หลักการใช้ ADJECTIVES และ VERB+ADJECTIVE

ADJECTIVES
adjective ออกเสียง แอ็ดจิกทิฟวฺ
*adjective คือ คำคุณศัพท์ ใช้เพื่อขยายหรือให้รายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ฯลฯ
หลักการใช้
1. ตำแหน่งของคุณศัพท์
ภายในประโยค คำคุณศัพท์มีตำแหน่งการวางได้ 3 จุดคือ
(1) คุณศัพท์ขยายนาม ในกรณีนี้คำคุณศัพท์วางไว้หน้าคำนาม แสดงว่าเป็นคำขยายคำนามนั่นเอง เช่น
adjective            noun
a young            reporter
an old            professor
the funniest        game
this narrow        canal
his fierce            dog
คุณศัพท์ขยายคำนามอาจจะมีมากกว่า 1 คำก็ได้ เช่น
Adjectives        noun
a thin young         reporter
a handsome old     professor
this very narrow     canal
ตัวอย่าง
“What happened to you last night ?”
เกิดอะไรขึ้นกับคุณเมื่อคืน
“I was bitten by a fierce dog.”
นมถูกสุนัขที่ดุร้ายกัด
“Whom did you talk to yesterday ?”
คุณคุยกับใครเมื่อวานนี้
“I talked to a thin young reporter.”
ผมคุยกับนักข่าวหนุ่มร่างผอม
2. คุณศัพท์อยู่หลังกริยา BE .ในกรณีนี้หน้าคุณศัพท์จะมี Verb to be เรียกหน้าที่ของคุณศัพท์แบบนี้ได้ว่า complement ซึ่งเป็นการบรรยายลักษณะของประธานของประโยค
ตัวอย่าง
“What’s your sister like?”
น้องสาวของคุณมีรูปร่างลักษณะอน่างไร
“She’s tall and slim.”
หล่อนรูปร่างสูงและเอวบางร่างน้อย
“Is she beautiful?”
หล่อนสวยหรือเปล่า
“No, but she’s clever.”
ไม่ แต่หล่อนฉลาด
“Is she married?”
หล่อนแต่งงานแล้วยัง
“No, she’s single.”
ยัง หล่อนเป็นโสด
3. คุณศัพท์อยู่หลัง LINKING VERBS ได้แก่ become, look, seem, feel, appear, stay, get (=become), sound, taste, remain
ตัวอย่าง
Our friends seem ready to help.
เพื่อนของเราดูเหมือนว่าพร้อมจะให้การช่วยเหลือ
The weather will stay fine for a few days.
อากาศจะยังคงแจ่มใสต่อไปอีก 2 – 3 วัน
He looks unhappy whenever he has to study.
เขาดูไม่มีความสุขเมื่อใดก็ตามที่เขาต้องเรียน
Bread is becoming expensive in this town.
ขนมปังกำลังมีราคาแพงขึ้นในเมืองนี้
This mango tastes sour.
มะม่วงผลนี้รสชาติเปรี้ยว
He still remains popular.
เขายังคงเป็นที่รู้จักของผู้คน
2. ตำแหน่งอื่นของคำคุณศัพท์
นอกจากตำแหน่งตามปกติของคำคุณศัพท์ตามที่กล่าวมาในข้อ 1 แล้ว ยังมีบางกรณีที่คำคุณศัพท์วางในตำแหน่งที่ต่างไปจากกฎเกณฑ์ข้างบนคือ
1. คุณศัพท์อยู่ท้าย the
ลักษณะนี้พบได้ไนคำคุณศัพท์ที่ใช้เพื่อหมายถืงระดับขึ้นของคน (a class of people) เช่น
the young         คนหนุ่มสาว
the rich        คนร่ำรวย
the old        คนชรา
the employed     คนที่ได้รับการว่าจ้าง
the unemployed     คนที่ไม่ได้รับการว่าจ้าง, คนว่างงาน
the privileged     คนที่ได้สิทธิพิเศษ
the poor        คนยากจน
the blind        คนตาบอด
the dumb        คนใบ้
the Japanese     คนญี่ปุ่น
the English     คนอังกฤษ
ตัวอย่าง
The rich should help the poor.
คนรวยควรจะช่วยเหลือคนจน
The young should look after the old.
