หลักง่าย ๆ ในการใช้ (a,an) ในภาษาอังกฤษ

a ออกเสียง เอ หรือ เออะ
an ออกเสียง แอน หรือ เอิ่น
*a/an เป็น indefinite article ใช้ประกอบหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ไม่ชี้ เฉพาะกล่าวขึ้นมาลอยๆ ทั่วไป

หลักการใช้ (a,an) ในภาษาอังกฤษ

1. ใช้  a หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ (consonant sound) เช่น
a baby     a history     a European     a hotel
a half     a hand     a doctor        a union
กรณีมีคำขยายประกอบหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ให้ใช้ a เมื่อคำขยายนั้นขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ เช่น
a unique course     a one-armed man     a nice person
a used car        a great artist        a hundred dollar
a notable scientist     a careful driver
ตัวอย่าง
Leonardo da Vinci was a great artist.
เลโอนาร์โด ดา วินชิ เป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่
What a nice picture!
รูปนั้นช่างสวยงามจริงๆ
He used to be a heavy smoker.
เขาเคยเป็นนักสูบบุหรี่จัด
2. ใช้ an หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ (vowel sound) เช่น
an apple         an hour     an odor     an instance
an example     an effort     an eel    an onion
กรณีมีคำขยายประกอบหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ ให้ใช้ an เมื่อคำขยายนั้นขึ้นต้นด้วยเสียงสระ เช่น
an honest man                an art teacher
an endless love            an old woman
an unmanned spacecraft     an active candidate
an inch diameter            an interesting topic
ตัวอย่าง
What an ugly picture !
รูปนั้นน่าเกลียดมากจริง ๆ
He is an honest person.
เขาเป็นคนซื่อสัตย์
An old man was killed yesterday.
ชายชราถูกฆ่าตายเมื่อวานนี้
3. ใช้ an หน้าตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ออกเสียงสระ ได้แก่ ตัวอักษร
a, e, f, h, i, l, m, n, o, r, s, x
ตัวอย่าง
The word “fair begins with an f, and “half” begins with an h.
คำว่า fall ขนต้นด้วยตัวอักษรเอฟ และ half ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเอช
He got an A in English and an F in Physics.
เขาได้เกรดเอในวิชาภาษาอังกฤษ และเกรดเอฟในวิชาฟิสิกส์
Her name begins with an L and ends with an E.
ชื่อของหล่อนขึ้นต้นด้วยตัวอักษรแอล และลงท้ายด้วยตัวอักษรอี
4. ใช้ a/an เมื่อกล่าวถึงสิ่งหนึ่งๆ เป็นครั้งแรก แต่ถ้าเอ่ยถึงสิ่งเดียวกันซ้ำอีก ให้ใช้ the เพราะมีการชี้เฉพาะเกิดขึ้นแล้ว
ตัวอย่าง
My friends live in a very beautiful house. But the house has only a small kitchen.
เพื่อนของผมอาศัยอยู่ในบ้านที่สวยงามมากหลังหนึ่งแต่บ้านหลังนั้นมีครัว ขนาดเล็กเพียงห้องเดียว
Once we had a dog. But the dog was killed by a thief.
ครั้งหนึ่งพวกเรามีสุนัขอยู่ตัวหนึ่ง แต่สุนัขตัวนั้นได้ถูกขโมยฆ่าตายแล้ว
5. ใช้ a/an เมื่อกล่าวถึงความเร็ว (speed) ราคา (price) จำนวน (number) และสัดส่วน (ratio) เช่น
a half    a million         a day        an hour
a dozen     a couple         a kilometre     a month
ตัวอย่าง
The car was going forty kilometres an hour.
รถยนต์แล่นด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Eggs cost twenty baht a dozen.
ไข่ราคา 20 บาทต่อ 1 โหล
The temperature is taken twice a day.
อุณหภูมิถูกวัดวันละ 2 ครั้ง
He ate an apple a day.
เขารับประทานแอปเปิลวันละผล
6. ใช้ a/an เมื่อบรรยายถึงสิ่งหนึ่งๆ ที่เป็นตัวแทนของสิ่งชนิดเดียวกัน เช่น
a dictionary     a teacher         a language     a marriage
a lawyer         a man        a woman         an animal
ตัวaย่าง
“What is a dictionary ?”
