หลักการใช้ singular and Plural nouns

Singular nouns (ซิงกิวเลอะ นาวสฺ) หมายถึง คำนามรูปเอกพจน์มีเพียงหนึ่ง ซึ่งเป็นได้ทั้งคำนามนับได้ และคำนามนับไม่ได้ มีได้เพียงรูปเดียวนั่นคือเอกพจน์ Plural nouns (พลูเริล นาวสฺ) หมายถึง คำนามรูปพหูพจน์ มีมากกว่าหนึ่ง ซึ่งเป็นได้เฉพาะคำนามนับได้เท่านั้น ลักษณะที่สังเกตเห็นได้ก็คือ มีการเติม -s หรือ – es ท้ายคำนามรูปเอกพจน์นับได้ เช่น

เอกพจน์ (หนึ่ง)            พหูพจน์ (มากกว่าหนึ่ง)
A camera                                  two cameras
(เออะ แคเมอะระ)                      (ทู แคเมอะระสฺ)
a watch                                      three watches
(เออะ ว็อช)                                 (ธรี ว็อทชิส)
การเปลี่ยนคำนามนับได้จากรูปเอกพจน์ไปเป็นรูปพหูพจน์ มีหลักการพอกล่าวสรุปได้ดังนี้

1. เติม -s ท้ายคำนามนับได้รูปเอกพจน์ หรือเติม -es หากคำนามนับได้ รูปเอกพจน์มีตัวสะกดท้ายคำ อาทิ -ch, -sh, -s หรือ -x เช่น
เอกพจน์     พหูพจน์                          เอกพจน์     พหูพจน์
a cup             cups (ถ้วย)                               a kiss               kisses (การจูบ)
a desk           desks (โต๊ะเขียนหนังสือ)     a box               boxes (กล่อง)
a chair          chairs (เก้าอี้)                          a church         churches (โบสถ์)
an ant           ants (มด)                                  a dish              dishes (จาน)

2. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ลงท้ายด้วยอักษรพยัญชนะ (ที่ไม่ใช่อักษร a, e, i, o, u) + y ให้ตัดอักษร y ออก และเติม -ies เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์

แต่ถ้าหากคำนามนับได้รูปเอกพจน์ลงท้ายด้วยอักษรสระ (ได้แก่ a, e, i, o, u) .+ y ให้เติม -s ท้าย y เลย เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ เช่น

เอกพจน์     พหูพจน์                          เอกพจน์     พหูพจน์
a city             cities (เมือง)                    a day            days (วัน)
a family        families (ครอบครัว)      a stay           stays (ช่วงพักผ่อน)

3. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ที่ลงท้าย -f หรือ -fe ให้เอา -f หรือ -fe ออก และเติม -ves เช่น
เอกพจน์     พหูพจน์                        เอกพจน์     พหูพจน์
a loaf             loaves (ก้อนขนมปัง)         a wife            wives (ภรรยา)
a leaf             leaves (ใบไม้)                      a knife          knives (มีด)

4. คำนามนับได้บางคำเป็นได้เฉพาะรูปพหูพจน์โดยลงท้ายด้วย -s หรือ –es ได้แก่
พหูพจน์
trousers (กางเกงขายาว)        shorts (กางเกงขาสั้น)
jeans (กางเกงยีนส์)                  glasses (แว่นตา)
scissors (กรรไกร)                      Pyjamas (เสื้อกางเกงชุดนอน)

5. คำนามนับได้รูปเอกพจน์บางคำ เมื่อเป็นรูปพหูพจน์จะมีรูปเฉพาะ ไม่เป็นไปตามหลักที่กล่าวมาต้องอาศัยการจดจำ ได้แก่
เอกพจน์    พหูพจน์              เอกพจน์    พหูพจน์
a man           men (ผู้ชาย)           a woman      women (ผู้หญิง)
a child          children (เด็ก)      a person       people (ผู้คน)
a tooth         teeth (ฟัน)              a foot            feet (เท้า)
a mousd      mice (หนู)               a sheep         sheep (แกะ)
a fish            fish (ปลา)               a louse          lice (เห็บ, เหา)

6. คำผสม (Compound words) เมื่อจะทำให้เป็นพหูพจน์ ทำได้โดย การเปลี่ยนแปลงคำหลัก เช่น
เอกพจน์        พหูพจน์        ความหมาย
headsman       headsmen        เพชฌฆาต
doorbell          doorbells          กระดิ่งที่ประตูสำหรับเรียกคนภายในบ้าน
bedroom        bedrooms         ห้องนอน
bookcase        bookcases        ตู้หนังสือ
mousetrap     mousetraps      กับดักหนู
stepfather       stepfathers      พ่อเลี้ยง
passer – by     passers – by      ผู้ที่เดินไปมาตามถนน
son-in-law      sons-in-law      บุตรเขย

7. คำที่มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกัน เช่น
เอกพจน์         พหูพจน์            ความหมาย
a sheep              two sheep              แกะ
a deer                 two deer                กวาง
a fish                  a lot of fish            ปลา
a fruit                a basket of fruit   ผลไม้

8. คำนามบางคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ เช่น กรีกและละติน เมื่อเปลี่ยนเป็นพหูพจน์จะไม่เข้ากฎเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้ว เช่น
เอกพจน์             พหูพจน์              ความหมาย
agendum                 agenda                    ระเบียบวาระการประชุม
erratum                   errata                     ข้อผิด, คำผิด
memorandum       memoranda         บันทืก
phenomenon         phenomena         ปรากฏการณ์
radius                       radii                        รัศมี
terminus                 termini                  จบ
crisis                         crises                      วิกฤตการณ์
basis                          bases                      หลักเกณฑ์สำคัญ
axis                            axes                        แกนกลาง
oasis                          oases                     พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไนทะเลทราย
appendix                 appendices          ภาคผนวกของหนังสือ
index                        indexes/indices    (1) indexes = สารบาญ
(2) indices = ดัชนี
genius                      geniuses/genii       (1) geniuses = อัจฉริยบุคคล
(2) genii = ภูตผี, ปีศาจ
medium                  media                     เครื่องมือ

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 8,135 times, 19 visits today)