คุณอยากทานอาหารไทยมั้ย สนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารไทย

วันนี้เรามีตัวอย่างการสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารไทยมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองฝึกพูดกัน เช่น ประโยคว่าคุณอยากทานอาหารไทยมั้ย เราจะไปกินที่ไหนกันดี ฉันหิวมาก ๆ แล้ว พูดเป็นภาษาอังกฤษได้ง่าย ๆ ด้วยประโยคสนทนาที่เรานำมาเสนอในวันนี้ค่ะ

คุณอยากทานอาหารไทยมั้ย ภาษาอังกฤษ

Thai Food for Dinner
ไท้ ฟูด ฟอร์ ดิ๊นเนอร์
อาหารไทยสำหรับมื้อเย็น
A. CONVERSATION (บทสนทนา)
A: would you like to have Thai food for dinner today?
วูล์ด หยุ ไล้ค์ ถุ แฮ้ฟว์ ไท้ ฟู้ด ฟอร์ ดิ๊นเนอร์ ทูเด๋ย์?
วันนี้คุณจะรับประทานอาหารไทยสำหรับมื้อเย็นไหมครับ?
B: Of course, that’s what I’m looking for. Where should we go?
อ่อฟ ค้อร์ซ, แดทส์ ว้อท ไอม์ ลุ้คคิง ฟอร์. แว้ร์ ชูล์ด วี โก๊?
แน่นอน นั้นคือสิ่งที่ผมกำลังมองหา เราจะไปที่ไหนดี?
A: Well, there’re so many new and good restaurants nearby. It depends on what you would like to eat. Could you pick up the place?
เหวล, แดร์เออร์ โซ้ แมนนี นิ้ว แอนด์ กู๊ด เร้ชโทะแรนท์ส์ เนียร์บ๊าย. อิท ดิเพ้นด์ซ์ อ่อน ว้อท ยู วู้ล์ด ไล้ค์ ถุ อี๊ท. คูล์ด หยุ พิ้ค-อัพ เดอะ เผลซ?
เอ มีภัตตาคารใหม่และดีอยู่ใกล้ๆ มากมายเหลือเกิน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการกินอะไร คุณเลือกสถานที่ได้ไหมครับ?
B: I don’t know which one is the best. I’m not familiar with this part of the city. I recommend that we go to the nearest one.
ไอ โด๊นท์ โน้ว์ วิช-วั้น อิส เดอะ เบ๊ซท์. ไอม์ น้อท แฟ้มมิเลียร์ วิธ ดิช พ้าร์ท-อ่อฟ เดอะ ซิที. ไอ เรคคอมเมนด์ แดท วี โก๊ ถุ เดอะ เนี้ยร์เรซท์ วัน
ผมไม่ทราบว่าที่ไหนดีที่สุด ผมไม่ชินกับส่วนนี้ของเมือง ผมขอแนะนำว่าเราไปที่ใกล้ที่สุด
A: Let’s drive dong this street, and have a look on both sides. If we see the nice one, we just drive in.
เล้ทส์ ไดร๊ฟ์! อะล้อง ดิซ สตรี้ท, แอ่นด์ แฮ้ฟ อะ ลุ้ค อ่อน โบ๊ธ ไซ้ด์ซ์. อิฟ วี ซี้ เดอะ ไน้ซ์ วั้น, วี จั๊ซท์ ไดร๊ฟว์-อิน
เราขับไปตามถนนนี้เถอะ และดูสองฝั่งถนน ถ้าเราเห็นร้านไหนดี เราขับเข้าไปเลย
B: No, I don’t agree to your idea. If we do so, we may go to the most expensive one, and the food is the worst.
โน้, ไอ โด๊นท์ อะกรี๊ ทู ยัวร์ ไอเดี๊ย. อิฟ วี ดู๊ โซ้, วี เมย์ โก๊ ทู เดอะ โม้ซท์ เอกซ์เพ้นสิฟ วั้น, แอ่นด์ เดอะ ฟู้ด อิซ เดอะ เวิ้ร์ซท์
ไม่ ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของคุณ ถ้าเราทำเช่นนั้น เราอาจไปร้านที่แพงที่สุด และอาหารเลวที่สุด
A: I don’t agree with you either. All Thai restaurants are not much different in terms of the price and the quality. It’s up to what you eat and how you order.
ไอ โด๊นท์ อะกรี๊ วิธ ยู ไอ๊เธอร์. ออล ไท้ เร้ซโทะแรนท์ส์ อาร์ น้อท มัช ดิ๊ฟเฟอเรนท์ อิน เทิร์มซ์-ออฟ เดอะ ไพร้ซ์ แอ่นด์ เดอะ คว้อลลิที. อิทส์ อั๊พ ทู ว้อท ยู อี้ท แอ่นด์ ฮ้าว ยู อ๊อเดอร์
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณเหมือนกัน ร้านอาหารไทยทั้งหมดไม่แตกต่างกันมากในแง่ราคาและคุณภาพ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณกินอะไรและคุณสั่งอย่างไร
B: You seem to be a food expert. I’ll take your advice then.