คนหนุ่มสาวควรจะดูแลคนชรา
The employed are happier than the unemployed.
คนที่ได้รับการว่าจ้างมีความสุขกว่าคนที่ไม่ได้รับการว่าจ้าง
The English have a lot to learn from the Japanese.
คนอังกฤษต้องเรียนรู้อีกมากจากคนญี่ปุ่น
2. คุณศัพท์อยู่ท้ายกรรมของประโยค
คุณศัพท์ที่ใช้ในกรณีนี้จะอยู่ท้ายกรรม (object) ของประโยค เรียกว่า object complement คำกริยาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ข้อนี้ด้แก่ get, keep, make, find, paint, set, turn, wish, like
ตัวอย่าง
I like my coffee black.
ผมซอบกาแฟดำ
Don’t get your clothes dirty.
อย่าทำให้เสื้อผ้าของคุณสกปรก
My sister keeps her room tidy.
น้องสาวรักษาห้องของเธอเป็นระเบียบเรียบร้อย
They set the prisoners free.
พวกเขาปลดปล่อยนักโทษเป็นอิสระ
The cold weather turned the leaves red.
อากาศหนาวทำให้ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง
He wished himself dead.
เขาอยากตาย
We painted the door white.
พวกเราทาสีประตูเป็นสีขาว
I found the box empty.
ผมพบกล่องว่างเปล่า
3. คุณศัพท์อยู่ท้ายนามหรือสรรพนามที่มันขยาย
สรรพนาม (pronouns) ที่ใช้ในกรณีนี้ได้จะต้องเป็น indefinite pronouns นั่นคือ สรรพนามที่ลงท้ายด้วย -body, -one, -thing
ตัวอย่าง
The chairman asked the people present at the meeting to express their views.
= The chairman asked the people who were present at the meeting to express their views.
ประธานได้ขอร้องให้ผู้เข้าประชุมแสดงความคิดเห็น
The boys involved in the fight were sent away to another
school.
=The boys who were involved in the fight were sent away to another school.
เด็กนักเรียนชายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตีกันถูกส่งไปเรียนโรงเรียนอื่น Mary hopes to marry someone rich.
=Mary hopes to marry someone who is rich.
แมรี่หวังที่จะแต่งงานกับคนที่ร่ำรวย
Did you buy anything nice at the store?
=Did you buy anything which is nice at the store?
คุณซื้อสิ่งสวยๆ งามๆ ที่ร้านบ้างหรือเปล่า
3. ลำดับของคุณศัพท์
ท่านผู้อ่านอาจจะถามว่า ถ้าหากมีคุณศัพท์ที่ให้ข้อมูลต่างๆ นานาหลายคำ จะเรียงลำดับคุณศัพท์เหล่านี้ไว้หน้าคำนามอย่างไรจึงจะถูกต้อง อาทิ
คุณศัพท์บอก
ทัศนะความเห็น (opinion) เช่น beautiful, ugly
ขนาด (size)    เช่น big, large, small
รูปร่าง (shape)    เช่น thin, fat, slender
สี (colour)        เช่น black, white, red
อายุ (age)        เช่น old, new, ancient
จุดกำเนิด (origin) เช่น French, Siamese, English
จุดประสงค์ (purpose) เช่น shopping, running, jogging
วัสดุ (material)    เช่น silk, plastic, wooden
คำตอบ คือ ให้เรียงคุณศัพท์เหล่านี้ไว้หน้าคำนามดังนี้
opinion —> size —> age —> shape —> colour—> origin —> material —> purpose —> NOUN
ตัวอย่าง
A tall Thai medical worker went abroad yesterday by Thai Airways.
นักการแพทย์ชาวไทยร่างสูงคนหนึ่งได้เดินทางไปต่างประเทศเมื่อวานนี้ โดยสายการบินไทย