พจนานุกรมคืออะไร
“A dictionary is a book which tells us about the meanings of words.”
พจนานุกรมคือหนังสือที่บอกความหมายของคำ
There are many ways of learning a language.
มีหลายวิธีในการเรียนรู้ภาษา
A teacher earns less than a lawyer.
ครูมีรายได้น้อยกว่าทนายความ
If a man and a woman are in love, they will have a happy marriage.
ถ้าชายกับหญิงรักกัน พวกเขาก็จะมีชีวิตสมรสอย่างมีสุข
7. ใช้ a สำหรับวลีที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บบางประเภท เช่น
to have a headache
to have a cold
to have a pain
to have a cough
to have a fever
ยกเว้นลักษณะอาการของโรคภัยไข้เจ็บต่อไปนี้ ไม่ใช้ a/an ได้แก่
to have toothache
to have earache
to have influenza
to have rheumatism
The A-Z GRAMMAR REFERENCE
ตัวอย่าง
She had a cold yesterday.
หล่อนเป็นหวัดเมื่อวานนี้
Helen has a fever.
เฮเลนเป็นไข้
After an accident, he had a pain in his chest.
หลังจากอุบัติเหตุ เขามีอาการเจ็บที่หน้าอก
John has influenza.
จอห์นเป็นโรคไข้หวัดใหญ่
8. ใช้ a หน้า Mr/Miss/Mrs/Ms + surname (นามสกุล) เพื่อแสดงว่าผู้พูดไม่รู้จักมักคุ้นกับบุคคลผู้นั้นเป็นอย่างดีมาก่อน
ตัวอย่าง
A MrJohn has called to see you.
มีขายผู้หนึ่งชื่อจอห์นโทรศัพท์มาขอพบคุณ
A Mrs.Allen will come to see you tomorrow.
มีหญิงผู้หนึ่งชื่อนางแอลเลนจะมาพบคุณในวันพรุ่งนี้
A Ms.Julia came to see you a moment ago.
มีหญิงผู้หนึ่งข้อจูเลียมาหาคุณเมื่อครู่นี้
9. ใช้  a หลังคำว่า such, what
ตัวอย่าง
He has such a bad headache that he has to go to bed.
เขาปวดมากจนต้องไปนอน
She is such a kind person.
หล่อนเป็นคนใจดีมาก
What a noise!
เสียงดังมากจริงๆ
10. ให้ a หลังคำต่อไปนี้คือ not, many, quite, rather
ตัวอย่าง
We had rather a busy day.
วันนี้พวกเราค่อนข้างยุ่ง
Not a man volunteered to do the job.
ไม่มีสักคนที่อาสาทำงานนั้น
Many a man died in that battle.
มีคนจำนวนมากตายในสนามรบแห่งนั้น
There was quite a large crowd in the street.
มีฝูงชนมากมายในถนน
11. ใช้ a หน้าคำแสดงจำนวน (quantity words) และคำวิเศษณ์ แสดงระดับ (adverbs of degree) เช่น
a bit (of)        a (great)         deal (of)         a few (of)
a (good) many a little (of)        a (large) number of
a lot (of)        quite a few (of)
ตัวอย่าง
Would you please give me a few examples?
คุณกรุณายกตัวอย่างสัก 2-3 ตัวอย่างได้ไหม
A lot of parents attended the meeting.
มีผู้ปกครองจำนวนมากเข้าประชุม
Give me a little sugar, please.
ขอน้ำตาลหน่อยครับ
12. ใช้ a หลัง so/too + คุณศัพท์ + นามนับได้เอกพจน์
ตัวอย่าง
She is too sensible a girl to do a thing like that.
หล่อนเป็นหญิงที่มีความรู้สึกไวมากเกินไปที่จะกระทำสิ่งนั้น
Helen is so sensible a girl that she can not do a thing like that.
เฮเลนเป็นหญิงที่มีความรู้สึกไวมากจนไม่สามารททำสิ่งนั้นได้
13. ใช้ a หน้าคำนามแสดงชนิด หน่วย หรือ ชิ้นส่วน ได้แก่ piece, cup, box, kind, type, sort เช่น
a piece of cake     a cup of tea     a type of cup
a sort of person     a kind of tent     a box of toothpaste
ตัวอย่าง
He lived in a kind of tent.