ยู ซี้ม ถุ บี อะ ฟู้ด เอ๊กซ์เพิร์ท. ไอล์ เท้ค ยัวร์ แอดฟ์ไว้ซ์ เดน
ดูเหมือนคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร งั้นผมจะทำตามคำแนะนำของคุณ
A: Not just because I am the driver though?
น้อท จั๊ซท์ บีค้อซ ไอ แอม เดอะ ไดร๊ฟ์เวอร์ โด๋?
ไม่ใช่เป็นเพราะว่าผมเป็นคนขับรถหรอกน่ะ?
B: Of course not. Let’s hurry up. I feel very hungry now. We’ll have no appetite if we argue each other much longer.
อ่อฟ ค้อร์ซ น้อท. เล้ทส์ เฮ้อร์รี่ อั้พ. ไอ ฟิ้ล ฟ์เว้รี ฮั้งกรี น้าว. วีลล์ แฮ้ฟ โน้ แอ้พพิไทท์ อิฟ วี อ๊าร์กิว อี้ช-อั้ธเธอร์ มัช ล้องเกอร์
ไม่หรอก รีบๆ เถอะ ผมรู้สึกหิวมากแล้วตอนนี้ เราจะไม่มีรสอาหาร ถ้าเราเถียงกันนานมากกว่านี้
B. VOCABULARY (คำศัพท์)
would like (v)        วูลด ไล้ค์        ใคร่ที่จะ ต้องการ
of course (adv)        อ่อฟ ค้อร์ซ        แน่นอน ใช่ ครับ ค่ะ
what (pron)        ว้อท            อะไร
look for (v)        ลุ้ค ฟอร์        หา มองหา
nearby (adv)        เนี้ยร์บาย        ใกล้ ใกล้ๆ
so (adv)            โซ้            เหลือเกิน
that (pron)        แดท            นั้น
depend on (v)        ดิเพ้นด์-ออน    ขึ้นอยู่กับ แล้วแต่
pick up (v)        พิ้ค-อัพ        เลือก หยิบ
familiar (adj)        แฟ้มมิเลียร์    คุ้นเคย ชิน
recommend (v)        เรคคอมเมนด์    เสนอแนะ แนะนำ
one (pron)        วั้น            สถานที่ (แทนภัตตาคาร)
drive (v)            ไดร๊ฟ์ว์        ขับรถ
along (adv)         อะล้อง        ตาม
then (adv)         เด้น            น่ะ หรอกน่ะ
have a look (v)         แฮ้ฟว์-อะ ลุ้ค    ดู มองดู
agree to (v)         อะกรี๊ ทู        เห็นด้วยกับ (สิ่งของ)
expensive (adj)     เอกซ์เพ้นสิฟว์    แพง
most expensive (adj)   โม้ซท์ เอกซ์เพ้นสิฟว์    แพงที่สุด
worst (adj)         เวิ้ร์ซท์        เลวที่สุด
in terms of (prep)    อิน เทิ้ร์มซ์-ออฟ    ในแง่ของ
price (n)            ไพร้ซ์            ราคา
quality (n)         คว้อลลิที        คุณภาพ
up to (prep)         อั้พ ทู            ขึ้นอยู่กับ แล้วแต่
It’s up to you.         อิทส์ อั๊พ ทู ยู    มันแล้วแต่คุณ
expert (n)            เอ๊กซ์เพิร์ท        ผู้เชี่ยวชาญ
food expert (n)     ฟู้ด เอ๊กซ์เพิร์ท    ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร
advice (n)         แอดฟ์ไว้ซ์        คำแนะนำ
take advice         เท้ค แอดฟ์ไว้ซ์    ทำตามคำแนะนำ
though (adv)         โด            น่ะ หรอกน่ะ
hurry up (v)         เฮ้อรี อัพ        รีบๆ ไวๆ
appetite (n)         แอ๊พพิไทท์        รสอาหาร
have no appetite (v)        แฮ้ฟว์ โน้ แอ๊พพิไทท์    ไม่มีรสอาหาร
กินไม่อร่อย
argue (v)             อ๊าร์กิว        ถกเถียงกัน โต้เถียง
each other (pron)    อี้ช-อั้ธเธอร์    กัน (สองคน)
C. EXPRESSIONS TO REMEMBER
(ประโยคที่ควรจำ)
1. Would you like to have Thai food for dinner today?
หวูส์ด หยุ ไล้ค์ ถุ แฮ้ฟว์ ไท้ ฟู้ด ฟอร์ ดิ๊นเนอร์ ทูเด๋ย์?