“Do you see my old brown Persian horse ?”
“No, I don’t.”
คุณเห็นม้าพันธุ์เปอร์เซียสีนํ้าตาลตัวแก่ๆ ของผมไหม
ไม่เห็นเลยครับ
Come and see my small brown Japanese car.
มาดูรถยนต์ญี่ปุ่นสีน้ำตาลคันเล็กของผมสิ
4. มีคำคุณศัพท์บางคำ อาทิ asleep, alone, awake, afraid, ill, well คำคุณศัพท์เหล่านี้วางไว้หลังคำกริยา ไม่วางไว้หน้าคำนาม ซึ่งขัดกับการใช้คุณศัพท์ดังกล่าวมาเบื้องต้น คือ Adjective + Noun ฉะนั้นโครงสร้างประโยคที่มีคุณศัพท์ที่เอ่ยมาทั้ง 6 คำนี้ จึงต้องเป็น
VERB + ADJECTIVE
(โครงสร้างนี้บังคับใช้เฉพาะกับคำคุณศัพท์ทั้ง 6 คำในข้อ 4 เท่านั้น)
ตัวอย่าง He is asleep.    เขานอนหลับ
X He is an asleep man.
We are alone.    เราอยู่กันตามลำพัง
X We are alone people.
These animals are alive.    สัตว์เหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่
X They are alive animals.
หากจะนำเอาคำเหล่านี้มาวางไว้หน้าคำนาม (Adjective + Noun) จะต้องเปลี่ยนรูปคำเหล่านี้ใหม่กล่าวคือ ใช้
sleeping         แทน         asleep     living    แทน     alive
frightened     แทน         afraid     sick        แทน     ill
healthy         แทน         well
ตัวอย่าง Do you see that sleeping man?
คุณเห็นผู้ชายคนที่กำลังหลับนั่นไหม
Sick children cannot go to school.
เด็กที่ป่วยไม่สามารถไปโรงเรียนได้
Healthy people are happy.
คนที่สุขภาพดีมีความสุข
Easily frightened animals die young.
สัตว์ที่ขี้กลัวง่ายตายเร็ว
Living animals are fighting for survival.
สัตว์ที่มีชีวิตต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
5. กรณีของหน่วยวัด
ในกรณีของหน่วยวัด (units of measurement) คำคุณศัพท์ผสม (compound adjectives คอมพาวดฺ แอ็ดเจ็กทิฟสฺ) ที่เป็นหน่วยวัดเหล่านี้ มักวางไว้หน้าคำนาม ได้แก่
อายุ (age)     เช่น a three-year-old building (อาคารอายุ 3 ปี)
ปริมาตร (volume) เช่น a two-litre car (รถยนต์จุน้ำมัน 2 ลิตร)
ความยาว (length) เช่น a twelve-inch ruler (ไม้บรรทัดความยาว 12 นิ้ว)
ราคา (price) เช่น a fifty-baht shirt (เสื้อเชิ้ต ราคา 50 บาท)
น้ำหนัก (weight) เช่น a five-kilo bag (ถุงบรรจุ 5 กิโล)
พื้นที่ (area)    เช่น a twenty-rai farm (ฟาร์ม เนื้อที่ 20 ไร่)
ระยะเวลา (duration) เช่น a four-hour meeting (การประชุม ที่ใช้เวลา 4 ชั่วโมง)
ความลึก (depth) เช่น a six-foot hole (หลุมลึก 6 ฟุต)
เวลา (time)    เช่น a five-hour walk
(การเดินที่ใช้เวลา 5 ชั่วโมง)
ระยะทาง (distance) เช่น a twenty-kilometre run (การวิ่งระยะทาง 20 กิโลเมตร)
ตัวอย่าง
She’s a seventyTyear-old woman. (1)
=The woman is seventy years old. (2)
หญิงคนนี้อายุ 70 ปี
It is a twelve-inch ruler.
=The ruler is twelve inches long.
ไม้บรรทัดยาว 12 นิ้ว
6. รูปของคำคุณศัพท์
การสังเกตว่าคำนั้นๆ จะเป็นคำคุณศัพท์หรือไม่ ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังนี้
1. คำคุณศัพท์จำนวนมากสังเกตได้จากส่วนประกอบท้ายคำ (suffixes)
ได้แก่

