หลักการใช้ Future simple “will/shallในภาษาอังกฤษ

Future simple (ฟิวเชอะ ซิมเพิล) หมายถึง “ช่วงเวลาในอนาคต’’ มีรูปกริยาภายในประโยคโดยสรุปคือ will + main verb 1(กริยาหลัก) ดังนี้
รูปของ Future simple
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูปบอกเล่า’’ ประกอบด้วย
ภาคประธาน + will/shall + กริยาแท้ช่อง 1 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย will ใช้ได้กับคำนามและสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นภาคประธานของประโยคได้ทุกประเภท
shall จำกัดให้ใช้ได้เฉพาะเมื่อภาคประธานของประโยคเป็นสรรพนาม I, We เท่านั้น
รูปย่อของ will/shall = ’ll
ตัวอย่าง
I will contact you as soon as I get the information.
ผมจะติดต่อกับคุณทันทีที่ผมได้รับข้อมูล
Be careful! You will hurt yourself.
ระวัง คุณอาจจะทำให้ตัวคุณเองบาดเจ็บ
(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + will/shall not + กริยาแท้ช่อง 1 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย รูปย่อของ will not = won’t/shall not = shan’t
ตัวอย่าง
I won’t contact you until I get the information.
ผมจะไม่ติดต่อกับคุณจนกว่าผมจะได้รับข้อมูล
You won’t hurt yourself if you listen to me.
คุณจะไม่ทำให้ตัวคุณบาดเจ็บถ้าคุณฟังผม
(3) Yes-No question (เยสโน เควสเชิ่น) หรือในภาษาไทยคือ “คำถาม ที่ผู้ตอบจะตอบว่า Yes/No” ประกอบด้วย
Will/Shall + ภาคประธาน + กริยาแท้ช่อง 1 + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
A : I’m afraid he’s busy at the moment. Will you hold the line?
B : Yes. I’ll hold.
ก – ขอไทษค่ะตอนนี้เขากำลังยุ่ง คุณจะถือสายรอไหมคะ
ข – ค่ะจะถือสายรอ
A : Will there be rain tomorrow?
B : I’m not sure.
ก – พรุ่งนี้จะมีฝนไหม
ข – ดิฉันไม่แน่ใจ
(4) Wh-word question (ดับเบิลยู เอช เวิด เควสเชิ่น) หรือในภาษา ไทยคือ “คำถามที่ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words ได้แก่ What, When, Where, Why, How long, … ฯลฯ” ประกอบด้วย
Wh-word + will/shall + ภาคประธาน + กริยาแท้ช่อง 1 + ภาคกรรม
หรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
A : Who will win the football match tomorrow evening?
B : I think Liverpool.
ก – ใครจะชนะการแข่งขันฟุตบอลเย็นพรุ่งนี้
ข – ผมคิดว่าเป็นลิเวอร์พูล
A : When will you finish your work?
B : In around half an hour.
ก – คุณจะทำงานเสร็จเมื่อไร
ข – ในอีกราวครึ่งชั่วโมง
การใช้ Future simple
1. รูปบอกเล่า
เราใซ้ will + main verb1 เพื่อ
1.1 เสนอ (offer อ๊อฟเฟอะ) หรือสัญญา (promise พรอมิส) เกี่ยวกับ อนาคต นั่นคือ เป็นการพูดในสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำ
ตัวอย่าง
A : I’m afraid we may not have enough handouts for the audience.
B : Don’t worry. I will make some more photocopies.
ก – ผมเกรงว่าเราอาจจะมีเอกสารแจกให้ผู้ฟังไม่พอ
ข – ไม่ต้องวิตก ผมจะถ่ายเอกสารเพิ่มเติม
1.2 ทำนาย (predict พริดิกทฺ) สิ่งที่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต มักมีคำว่า probably, certainly
ตัวอย่าง
Sunee went to Bangkok today, and she’ll probably go there tomorrow too.
สุนีย์ได้เดินทางไปกรุงเทพฯ วันนี้ และเธออาจจะไปที่นั่นพรุงนี้ด้วยเช่นกัน
หมายเหตุ ในประโยคบอกเล่าที่มีคำว่า probably (พรอเบ-บลิ) ซึ่งแปลว่า “อาจจะ” เราจะวางคำนี้หลังคำว่า will/shall และหน้ากริยาหลักดังนี้ will/shall + probably + main verb 1
Bob didn’t go to the bank today, and he probably won’t go to the bank tomorrow either.
