
โน้, ชี แฮซซึนท์ ก๊อท มัช ไท้ม์
ไม่ เธอไม่มีเวลามาก
5. A: Have you got any brothers?
แหฟว์ หยุ ก๊อท แอ๊นนี บรั้ธเธอร์ซ์?
คุณมีพี่ชายไหม?
B: No, I haven’t got any brothers.
โน้, ไอ แฮ้ฟเวนท์ ก๊อท แอ๊นนี บรั้ธเธอร์ซ์
ไม่ ผมไม่มีพี่ชาย
6. A: Have they got any good news?
แหฟว์ เดย์ ก๊อท แอ๊นนี กู๊ด หนิวซ์?
เขามีข่าวดีไหม?
B: No, they haven’t got any good news.
โน้, เดย์ แฮ้ฟเวนท์ ก๊อท แอ๊นนี กู๊ด นิ้วซ์
ไม่ เขาไม่มีข่าวดี
7. A: Has he got good friends?
แหซ ฮี ก๊อท กูด เฟร้นด์ซ์?
เขามีเพื่อนที่ดีไหม?
B: No, He hasn’t got any good friends.
โน้, อี แฮ้ซซึนท์ ก๊อท แอ๊นนี กู๊ด เฟร้นด์ซ์
ไม่ เขาไม่มีเพื่อนที่ดี
8. A: Have you got glasses?
แหฟว์ หยุ ก๊อท กล๊าสเซซ?
คุณมีแก้วไหม?
B: No, we haven’t got glasses.
โน้, วี แฮฟเวนท์ ก๊อท กล๊าสเซช
ไม่ พวกเราไม่มีแก้ว
9. A: Have you got stamps?
แหฟว์ หยุ ก๊อท สแตมพ์ส์?
คุณมีสแตมป์ไหม?
B: No, I haven’t got them.
โน้, ไอ แฮฟเวนท์ ก๊อท เด๊ม
ไม่ ผมไม่มี
10. A: Have you got a comb?
แหฟว์ หยุ ก๊อท อะ โขมบ์?
คุณมีหวีไหม?
B: No, I haven’t got it.
โน้, ไอ แฮฟเวนท์ ก๊อท-อิท
ไม่ ผมไม่มี
5. จงฝึกพูดบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: He’s got to leave immediately.
ฮีซ์ ก๊อท ถุ ลี้ฟว์ อิมมี้เดียทลี
เขาต้องจากไปทันที
B: She’s got to leave immediately too.
ชีซ์ ก๊อท ถุ ลี้ฟว์ อิมมี้เดียทลี ทู้
เธอต้องจากไปทันทีเหมือนกัน
2. A: We’ve got to do the homework.
วีฟ์ว์ ก๊อท ถุ ดู๊ เดอะ โฮ้มเวิร์ค
พวกเราต้องทำการบ้าน
B: they’ve got to do the homework too.
เดย์ฟ์ว์ ก๊อท ถุ ดู๊ เดอะ โฮ้มเวิร์ค ทู้
พวกเขาต้องทำการบ้านเหมือนกัน
3. A: She’s got to meet the guest.
ชีซ์ ก๊อท ถุ มี้ท เดอะ เก๊ซท์
เธอต้องพบกับแขก
B: He’s got to meet the guest too.
ฮีซ์ ก๊อท ถุ มี้ท เดอะ เก๊ซท์ ทู้
เขาต้องพบกับแขกเหมือนกัน
4. A: You’ve got to face the problem.
ยูฟ์ว์ ก๊อท ถุ เฟ้ซ เดอะ พร้อบเลม
คุณต้องเผชิญกับปัญหา
B: We’ve got to face the problem too.
วีฟ์ว์ ก๊อท ถุ เฟ้ซ เดอะ พร้อบเลม ทู้
พวกเราต้องเผชิญกับปัญหาเหมือนกัน
5. A: He’s got to be blamed.
ฮีซ์ ก๊อท ถุ บี เบล๊มด์
เขาต้องถูกตำหนิ
B: I’ve got to be blamed too.
ไอฟ์ว์ ก๊อท ถุ บี เบล๊มด์ ทู้
ฉันต้องถูกตำหนิเหมือนกัน
6. A: They’ve got to tell the truth.
เดย์ฟ์ว์ ก๊อท ถุ เท้ล เดอะ ทรุ้ธ
พวกเขาต้องบอกความจริง
B: We’ve got to tell the truth too.
วีฟ์ว์ ก๊อท ถุ เท้ล เดอะ ทรุ้ธ ทู้
พวกเราต้องพูดความจริงเหมือนกัน
7. A: We’ve got to take the bus.
วีฟ์ว์ ก๊อท ถุ เท้ค เดอะ บั๊ซ
พวกเราต้องไปรถประจำทาง
B: She’s got to take the bus too.
ชีซ์ ก๊อท ถุ เท้ค เดอะ บั๊ซ ทู้
เธอต้องไปรถประจำทางเหมือนกัน
8. A: They’ve got to cancel the flight.
เดย์ฟ์ว์ ก๊อท ถุ แค้นเซล เดอะ ไฟล้ท์
พวกเขาต้องบอกงดเที่ยวบิน
B: We’ve got to cancel the flight too.
วีฟ์ว์ ก๊อท ถุ แค้นเซล เดอะ ไฟล้ท์ ทู้
พวกเราต้องบอกงดเที่ยวบินเหมือนกัน
9. A: You’ve got to stay longer.
ยูฟ์ว์ ก๊อท ถุ สเต๊ย ล้องเกอร์
คุณต้องอยู่นานๆ
B: He’s got to stay longer too.