เขาอาศัยอยู่ในเต้นท์ที่พัก
A Jaguar is a type of car.
จากัวร์เป็นรถยนต์ประเภทหนึ่ง
Give me a cup of tea, please.
เอาน้ำชาให้ผมถ้วยหนึ่งครับ
14. ใช้ a ในสำนวนหลังคำกริยาบางตัวได้แก่
14.1 หลังกริยา make เช่น
make a bid for            ทำการประมูล
make a book            เป็นเจ้ามือ
make a clean breast of it    สารภาพอย่างหมดเปลือก
make a fortune            แสวงหาทรัพย์สมบัติ, แสวงโชค
make a fool of            หลอกลวง, ต้มตุ๋น
make a habit of        ทำอยู่เนืองนิจเป็นนิสัย
make a hit            สร้างความเกรียวกราว
make a hole            ทำให้ทรัพย์สินพร่องลงไป
make a night of it        สนุกกันทั้งคืน
make a noise in the world        แสวงหาชื่อเสียง
make a difference        ทำให้แปลกแตกต่าง
make a point of        ถือเป็นข้อสำคัญ
make a start            เริ่มต้น,ริเริ่ม
make a living            หาเลี้ยงชีพ
make a practice of        ฝึกฝนอยู่เนืองนิจ
14.2 หลังกริยา take เช่น
take a trip    เดินทาง
take a chance        ลองเสี่ยงดู
take a glance    ชำเลืองมอง
take a joke    ทำโกรธเมื่อถูกล้อ
take a break    หยุดพัก
take a leaf out of    เลียนแบบ, เอาอย่าง
take a walk    เดินเที่ยว
take a back seat    เป็นช้างเท้าหลัง
take a deep breath    สูดหายใจลึกยาว
take a holiday    หยุดพักผ่อน
take a large view    มองดูด้วยใจกว้าง
take a photo    ถ่ายภาพ
take a fancy to    ติดใจ, หลงรัก
14.3 หลังกริยาอื่น เช่น
tell a lie    โกหก
do a favor        ช่วยเหลือ
play a trick    เล่นโกง
become a reality    กลายเป็นความจริง
play a joke    เล่นตลก
call a halt        หยุด
14.4 ใช้กับบุพบทวลี (prepositional phrases) ต่อไปนี้ เช่น
in a hurry    โดยรีบเร่ง
as a result  ผลลัพธ์ที่ตามมา
as a matter of fact  อันที่จริง
for a long time    เป็นเวลายาวนาน
15. ใช้ a, an ในกรณีต่อไปนี้
-จำนวนทั้งหมด (whole number) เช่น
a hundred (=100)    a thousand (=1,000) a million (=1,000,000)
-เศษส่วน (fractions) เช่น
a quarter (=1/4)    a third (=1/3)
a half (=1/2)    a fifth (=1/5)
-เงิน (money) เช่น
a pound (=1 ปอนด์) a dollar (=1 ดอลลาร์)
a penny (=1 เพนนี)     a yen (= 1 เยน)
-น้ำหนัก (weight) หรือการวัด (measure) เช่น
a kilo (=1 กิโล)    a pound (=1 ปอนด์)
a foot (=1 ฟุต)    a meter (=1 เมตร)
a yard (=1 หลา) an ounce (= 1 ออนซ์)
หมายเหตุ ในหัวข้อนี้ เราสามารถใช้คำว่า one แทน a หรือ an ก็ได้
16. ใช้ a, an หลังคำ what, such เพื่อแสดงการอุทาน (exclamations เอ็กซฺเคอเมเชิ่นสฺ)
ตัวอย่าง
What a surprise!
ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ
What an interesting story!
ช่างเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ
That child is such a pest!
เด็กคนนั้นซนจริง ๆ
My boss is such an idiot!
เจ้านายของผมโง่เง่าจริงๆ
What a lot of trouble!
โอ้โห่ มีปัญหามากจริง ๆ

ที่มา:ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 3,392 times, 15 visits today)