บ๊อบไม่ได้ไปธนาคารวันนี้และวันพรุ่งนี้เขาอาจจะไม่ไปธนาคารด้วยเช่นกัน
หมายเหตุ ในประโยคปฏิเสธที่มีคำว่า probably เราจะวางคำนี้หน้า won’t ดังนี้ probably + won’t + main verbi นอกจากนี้ใน Future simple ยังมักจะพบคำกริยาหรือคำพูดบางอย่างแสดงก่อนที่จะใช้รูปกริยาใน Future simple ได้แก่ think, expect, believe, be sure, be afraid
ตัวอย่าง
Tomorrow will be another cold day in all parts of the country.
พรุ่งนี้จะเป็นวันที่หนาวเย็นอีกวันหนึ่งในทั่วทุกภาคของประเทศ
1.3 เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ (formal announcements ฟอมัล แอนเน้าเม้นสฺ) เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต
ตัวอย่าง
There will be a meeting of all office staff at two o’clock tomorrow.
จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่สำนักงานเวลาบ่ายสองโมงพรุ่งนี้
1.4 แสดงการตัดสินใจฉับพลันทันที (make an instant decision เมค แอน อินสแท็นทฺ ดิซิเชิ่น) ในช่วงขณะนั้น
ตัวอย่าง
A : What would you like?
B : I’ll have an orange juice.
ก – คุณจะดื่มอะไร
ข – เอาน้ำส้มคั้นค่ะ
หมายเหตุ สำหรับประธานของประโยคที่เป็น I และ We สามารถใช้ shall แทน will ก็ได้โดยให้ความหมายแบบเดียวกัน แต่ shall จะมีความเป็น ทางการน้อยกว่า (less formal เลส ฟอมัล) will
2. รูปคำถาม
เราใช้ Will + subject + main verb1 เพื่อ
2.1 ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต
ตัวอย่าง
A : Will it rain tomorrow?
B : I think it won’t. There are no clouds in the sky.
ก – ฝนจะตกไหมพรุ่งนี้
ข – ผมคิดว่าจะไม่ตก ไม่มีเมฆในท้องฟ้าเลย
A : Will they begin the meeting at two o’clock?
B : I think they will.
ก – พวกเขาจะเริ่มประชุมเวลาบ่าย 2 โมงหรือเปล่า
ข – ผมคิดว่าคงจะเริ่ม
2.2 เสนอตัวช่วย (offers อ็อฟเฟอะสฺ)
ตัวอย่าง
A : I’ll peel the potatoes.
B : Thank you.
ก – ดิฉันจะปอกมันฝรั่ง
ข – ขอบคุณ
2.3 แสดงการเชื้อเชิญ (express an invitation เอ็กเพรส แอน อินวิเทเชิ่น)
ตัวอย่าง
A : Will you come for lunch?
B : Yes, thank you.
ก – มารับประทานอาหารกลางวันด้วยกันไหมคะ
ข – มาค่ะ ขอบคุณ
2.4 แสดงการตัดสินใจ (decision ดิซิเชิ่น) ว่าจะทำบางสิ่งบางอย่างและยื่นมือช่วยเหลือ (offer help อ็อฟเฟอะ เฮ้ลพฺ)
ตัวอย่าง
Waiter : Would you like something to drink?
Customer : Oh, thank you. I’ll have some orange juice.
บริกร – จะดื่มอะไรไหมครับ
ลูกค้า – ขอบคุณค่ะ ดิฉันขอนํ้าส้มคั้นค่ะ
A : There’s someone at the door.
B : I’ll see who it is.
ก – มีคนอยู่ที่ประตู
ข – ผมจะไปดูว่าเป็นใคร
3. รูปคำถามของ shall
shall มักจะถูกนำมาใช้ในคำถามที่มีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
3.1 ถามเพื่อขอคำแนะนำ (ask for advice อาซ ฟอ แอ็ดไวซฺ)
ตัวอย่าง
A : What shall we buy next?
B : Some butter.
ก – เราจะซื้ออะไรอีก
ข – ซื้อเนย
3.2 เสนอว่าจะทำให้ (make offers เมค อ็อฟเฟอะสฺ)
ตัวอย่าง
A : Shall I open the door?
B : Yes, please.
ก – ผมจะเปิดประตูให้เอาไหม
ข – ครับ
3.3 ให้คำเสนอแนะ (make suggestions เมค ซักเจสเชิ่นสฺ)
ตัวอย่าง
A : Shall we meet here at six o’clock?
B : That’s okay.
ก – เราพบกันที่นี่เวลา 6 โมงดีไหม
ข – ตกลง
3.4 เสนอตัวเพื่อช่วยเหลือ (offer some help อ็อฟเฟอะ ซัม เฮ้ลพฺ)
ตัวอย่าง
A : Shall I get your coat for you?
B : Oh, thank you.
ก – ดิฉันไปเอาเสื้อคลุมมาให้คุณนะคะ
ข – ขอบคุณครับ
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 3,907 times, 1 visits today)