ฮีซ์ ก๊อท ถุ สเต๊ย์ ล้องเกอร์ ทู้
เขาต้องอยู่นานๆ เหมือนกัน
10. A: You’ve got to finish the work.
ยูฟ์ว์ ก๊อท ถุ ฟิ้นนิช เดอะ เวิ้ร์ค
คุณต้องทำงานให้เสร็จ
B: They’ve got to finish the work too.
เดย์ฟ์ว์ ก๊อท ถุ ฟิ้นนิช เดอะ เวิ้ร์ค ทู้
พวกเขาต้องทำงานให้เสร็จเหมือนกัน
6. จงฝึกพูดบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: I appreciate hearing from you.
ไอ แอพพรี้ชิเอท เฮี้ยริง ฟรัม ยู้
ฉันพอใจในการได้ยินจากคุณ
B: I appreciate telling you too.
ไอ แอพพรี้ชิเอท เท้ลลิง ยู ทู้
ผมพอใจในการบอกคุณเหมือนกัน
2. A: Why didn’t she come here today?
ว้าย ดิ๊นท์ ชี คั้ม เฮียร์ ทูเด๊ย์?
ทำไมเธอไม่มาที่นี่วันนี้
B: She denied seeing me.
ชี ดีน้ายด์ ซี้อิง มี้
เธอไม่ยอมพบฉัน (เธอปฏิเสธการพบฉัน)
3. A: Did you enjoy eating the Thai food yesterday?
ดิด หยุ เอนจอย อี๊ททิง ไท้ ฟู้ด เย้ซเทอร์เด๋ย์?
คุณรับประทานอาหารไทยเมื่อวานนี้อร่อยไหม?
B: Yes, I enjoyed eating it very much.
เย้ช, ไอ เอนจ๊อยด์ อี๊ททิง อิท ฟ์เว้รี มัช
ครับ ผมรับประทานมันอร่อยมาก
4. A: When will he finish writing his book?
เวน วิล ฮี ฟิ้นนิช ไร้ทิง ฮิซ บุ๊ค?
เขาจะเขียนหนังสือเสร็จเมื่อไร?
B: I think he will finish writing it next month.
ไอ ธิงค์ ฮี วิล ฟิ้นนิช ไร้ทิง อิท เน้กซ์ มั้นธ์
ผมคิดว่าเขาจะเขียนมันเสร็จเดือนหน้า
5. A: Please keep practicing.
พลี้ซ คี้พ แพร้คทิซซิง
กรุณาฝึกหัดต่อไป
B: Yes, I’ll keep practicing it every day.
เย้ซ, ไอล์ คี้พ แพร้คทิซซิง อิท เอ๊ฟเวอรี เด๊ย
ครับ ผมจะฝิกหัดต่อไปทุกวัน
6. A: Do you mind coming with me?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ คั้มมิง วิธ หมี?
คุณรังเกียจไปกับผมไหม?
B: No, I don’t mind coming with you.
โน้, ไอ โด๊นท์ ไม้น์ด์ คั้มมิง วิธ ยู้
ไม่ ฉันไม่รังเกียจไปกับคุณ
7. A: Why don’t you smoke today?
ว้าย โด๊นท์ หยุ สโม้ค ทูเด๊ย์?
ทำไมวันนี้คุณไม่สูบบุหรี่?
B: I’ve quit smoking for many years.
ไอฟ์ว์ ควิท สโม้คคิง ฟอร์ แม้นนี เยี้ยร์ซ์
ผมเลิกสูบเป็นเวลาหลายปีแล้ว
8. A: I suggest going home sooner.
ไอ ซักเกซท์ โก๊อิง โฮ้ม ซู้นเนอร์
ฉันแนะนำให้กลับบ้านในไม่ช้านี้
B: No, I resist asking you to stay here longer.
โน้, ไอ รีซิซท์ อ๊าซคิง ยู ถุ สเต๊ย เฮียร์ ล้องเกอร์
ไม่ ผมรบเร้าขอร้องให้คุณอยู่ที่นี่นานๆ
9. A: I never see him drink.
ไอ เน้ฟเวอร์ ซี้ ฮิม ดริ๊งค์
ผมไม่เคยเห็นเขาดื่ม
B: Don’t you know that he’s stopped drinking during the Buddhist Lent?
โด๊นท์ ยู โน้ว แดท ฮีซ์ สต๊อพท์ ดริ๊งคิง ดิ๊วริง เดอะ บุ๊ดดิชท์ เล้นท์?
คุณไม่ทราบหรือว่าเขาเลิกดื่มระหว่างเข้าพรรษา?
10. A: Why do you want to buy a piece of land in the North?
ว้าย ดุ หยุ ว้อนท์ ถุ บ๊าย อะ พี๊ช-ออฟ แล้นด์ อิน เดอะ น้อร์ธ?
ทำไมคุณต้องการซื้อที่ดินในภาคเหนือ?
B: We’ve considered going to live there.
วีฟ์ว์ ค้อนซิดเดอร์ด์ โก๊อิง ถุ ลิ้ฟว์ แด๊ร์
พวกเราคิดแล้วว่าจะไปอยู่ที่นั่น
ที่มา:ดร.สุนทร  โคตรบรรเทา

(Visited 31,279 times, 31 visits today)