วันนี้คุณจะรับประทานอาหารไทยสำหรับมื้อเย็นไหมครับ?
2. Of course, that’s what I’m looking for.
อ่อฟ ค้อร์ซ, แดทส์ ว้อท ไอม์ ลุ้คคิง ฟอร์
ครับ นั้นคือสิ่งที่ผมกำลังหา
3. Where should we go?
แว้ร์ ชูล์ด วี โก๊?
เราจะไปไหนดี?
4. Well, there’re so many new and good restaurants nearby.
เหวล, แดร์เออร์ โซ้ แมนนี นิ้ว แอนด์ กู๊ด เร้ซโทะแรนท์ส์ เนียร์บ๊าย
เอ มีภัตตาคารใหม่และดีอยู่ใกล้ๆ มากมายเหลือเกิน
5. It depends on what you would like to eat.
อิท ดิเพ้นด์ซ์ อ่อน ว้อท ยู วู้ล์ด ไล้ค์ ถุ อี้ท
มันขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการกินอะไร
6. I don’t know which one is the best.
ไอ โด๊นท์ โน้ว วิช วั้น อิซ เดอะ เบ๊ซท์
ผมไม่ทราบว่าที่ไหนดีที่สุด
7. I’m not familiar with this part of the city.
ไอม์ น้อท แฟ้มมิเลียร์ วิธ ดิซ พ้าร์ท-อ่อฟ เดอะ ซิที
ผมไม่ชินกับส่วนนี้ของเมือง
8. I recommend that we go to the nearest one.
ไอ เรคคอมเม้นด์ แดท วิ โก๊ ถุ เดอะ เนี้ยเรซท์ วัน
ผมขอแนะนำว่าเราไปที่ใกล้ที่สุด
9. Let’s drive dong this street, and have a look on both sides.
เล้ทส์ ไดร๊ฟ์ว์ อะล้อง ดิซ สตรี้ท, แอ่นด์ แฮ้ฟว์ อะ ลุ้ค อ่อน โบ๊ธ ไซ้ด์ซ์
เราขับไปตามถนนนี้เถอะ และดูสองฝั่งถนน
10. If we see the nice one, we just drive in.
อิฟ วี ซี้ เดอะ ไน้ซ์ วั้น, วี จั๊ซท์ ไดร๊ฟ์-อิน
ถ้าเราเห็นร้านไหนดี เราขับรถเข้าไปเลย
11. No, I don’t agree to your idea.
โน้, ไอ โด๊นท์ อะกรี๊ ทู ยัวร์ ไอเดี๊ย
ไม่ ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของคุณ
12. If we do so, we may go to the most expensive one, and the food is the worst.
อิฟ วี ดู๊ โซ, วี เมย์ โก๊ ทู เดอะ โม้ซท์ เอกซ์เพ้นสิฟว์ วั้น, แอ่นด์ เดอะ ฟู้ด อิซ เดอะ เวิ้ร์ซท์
ถ้าเราทำเช่นนั้น เราอาจไปร้านที่แพงที่สุดและอาหารเลวที่สุด
13. I don’t agree with you either.
ไอ โด๊นท์ อะกรี๊ วิธ ยู ไอ๊เธอร์
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณเหมือนกัน
14. It’s up to what you eat and how you order.
อิทส์ อั๊พ ทู ว้อท ยู อี้ท แอ่นด้ ฮ้าว ยู อ๊อเดอร์
มันขึ้นอยู่กับว่าคุณกินอะไรและคุณสั่งอย่างไร
15. You seem to be a food expert.
ยู ซี้ม ถุ บี อะ ฟู้ด เอ็กซ์เพิร์ท
ดูเหมือนคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร
16. I’ll take your advice then.
ไอล์ เท้ค ยัวร์ แอดฟ์ไว้ซ์ เดน
งั้นผมจะทำตามคำแนะนำของคุณ
17. Not just because I am the driver though?
น้อท จั๊ซท์ บีค้อช ไอ แอม เดอะ ไดร๊ฟ์เวอร์ โด๋?
ไม่ใช่เป็นเพราะว่าผมเป็นคนขับรถหรอกน่ะ?
