หลักการใช้ Present perfect ในภาษาอังกฤษ

Present perfect (เพรเซ่นทฺ เพอเฟ็กทฺ) หมายถึง “ปัจจุบันกาลสมบูรณ์” เป็นรูปของกริยาที่บ่งบอกเกี่ยวกับอดีตและปัจจุบัน ประกอบด้วยรูปกริยาดังนี้ คือ have/has + past participle/main verb3

รูปของ Present perfect
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป บอกเล่า” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + have/has + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย กริยาช่วย have ใช้เมื่อภาคประธานของประโยคเป็น (im)personal pronoun คือ They, We, You หรือเป็น plural noun เช่น People, Kate and Bill, Nurses, The planes ฯลฯ

กริยาช่วย has ใช้เมื่อภาคประธานของประโยคเป็น (im)personal pronoun คือ He, She, It หรือเป็น singular noun เช่น Kate, The plane, A nurse, A cat ฯลฯ
กริยาแท้ช่อง 3 มีอยู่สองแบบ คือ

ก. กริยาแท้ปกติ หรือภาษาอังกฤษเรียก regular verbs (เรกิวเลอะ เวิบสฺ) คำกริยาแท้ประเภทนี้เมื่อจะเปลี่ยนให้เป็นช่องที่ 3 กระทำได้โดยเติม -ed ข้างท้าย (หากคำกริยาแท้ปกติลงท้ายด้วย e อยู่แล้วก็เพียงแต่เติม d ต่อไปข้างท้าย) เช่น
work – worked        play – played
walk – walked          clean – cleaned

ข. กริยาแท้อปกติ หรือภาษาอังกฤษเรียก irregular verbs (อิเรกิวเลอะ เวิบสฺ) คำกริยาแท้ประเภทนี้ต้องอาศัยการจดจำ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงต่างไปจากคำกริยาแท้ปกติเมื่อเป็นช่อง 3 เช่น
get – got                      see – seen
break – broken        shut – shut
ตัวอย่าง
She has worked here since 1992.
เธอได้ทำงานอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 1992
Kate and Sam have lived here for six years.
เคทและแซมได้มาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลา 6 ปีแล้ว

(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + have not/has not + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย รูปย่อของ have not = haven’t, has not = hasn’t
ตัวอย่าง
She hasn’t worked here since 1992.
เธอไม่ได้ทำงานที่นี่มาตั้งแต่ปี 1992
Kate and Sam haven’t lived here for six years.
เคทและแซมไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว

(3)  Yes-No question (เยส โน เควสเชิ่น) หรือในภาษาไทยคือ “คำถาม ที่ผู้ตอบจะตอบว่า Yes/No” ประกอบด้วย
Have/Has + ภาคประธาน + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
A : Have you worked at AT&T since 1992?
B : Yes, that’s right.
ก – คุณได้ทำงานอยู่ที่บริษัท AT&T มาตั้งแต่ปี 1992 ใช่ไหม
ข – ใช่ ถูกแล้วครับ
A : Has Sam got divorced for two years ?
B : No. One year actually.
ก – แซมหย่ากับภรรยามาได้สองปีแล้วใช่ไหม
ข-ไม่ จริงๆ แล้วหย่ากันได้ 1 ปี

(4) Wh-word question (ดับเบิลยู เอช เวิด เควสเชิ่น) หรือในภาษา ไทยคือ “คำถามที่ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words ได้แก่ What, When. Where, Why, How long …. ฯลฯ” ประกอบด้วย
Wh-word + have/has + ภาคประธาน + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรม หรือส่วนขยาย
ยกเว้น “Who” ซึ่งแบ่งได้ 2 โครงสร้างคือ
Who + have/has + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
เมื่อคำตอบเป็นภาคประธานของประโยค และ
Who + have/has + ภาคประธาน + กริยาแท้ช่อง 3 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
เมื่อคำตอบเป็นภาคกรรมของประโยค
ตัวอย่าง
A : How long have you lived here ?
B : 10 years.
ก – คุณได้อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าไรแล้ว
ข – 10 ปี
John has married Mary for five years.
A : Who has married Mary for five years ?
B : John. (คำตอบจากภาคประธาน)
A : Who has John married for five years ?
B : Mary. (คำตอบจากภาคกรรม)

