หลักการใช้คำ ADVERBS อย่างละเอียด

adverb คือคำวิเศษณ์ เป็นคำขยาย (modifier) ประเภทหนึ่ง

*adverb ทำหน้าที่ขยายหรือให้รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมกับคำประเภทต่างๆ ดังนี้
1. ขยายคำกริยา (verb)
Send us the goods immediately.
จงส่งสินค้าให้เราโดยทันที
She cried like a child.
เธอร้องไห้เหมือนเด็ก
She came to work here.
เธอมาทำงานที่นี่
2. ขยายคำคุณศัพท์ (adjective)
My father is very tall.
คุณพ่อของผมตัวสูงมาก
That house is too big to rent.
บ้านหลังนั้นใหญ่เกินไปที่จะเช่า
That fruit is always sour.
ผลไม้นั้นมีรสเปรี้ยว
3. ขยายวิเศษณ์ (adverb)
He walks very fast.
เขาเดินเร็วมาก
They studied English quite hard.
พวกเขาเรียนภาษาอังกฤษค่อนข้างหนัก
We met her quite frequently.
พวกเราพบเธอค่อนข้างบ่อย
นอกเหนือจาก adverbs จะมีหน้าที่ดังกล่าวมาข้างต้นแล้ว คำประเภทนี้ส่วนใหญ่ยังมีลักษณะพิเศษบางอย่างที่เป็นข้อสังเกตถึงความแตกต่างไปจากคำประเภทอื่น นั่นคือ ส่วนใหญ่ adverbs จะเกิดจากการเติม -ly ท้ายคำคุณศัพท์ (ซึ่งมิได้เป็นเช่นนี้ทุกคำไป) ดังนี้
รูปของคำวิเศษณ์
1. Adjective + ly → Adverb
adverb ส่วนใหญ่เกิดจาก adjective เติม -ly ท้ายคำ ฉะนั้นบางคนจึงมักจะเรียกว่า the -ly adverbs หรือ adverbs of manner (กริยาวิเศษณ์ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะอาการ) โดยมากจะให้ความหมายว่า “อย่าง…” เช่น beautiful (adj) = สวยงาม, ไพเราะ beautifully (adv) = อย่างสวยงาม, อย่างไพเราะ เช่น

Adjectives     

Adverbs

Adjectives     

Adverbs

slow (ช้า)

slowly

quick (เร็ว)

quickly

soft (นุ่มนวล)

softly

pretty (สวยงาม)

prettily

gradual (ค่อยเป็นค่อยไป)

gradually

complete (สมบูรณ์)

completely

sudden (ทันใด)

suddenly

proud (ภาคภูมิใจ)

proudly

easy (ง่าย)

easily

loud (เสียงดัง)

loudly

effective (มีประสิทธิภาพ)

effectively

frequent (บ่อยครั้ง)

frequently

recent (เร็วๆ นี้)

recently

bad (เลว, แย่)

badly

angry (โกรธ)

angrily

slight (เล็กน้อย)

slightly

real (แท้จริง)

really

careful (ระมัดระวัง)

carefully

ตัวอย่าง
He is an effective worker, (effective > ADJECTIVE)
เขาเป็นคนงานที่มีประสิทธิภาพ
He always works effectively, (effectively > ADVERB)
เขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเสมอ
The children made a loud noise, (loud > ADJECTIVE)
เด็กๆ ส่งเสียงดัง
The children shouted loudly, (loudly > ADVERB)
เด็กๆ ร้องตะโกนเสียงดัง
ทบทวนความจำ Adjectives : ขยายคำนาม หรือวางหลัง linking verbs
Adverbs : ขยายคำกริยา ขยายคำคุณศัพท์หรือขยายคำกริยาวิเศษณ์
แต่ก็มีคำภาษาอังกฤษบางคำที่แม้ว่าจะลงท้ายด้วย -ly ก็มิใช่ adverbs แต่กลับเป็น adjectives ข้อสังเกตของคำประเภทนี้คือส่วนใหญ่เกิดจากคำนาม ทั้งนี้ บางทีความหมายอาจจะต่างไปจากเมื่อเป็นคำนามค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่เสมอไป เช่น

Nouns

Adjectives

Nouns

Adjectives

time (เวลา)

timely (เหมาะเจาะ)

month (เดือน)

monthly (รายเดือน)

friend (มิตร)

friendly (เป็นมิตร)

kind (ใจดี)

kindly (มีเมตตา)

man (ชาย)

manly (เป็นอย่างชาย)

life (ชีวิต)

lively (มีชีวิตชีวา)

cost (ราคา)

costly (แพง)

week (สัปดาห์)

weekly (รายสัปดาห์)

year (ปี)

yearly (รายปี)

day (วัน)

daily (รายวัน)

love (ความรัก)

lovely (น่ารัก)

lone (ตัวคนเดียว)

lonely (ว้าเหว่)