18. Let’s hurry up.
เล้ทส์ เฮ้อร์รี อั๊พ
รีบๆ เถอะ
19. I feel very hungry now.
ไอ ฟี้ล ฟ์เวรี ฮั้งกรี น้าว
ผมรู้สึกหิวมากแล้วตอนนี้
20. We’ll have no appetite if we argue each other much longer.
วีลล์ แฮ้ฟว์ โน้ แอ๊พพิไทท์ อิฟ วี อ๊าร์กิว อี้ช-อั้ธเธอร์ มัช ล้องเกอร์
เราจะไม่มีรสอาหาร ถ้าเราเถียงกันนานมากกว่านี้
D. POINTS OF ATTENTION
(ประเด็นที่ควรสนใจ)
1. คำขอร้องสุภาพ ในภาษาอังกฤษ มีวลีที่ใช้เป็นคำขอร้อง สุภาพดังนี้
1. please… พลี้ซ     กรุณา… เชิญ…
2. …please. พลี้ซ    กรุณา… เชิญ…
3. Do you mind…?
ดุ หยุ ไม้นด์…?
คุณรังเกียจไหม…?
4. Would you mind…?
หวูล์ด หยุ ไม้นด์…?
คุณจะรังเกียจไหมครับ….?
5. Will you please…?
วิล หยุ พลี้ซ…?
คุณจะกรุณาได้ไหม…?
6. Would you please?
หวูล์ด หยุ พลี้ซ?
คุณจะกรุณาได้ไหมครับ?
7. Won’t you please…?
โว้นท์ หยุ พลี้ซ…?
คุณจะไม่กรุณาหรือ…?
8. Wouldn’t you please…?
วู้นท์ หยุ พลี้ซ…?
คุณจะไม่กรุณาหรือครับ…?
1. Please have a seat.
พลี้ซ แฮ้ฟว์ อะ ซี้ท
เชิญนั่ง
2. Have a seat please.
แอ้ฟว์ อะซี้ท พลี้ซ
เชิญนั่ง
3. Do you mind having a seat?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ แฮ้ฟวิง อะ ซี้ท?
คุณรังเกียจที่จะนั่งไหม?
4. Would you mind having a seat?
หวูล์ด หยุ ไม้น์ด์ แฮ้ฟวิง อะ ซี้ท?
คุณจะรังเกียจที่จะนั่งไหมครับ?
5. Will you please have a seat?
วิล หยุ พลี้ซ แฮ้ฟว์ อะ ซี้ท?
คุณจะกรุณานั่งได้ไหม?
6. Would you please have a seat?
หวูล์ด หยุ พลี้ซ แฮ้ฟว์ อะ ซี้ท?
คุณจะกรุณานั่งได้ไหมครับ?
7. Won’t you please have a seat?
โว้นท์ หยุ พลี้ซ แอ้ฟว์ อะ ซี้ท?
คุณจะไม่กรุณานั่งหรือ?
8. Wouldn’t you please have a seat?
วุ้นท์ หยุ พลี้ซ แฮ้ฟว์ อะ ซี้ท?
คุณจะไม่กรุณานั่งหรือครับ?
หมายเหตุ
1. would นำหน้าประโยคจะสุภาพกว่า will แต่ขึ้นอยู่กับเสียง หรือสำเนียงและสีหน้าประกอบคำพูดนั้น
2. mind ตามด้วยกริยา v+ing เสมอ เพื่อให้เป็นนามกริยาเสียก่อน
2. การขออนุญาต วลีที่ใช้ในคำขออนุญาต เช่น
1. Let me…     เล้ท มี        ขอฉัน… ขอผม…
2. May I…?     เมย์ ไอ…?        ขอฉัน…ได้ไหม?
ขอผม…ได้ไหม?
3. Can I…?     แคน ไอ๋…?     ขอฉัน…ได้ไหม?
ขอผม…ได้ไหม?
4. Do you mind if…?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ อิฟ…?
คุณจะรังเกียจไหม ถ้า…?
5. Would you mind if…?
หวูส์ด หยุ ไม้น์ด์ อิฟ…?
คุณจะรังเกียจไหมครับ ถ้า…?
เช่นประโยคต่อไปนี้
1. Let me come in.
เล้ท มี คั้ม-อิน
ขอให้ฉันเข้าไปนะ
2. May I come in?
เมย์ ไอ คั้ม อิ๋น?
ฉันขอเข้าไปได้ไหม?
3. Can I come in?
แคน ไอ คัม อิ๋น?
ฉันขอเข้าไปได้ไหม?
4. Do you mind if I come in?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ อิฟ ไอ คัม อิ๋น?
คุณรังเกียจไหม ถ้าผมเข้าไป?
5. Would you mind if I came in?
หวูล์ด หยุ ไมน์ด์ อิฟ ไอ เคม อิ๋น?
คุณจะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมเข้าไป?