การใช้ Present perfect
1. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ได้เกิดขึ้นมาในอดีต แต่ยังมีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์นั้นไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเกิดขึ้นมาเมื่อไรในอดีต
ตัวอย่าง
Manager:    Why isn’t John at work?
Jackson :    He’s had a bad accident.
ผู้จัดการ –    ทำไมจอห์นไม่มาทำงาน
แจ็คสัน –      เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง (ตอนนี้ก็ยังแลเห็นผลจากอุบัติเหตุ)
Sam gets angry because someone has broken the window.
แซมโมโหเพราะว่ามีคนทำหน้าต่างแตก (ตอนนี้ก็ยังแลเห็นร่องรอยของ การแตกอยู่)

2. ใช้แสดงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมาในอดีตและเหตุการณ์นั้นยังคงดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยปกติมักจะมีคำว่า for หรือ since ชี้แสดงอยู่
ตัวอย่าง
A : How long have you been here ?
B : I’ve been here for an hour.
ก – คุณอยู่ที่นี่มานานเท่าไรแล้ว
ข – ผมอยู่ที่นี่มานานหนึ่งชั่วโมงแล้ว (ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่นี่)
A : Do you know that man ?
B : Yes. We’ve known each other since we were children.
ก – คุณรู้จักผู้ชายคนนั้นไหม
ข – รู้จัก เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว

3. ใช้กับการกระทำที่ทำซํ้าหลายครั้ง มักมีคำที่แสดงจำนวนครั้งของการกระทำกิจกรรมนั้นๆ บ่งชี้ในข้อความ เช่น several times, for ages, many times, up to now, so far ฯลฯ
ตัวอย่าง
I have watched him on TV several times.
ผมได้ชมการแสดงของเขาทางโทรทัศน์หลายครั้ง
Up to now we have visited twenty countries.
จนถึงบัดนี้พวกเราได้ไปเที่ยวมา 20 ประเทศแล้ว
She hasn’t shopped in that shop for ages.
เธอไม่ได้ไปจับจ่ายซื้อของในร้านนั้นมานานแล้ว
He has typed six letters so far.
จนบัดนี้เขาพิมพ์จดหมายไปได้แล้วหกฉบับ

4. ใช้กับเหตุการณ์หรือกิจกรรมใดๆ ที่มีคำแสดงเวลาต่อไปนี้ปรากฎ ได้แก่ just (เพิ่งจะ), recently (เมื่อเร็วๆ นี้), already (เรียบร้อยแล้ว), still (ยังคง), yet (หรือยัง, ยัง) ทั้งนี้คำว่า yet จะปรากฎอยู่ตอนท้ายของประโยคคำถาม หรือ ปรากฎอยู่ตอนท้ายของประโยคปฏิเสธ
ตัวอย่าง
I haven’t had any meals yet.
ผมยังไม่ได้รับประทานอาหารเลย
Have you talked to Peter yet
คุณได้คุยกับปีเตอร์แล้วหรือยัง
She has already shown me the figures.
เธอได้เอาตัวเลขมาให้ผมดูแล้ว
Sue has recently become a director.
เมื่อไม่นานมานี้ซูได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ

5. เมื่อมีการกล่าวถึงประสบการณ์ในชีวิต(experiences)จนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้
ตัวอย่าง
Have you ever flown in a balloon ?
คุณเคยบินในบัลลูนหรือไม่ (หมายถึง บินตอนไหนก็ได้ในชีวิตของคุณ)

หมายเหตุ เรามักจะใช้คำว่า ever และ never กับ Present perfect ลองดู ตัวอย่างเพิ่มเติม
Have you ever played badminton?
คุณเคยเล่นแบดมินตันไหม (หมายถึงตอนไหนก็ได้ในชีวิตของคุณ)
I have never ridden a motorbike in my life.
ผมไม่เคยขี่มอเตอร์ไซด์เลยในชีวิต (หมายถึง ไม่มีครั้งใดในชีวิตเลย)

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 600 times, 1 visits today)