Suffixes

Adjectives

 

-al

actual

physical

แท้จริง

ทางกายภาพ

Final

special

ท้ายสุด

พิเศษ

-ent

ancient

urgent

โบราณ

ด่วน

frequent

excellent

บ่อย

ดีเลิศ

-ous

famous

various

มีชื่อเสียง

หลายหลาย

serious

conscious

เคร่งเครียด

รู้สึกตัว

-ic

basic

electric

พื้นฐาน

ทางไฟฟ้า

atomic

heroic

ด้านอะตอม

เป็นวีรบุรุษ

-y

angry

hungry

โกรธ

หิว

dirty

funny

 

สกปรก

น่าขัน

-ive

active

attractive

กระฉับกระเฉง

มีเสน่ห์

expensive

sensitive

แพง

รู้สึกไว

-ed

excited

related

ตื่นเต้น

เกี่ยวพัน

limited

confused

จำกัด

สับสน

-ble

possible

sensible

เป็นไปได้

มีเหตุผล

probable

enjoyable

อาจเป็นได้

น่าสนุก

-ful

beautiful

skillful

สวย

ชำนาญการ

careful

faithful

ระมัดระวัง

ซื่อสัตย์

-an

American

Russian

เป็นอเมริกัน

เป็นรัสเซีย

human

German

เป็นมนุษย์

เป็นเยอรมัน

-ing

amusing

surprising

น่าขบขัน

น่าประหลาดใจ

willing

disappointing

เต็มอกเต็มใจ

น่าผิดหวัง

-less

careless

harmless

ประมาท

ไม่มีอันตราย

childless

senseless

ไม่มีบุตร

สมองทึบ

-ar

popular

familiar

เป็นที่นิยมรักใคร่

คุ้นเคย

regular

particular

สม่ำเสมอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

-like

childlike

ladylike

เหมือนเด็ก

อย่างสุภาพสตรี

womanlike

flowerlike

เหมือนผู้หญิง

เหมือนดอกไม้

-ish

childish

sheepish

ราวกับเด็ก

ขี้อาย

foolish

snobbish

โง่

วางโอ่ยะโส

(2) คำคุณศัพท์บางคำไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ (1) โดยมากมักเป็นคำพยางค์เดียว ได้แก่
large      ใหญ่
small  เล็ก
old  ชรา
young  หนุ่มสาว
old    เก่า
new    ใหม่
long    ยาว
short    สั้น
hard    แข็ง
soft    อ่อน
rich    รวย
poor    จน
hot    ร้อน
cold    หนาว
black  สีดำ
white  สีขาว
good  ดี
bad    เลว
(3) คำนามที่เติมส่วนประกอบท้ายคำด้วย -ly ถือว่าเป็นคำคุณศัพท์ ได้แก่
นาม               คุณศัพท์
brother        brotherly    เป็นพี่น้อง
court             courtly    ประจบประแจงเอาใจ
earth             earthly    แห่งโลก
coward         cowardly    อย่างขลาดเขลา
father            fatherly    อย่างบิดา
friend            friendly    อย่างมิตร
heaven         heavenly    จากฟากฟ้า, จากสวรรค์
king               kingly    อย่างราชา
man              manly    อย่างลูกผู้ชาย
master         masterly    อย่างหลักแหลม
mother        motherly    อย่างมารดา
neighbor     neighborly    อย่างเพื่อนบ้าน
saint             saintly    ใจเมตตาแบบนักบุญ
scholar        scholarly    อย่างรอบรู้
woman        womanly    เหมือนผู้หญิง
world           worldly    แห่งโลก
knight          knightly    แบบขุนนางหรืออัศวิน
leisure         leisurely    อย่างสบายๆ
prince         princely    ราวกับเจ้านาย
queen         queenly    ราวกับราชินี
(4) คำต่อไปนี้ทำหน้าที่ได้ทั้งคำคุณศัพท์และคำวิเศษณ์ ได้แก่
fast เร็ว (adj.) อย่างเร็ว (adv.)
half ครึ่ง (adj., adv.)
hard ยาก, แข็ง, หนัก, ขยัน (adj.) อย่างหนัก (adv.)
late สาย (adj, adv.)
straight ตรง (adj., adv.)
ตัวอย่าง
(คำเน้นตัวหน้าเป็น adjective ส่วนตัวหลังเป็น adverb)
The plane made a fast trip because it went fast.
เครื่องบินเดินทางได้เร็วเพราะมันบินอย่างเร็ว
You get only half credit for a half-finished test.
คุณได้คะแนนเพียงครึ่งหนึ่งสำหรับการสอบที่สำเร็จเพียงครึ่งเดียว
A hard worker works hard.
คนงานที่ขยันทำงานอย่างหนัก
A late student arrives late.
นักเรียนที่มาเรียนสายก็มาถึงสาย
A straight path goes straight to its end.
เส้นทางตรงพุ่งตรงไปยังปลายทาง
หมายเหตุ คำว่า hardly และ lately เป็นคำวิเศษณ์ มีความหมายต่างไปจาก hard และ late ที่ยกมาข้างต้น กล่าวคือ hardly = แทบจะไม่, lately = เมื่อเร็วๆ นี้
ตัวอย่าง
If you study hard, you will learn.
But if you hardly study, you will not learn.
ถ้าคุณขยันเรียน คุณก็จะเรียนรู้
แต่ถ้าคุณไม่ยอมเรียน คุณก็จะไม่เรียนรู้
Laura often comes to class late.
She has moved here lately.
ลอร่ามาเข้าชั้นเรียนสาย
หล่อนได้ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อเร็วๆ นี้
(5) คำว่า near เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ และคำวิเศษณ์ และยังเป็นคำบุพบทด้วย แปลว่า “ใกล้” ส่วน nearly เป็นคำวิเศษณ์ แปลว่า “เกือบจะ” (almost)
ตัวอย่าง
John is a near neighbor of mine. He lives near me.
จอห์นเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงของผม เขาพักอาศัยอยู่ใกล้ผม
Mr.Brown nearly died of pneumonia.
นายบราวน์เกือบจะตายด้วยโรคปอดบวม
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 24,524 times, 27 visits today)