หมายเหตุ
1. Can /…? มืความหมายเหมือน May I…? แต่ Can I…? ใช้ในภาษาพูดมากกว่า และถ้า ‘could’ นำหน้าจะสุภาพกว่า ‘can’ อีกด้วย
2. Would you mind…? เมื่อมีอนุประโยคตามหลัง กริยาจะต้องเป็นช่องที่ 2 เช่น if I came in?
3. Would like แปลว่า “ใคร่ที่จะ” หรือ “ต้องการ” แต่มีความหมายไพเราะและสุภาพกว่า “ว้อนท์” เช่น
1. Would you like to have Thai food for dinner today?
หวูล์ด หยุ ไล้ค์ ถุ แฮ้ฟ ไท้ ฟู้ด ฟอร์ ดิ๊นเนอร์ ทูเด๋ย?
วันนี้คุณต้องการจะรับประทานอาหารไทยสำหรับมื้อเย็นไหม ครับ?
2. Of course, I’d like to have it.
อ่อฟ ค้อร์ซ, ไอด์ ไล้ค์ ถุ แฮ้ฟว์-อิท
ครับ ผมต้องการรับประทานครับ
3. Would you like a cup of coffee?
หวูล์ด หยุ ไล้ค์ อะ คั้พ-อ่อฟ ค้อฟฝี?
คุณต้องการรับกาแฟสักถ้วยไหมครับ?
4. คำชวน/เสนอแนะ วลีที่ใช้เป็นคำชวนหรือเสนอแนะ มีดังต่อไปนี้
1. Let’s…        เล้ทส์…    …กันเถอะ …เถอะ
2. Let us…    เล้ท อัซ …    …กันเถอะ …เถอะ
3. Shall we…?    แชล หวี?     …กันไหม?
4. Let’s…, shall we?
เล้ทส์…, แชล หวี?
…กันเถอะ ดีไหม?
ตัวอย่างเช่น
1. Let’s drive dong this street.
เล้ทส์ ไดร๊ฟว์ อะล้อง ดีซ สตรี๊ท
ขับไปตามถนนนี้เถอะ
2. Let us drive along this street.
เล้ท อัซ ไดร๊ฟว์ อะล้อง ดิซ สตรี๊ท
ขับไปตามถนนนี้เถอะ
3. Shall we drive dong this street?
แชล วี ไดร๊ฟว์ อะล้อง ดิซ สตรี๊ท?
เราขับไปตามถนนนี้กันไหม?
4. Let’s drive dong this street, shall we?
เล้ทส์ ไดร๊ฟว์ อะล้อง ดิซ สตรี๊ท, แชล หวี?
เราขับไปตามถนนนี้เถอะ ดีไหม?
5. สำนวนตอบรับ สำนวนที่ใช้ในการตอบรับคำขอร้อง หรือคำชักชวน ที่น่าจำมีดังนี้
1. Wait a minute please.
เว้ท-อะ มินิท พลี้ซ
กรุณารอประเดี๋ยว
2. Please wait a minute.
พลี้ซ เว้ท-อะ มินิท
กรุณารอประเดี๋ยว
3. One moment please.
วั้น โม้เมนท์ พลี้ซ
เดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวนะครับ
E. EXERCISES (แบบฝึกหัด)
1. โปรดจำสำนวนตอบรับต่อไปนี้
1. One moment please.
วั้น โม้เมนท์ พลี้ซ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวนะคะ
2. One second please.
วั้น เซ้คคันด์ พลี้ซ
รอแปิ๊บเดียว รอวินาทีเดียว
3. One minute please.
วั้น มินิท พลี้ซ
รอเดี๋ยว รอนาทีเดียว
4. Please hold the line.
พลี้ซ โฮ้ลด์ เคอะ ไล้น์
กรุณาถือสายรอ
5. Please hold the line for a minute.
พลี้ซ โฮ้ลด์ เดอะ ไล้น์ ฟอร์ อะ มินิท
กรุณาถือสายรอเดี๋ยว
6. The line is busy.
เดอะ ไล้น์ อิซ บิ๊ซซี
สายไม่ว่าง
7. The line is engaged.
เดอะ ไล้น์ อิซ เอนเก๊จด์
สายกำลังมีคนใช้
8. Who’s calling please.
ฮู้ซ์ ค้อลลิง พลี้ซ
ใครกำลังพูดครับ
9. Call again this afternoon.
ค้อล-อะเก๊น ดิซ อั้ฟเทอร์นู้น
เรียกมาใหม่ตอนบ่ายนี้
10. He’s not in.
ฮีซ์ น้อท อิ๊น
เขาไม่อยู่
11. He’s on leave.
ฮีช์ ออน ลี้ฟว์
เขาลาพัก
12. Would you leave a message?
หวูล์ด หยุ ลี้ฟว์-อะ แม้ซเซจ?
คุณจะฝากข้อความไหมครับ?
13. Please tell him to call back.
พลี้ซ เท้ล ฮิม ถุ ค้อล แบ๊ค
กรุณาบอกเขาเรียกกลับ
14. That’s a good idea.
แดทส์ อะ กู๊ด ไอเดี๊ย
เป็นความคิดที่ดี
15. Oh, all right.
โอ, ออล ไร้ท์
โอ๊ย ไม่เป็นไร
16. Thank you.
แธ้งคิว
ขอบคุณ
17. I prefer to stand.
ไอ พรีเฟ้อร์ ถุ สแต๊นด์
ดิฉันขอบยืน
18. I like here.
ไอ ไล้ค์ เฮี้ยร์
ดิฉันชอบที่นี่
19. Yes, certainly.
เยซ เซ้อร์เทนลี
ครับ จริงๆ ค่ะ จริงๆ
20. Why?
ไว้?
ทำไมล่ะ?
21. Why not?
ไว น้อท?
ทำไมไม่ล่ะ?
22. Sorry, I’m busy.
ซ้อรี, ไอม์ บิ๊ซซี
ขอโทษ ผมไม่ว่าง
23. Sorry I didn’t see the sign.
ซ้อรี ไอ ดิ๊นท์ ซี้ เดอะ ไซ้น์
ขอโทษ ผมไม่เห็นป้ายห้าม
24. All right, I won’t.
ออล ไร้ท์, ไอ โว้นท์
ค่ะ ดิฉันจะไม่ทำ ครับ ผมจะไม่ทำ
25. Don’t worry, I won’t.
โด๊นท์ ว้อร์รี, ไอ โว้นท์
อย่าห่วง ผมไม่ทำเช่นนั้นหรอก
26. Not at all.
น้อท แอท-อ๊อล
ไม่เลย
27. Certainly not.
เซ้อร์เทนลี น้อท
ไม่จริงๆ
28. Of course.
อ่อฟ ค้อร์ซ
แน่นอน ได้เลย ครับ ค่ะ
29. Of course not.
อ่อฟ ค้อร์ซ น้อท
ไม่จริงๆ ไม่ได้เลย ไม่ครับ ไม่ค่ะ
30. No, I wouldn’t mind.
โน้, ไอ วู้ล์นท์ ไม้น์ด์
เปล่า ผมไม่รังเกียจเลย
31. Oh, I’m sorry.
โอ, ไอม์ ซ้อร์รี
โอ๊ย ขอโทษครับ อุ๊ย ขอโทษค่ะ
32. May I beg your pardon?
เมย์ ไอ เบ๊ก ยัวร์ พาร์ด๋อน?
เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ? เมื่อกี้ว่าอะไรคะ?
33. Pardon me?
พ้าร์ดอน หมี?
เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ? เมื่อกี้ว่าอะไรคะ?
34. Pardon?
พาร์ด๋อน?
เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะคะ?
35. No, go right ahead.
โน้, โก๊ ไร้ท์-อะเฮ้ด
ไม่ เชิญเลย
36. I’d rather you wouldn’t.
ไอด์ ร้าเธอร์ ยู วูนท์
ดิฉันว่าคุณอย่าดีกว่า
37. I wish you wouldn’t.
ไอ วิช ยู วู้นท์
ดิฉันไม่อยากให้คุณทำ
38. Here it is.
เฮี้ยร์ อิท-อิซ
นี่ไง (เวลายื่นของให้)
39. Here you are.
เฮี้ยร์ ยู อาร์
นี่ไง (เวลายื่นของให้)
40. I’ll bring it right away.
ไอล์ บริ๊ง อิท ไร้ท์-อะเว้ย์
ผมจะนำมาให้ทันที
41. I’ll bring it to you right now.
ไอล์ บริ๊ง อิท ทู ยู ไร้ท์ น้าว
ผมจะนำมาให้คุณเดี๋ยวนี้
42. Please help yourself.
พลี้ซ เฮ้ลพ์ ยัวร์เซ้ลฟ์
โปรดช่วยตัวเอง เชิญเลย
43. Make yourself at home.
เม้ค ยัวร์เซ้ลฟ์ แอท โอ้ม
ไม่ต้องเกรงใจ โปรดทำเหมือนอยู่บ้าน
44. It’s very kind of you.
อิทส์ ฟ์เว้รี ไค้น์ด์ ออฟ ยู้
คุณช่างดีเหลือเกิน ขอบคุณมาก
45. You’re very welcome.
ยูเออร์ ฟ์เว้รี เว้ลคัม
ยินดีครับ ไม่เป็นไรครับ (ตอบขอบคุณ)
2. จงตอบประโยคคำขอร้องหรือคำสั่งในบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: Please don’t smoke in this room.
พลี้ซ โด๊นท์ สโม้ค-อิน ดิซ รู้ม
กรุณาอย่าสูบบุหรี่ในห้องนี้
B: ………………………….
2. A: Open the window wider, please.
โอ๊เพน เดอะ วิ้นโดว์ ไว้เดอร์, พลี๊ซ
กรุณาเปิดหน้าต่างให้กว้างอีก
B:……………………………
3. A: Would you please have a seat over there?
วูล์ด หยุ พลี้ซ แฮฟว์ อะ ซี้ท-โอ้เวอร์ แด๋ร์?
คุณจะนั่งตรงนั้นได้ไหมคะ?
B:……………………………
4. A: Do you mind coming a little bit closer?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ คั้มมิง อะ ลิ้ทเทิล บิท โคล้ซเซอร์?
คุณเข้ามาใกล้ๆ อีกเป็นไรไหม? (คุณรังเกียจไหม ถ้าจะเข้ามาใกล้ๆ?)
B:……………………………
5. A: Would you please bring me a cup of coffee?
วูล์ด ยู พลี้ซ บริ๊ง มี อะ คั้พ-อ่อฟ ค้อฟฝี?
ขอกาแฟให้ผมถ้วยได้ไหมครับ?
B:…………………………….
6. A: Could you come a little early tomorrow?
คูล์ด ยู คั้ม อะ ลิ้ทเทิล เอ๊อร์ลี ทูมอโหรว์?
พรุ่งนี้คุณมาแต่เช้าหน่อยได้ไหม?
B:………………………………
7. A: May I borrow your pen?
เมย์ ไอ บ๊อร์โรว์ ยัวร์ เผน?
ผมขอยืมปากกาคุณได้ไหม?
B:………………………………
8. A: Will you please turn the radio off?
วิล ยู พลี้ซ เทิ้ร์น เดอะ เร้ดิโอ อ๋อฟ?
คุณจะปิดวิทยุได้ไหม?
B:………………………………
9. A: Could you please speak a little louder?
คูล์ด ยู พลี้ซ สปี๊ค อะ ลิ้ทเทิล ลาวเด๋อร์?
คุณพูดดังขึ้นอีกได้ไหมคะ?
B: ……………………………..
10. A: Would you please answer the phone?
วูล์ด ยู พลี๊ซ อ๊านเซอร์ เดอะ โฝน?
คุณจะรับโทรศัพท์ได้ไหมครับ?
B:………………………………
11. A: Please type this letter without any mistakes.
พลี๊ซ ไท้พ์ ดิซ เล้ทเทอร์ วิธ-เอ๊าท์ แอ๊นนี มิซเทคส์
โปรดพิมพ์จดหมายนี้ไม่ให้ผิดเลย
B: ……………………………………..
12. A: Would you mind bringing me the telephone
book?
วูส์ด ยู ไม้น์ด์ บริ๊งกิง มี เดอะ เท้ลโลโฟน บุ๋ค?
คุณจะนำสมุดโทรศัพท์มาให้ดิฉันได้ไหมคะ?
B:…………………………………….
13. A: Do you mind if I turn the air conditioner off?
ดุ หยุ ไม้น์ด์ อิฟ ไอ่ เถิร์น ดิ แอร์ คอนดิ๊ซชันเนอร์ อ๋อฟ?
คุณรังเกียจไหม ถ้าผมปิดเครื่องปรับอากาศ?
B:……………………………………
14. A: Would you mind helping me carry this?
วูล์ด ยู ไม้น์ด์ เอ้ลพิง มี แคร์รี ดี๋ซ?
คุณรังเกียจไหมที่จะช่วยผมหิ้วของนี้?
B:……………………………………
15. A: Please don’t interrupt me.
พลี๊ซ โด๊นท์ อินเทอร์รั้พท์ มี
กรุณาอย่าขัดจังหวะผม
B: …………………………………
16. A: Let’s go to lunch now.
เล้ทส์ โก๊ ถุ ลั้นช์ น้าว
ไปกินข้าวกลางวันเดี๋ยวนี้เถอะ
B: …………………………………
17. A: Won’t you please move forward?
โว้นท์ยู พลี๊ซ มู้ฟว์ ฟอร์เหวิร์ด?
คุณจะเถิบมาข้างหน้าได้ไหม?
B:………………………………….
18. A: Would you mind if I didn’t come tomorrow?
วูล์ด ยู ไม้น์ด์ อิฟ ไอ่ ดิ๊นท์ คั้ม ทูม้อโหรว์?
คุณจะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมไม่มาพรุ่งนี้?
B:…………………………………
19. A: Wouldn’t you please come in?
วู้นท์ ยู พลี๊ซ คั้ม อิ๋น?
คุณจะไม่เข้ามาข้างในหรือครับ?
B:…………………………………
20. A: Please lock the door when you leave.
พลี๊ซ ล้อค เดอะ ด๊อร์ เวน ยู ลี้ฟว์
กรุณาปิดประตูเมื่อคุณออกไป
B: ………………………………
3. ฝึกบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: Could I speak to your boss?
คูล์ด ไอ สปี๊ค ถุ ยัวร์ บ๋อซ?
ขอพูดกับนายของคุณได้ไหมครับ?
B:…………………………
(1) I’m sorry he’s not in.
ไอม์ ซ้อร์รี ฮี้ซ น้อท อิ๊น
เสียใจ เขาไม่อยู่
(2) He’s not in at the moment.
ฮี้ซ์ น้อท อิ๊น แอท เดอะ โม้เมนท์
ตอนนี้เขาไม่อยู่
(3) He’s on another line. Hold on just a minute.
ฮี้ซ์ ออน อะนัธเธอร์ ไล้น์. โฮ้ลด์ ออน จั๊ซท์-อะ มินิท
เขาอยู่อีกสายหนึ่ง ถือหูรอสักเดี๋ยว
(4) Let me check. Just a moment please.
เล้ท มี้ เช้ค. จั๊ซท์-อะ โม้เมนท์ พลี้ซ
ขอผมไปดูก่อน กรุณารอประเดี๋ยว
(5) He’s having a meeting.
ฮีซ์ แฮ้ฟวิง อะ มี้ททิง
เขากำลังมีประชุม
(6) Please wait just a few minutes.
พลี้ซ เว้ท จั๊ซฑ์-อะ ฟิ้ว มินิทส์
กรุณารอสักสี่ห้านาที
(7) May I know who’s calling please?
เมย์ ไอ โน้ว์ ฮู้ซ์ ค้อลลิง พลี้ซ?
ขอทราบได้ไหมครับ ใครกำลังพูด?
(8) Please hold the line just a second.
พลี้ซ โฮ้ลด์ เดอะ ไล้น์ จั๊ซท์-อะ เซ้คคันด์
โปรดถือสายรอสักประเดี๋ยว
(9) Go ahead. He’s been waiting for you.
โก๊ อะเฮ้ด. อี้ซ์ บีน เว้ททิง ฟอร์ ยู้
เชิญเลย เขากำลังรอคุณ
(10) He’ll call you back in a few minutes.
ฮี้ล์ ค้อล หยุ แบ๊ค-อิน-อะ ฟิ้ว มินิทส์
เขาจะเรียกคุณกลับภายในไม่กี่นาที
2.  A: Could I see your Director?
คูล์ด ไอ ซี้ ยัวร์ ไดเร้คเถอร์?
ผมขอพบท่านผู้อำนวยการได้ไหมครับ?
B:……………………………………
(1) Have you made an appointment with him?
แหฟว์ หยุ เม้ด-แอ่น-แอพพ้อยท์เมนท์ วิธ หิม?
คุณนัดเขาไว้แล้วใช่ไหมคะ?
(2) He’s having another visitor at the moment.
ฮี้ซ์ แฮ้ฟวิง อะนัธเธอร์ ฟ์วิซซิเทอร์ แอท เดอะ โม้เมนท์
เขากำลังมีแขกในตอนนี้
(3) Please have a seat and let me see his diary.
พลี้ซ แฮ้ฟว์-อะ ซี้ท แอ่นด์ เล้ท มี ซี้ ฮิซ ได๊อะรี
กรุณานั่งและขอผมดูปฎิทินของเขาก่อน
(4) I’m sorry he’s not in today.
ไอม์ ซ้อร์รี ฮีซ์ น้อท อิ๊น ทูเด๊ย์
เสียใจค่ะ วันนี้เขาไม่เข้ามา
(5) He’ll be late this morning.
ฮีล บี เล้ท ดิซ ม้อร์นิง
เข้านี้เขาจะมาสาย
(6) He’s gone for the meeting in the Ministry.
ฮี้ซ์ ก๊อน ฟอร์ เดอะ มี้ททิง อิน เดอะ มิ้นนิซทรี
เขาไปประชุมที่กระทรวงแล้ว
(7) He’s left his office already.
ฮี้ซ์ เล้ฟท์ ฮิซ อ๊อฟฟิซ ออลเร้ดดี
เขาออกจากที่ทำงานไปเรียบร้อยแล้ว
(8) He won’t be back till next month.
ฮี้ โว้นท์ บี แบ๊ค ทิล เน้กซ์ท์ มั้นธ์
เขาจะไม่กลับมาจนกระทั่งเดือนหน้า
ที่มา:ดร.สุนทร  โคตรบรรเทา

(Visited 1,792 times, 1 visits today)