 

2. Adverbs & Adjectives ะ the same form
มีคำภาษาอังกฤษบางคำที่มีรูปเดียวกันทั้งกรณที่เป็น adverbs และ adjectives สำหรับความหมายของคำนั้นๆ ก็มิได้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น adjectives หรือ adverbs ได้แก่
Adverbs/ Adjectives             Adverbs/Adjectives
early (เช้าตรู่, แต่เนิ่นๆ)                    late (สาย, ช้าไป)
straight (ตรง)                                   hard (ยาก, หนัก)
short (สั้น)                                         long (ยาว)
fast (เร็ว)                                             better (ดีกว่า)
far (ไกล)                                            near (ใกล้)
east (ตะวันออก)                               west (ตะวันตก)
north (เหนือ)                                    south (ใต้)
left (ซ้าย)                                           right (ขวา)
just (เพียง, เพิ่งจะ)                           opposite (ตรงข้าม)
pretty (ค่อนข้าง, สวย)                   well (ดี, สบายดี)
backward (adj.)/backwards (adv.) (ถอยหลัง)
forward (adj.)/forwards (adv.) (เดินหน้า)
4. มีคำวิเศษณ์หลายคำที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคำคุณศัพท์เลย ได้แก่

Adverbs                Adverbs
so (มากมาย)            too (เกินไป)
there (ที่นั่น, นั่น)    here (ที่นี่, นี่)
as (เมื่อ)                    quite (ค่อนข้าง)
very (มาก)              now (เดี๋ยวนี้)
ข้อควรจำ บางทีนักเรียนอาจจะเกิดความสับสนกับคำกริยาวิเศษณ์บางคำต่อไปนี้ก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความหมายเมื่อมีรูปต่างกันบ้างเล็กน้อย คือ เติมและไม่เติม -ly ท้ายคำ ได้แก่
Adverbs                 Adverbs
late (สาย, ช้า)            lately (เมื่อเร็วๆ นี้)
hard (ยาก, หนัก)       hardly (แทบจะไม่)
last (ท้ายสุด)             lastly (ลำดับสุดท้าย)
high (สูง)                    highly (ให้เกิยรติอย่างสูง)
just (เพิ่งจะ)                justly (อย่างยุติธรรม)
near (ใกล้)            nearly (เกือบจะ)
และต้องระวัง คำว่า fastly * ในภาษาอังกฤษไม่มี อย่าเผลอพูดหรือเขียนโดยเด็ดขาด
ตัวอย่าง
He is a fast runner, (fast > ADJECTIVE)
เขาเป็นนักวิ่งเร็ว
He runs fast, (fast > ADVERB)
เขาวิ่งเร็ว
He enjoys a hard job. (hard > ADJECTIVE)
เขาชอบงานหนัก
He works hard, (hard > ADVERB)
เขาทำงานอย่างหนัก
I’ll catch the early train, (early > ADJECTIVE)
ผมจะขึ้นรถไฟเที่ยวเข้า
I awoke early this morning, (early > ADVERB)
ผมตื่นนอนเช้าตรู่เมื่อเช้านี้
He is a better swimmer than me. (better > ADJECTIVE)
เขาเป็นนักว่ายน้ำที่ดีกว่าผม
He swims better than me. (better > ADVERB)
3. Adjectives ending in –ic + ally → Adverbs
คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -ic     เมื่อต้องการเปลี่ยนให้เป็น adverbs ให้เติม -ally ท้ายคำคุณศัพท์นั้นเช่น
Adjectives                             Adverbs
dramatic (มากมาย)                 dramatically
historic (ทางประวัติศาสตร์)    historically
systematic (เป็นระบบ)            systematically
realistic (เป็นจริง)                     realistically
symbolic (เป็นสัญลักษณ์)      symbolically
ยกเว้น public (สาธารณะ)        publicly
ชนิดของคำวิเศษณ์
1. Adverb of manner
คำวิเศษณ์ชนิดนี้ใช้เพื่อบ่งบอกลักษณะกิริยาอาการของผู้กระทำ เช่น well    ดี, สบายดี
hard    หนัก, ขยัน
fast    อย่างเร็ว
slowly  อย่างช้าๆ
politely อย่างสุภาพ
clearly อย่างชัดเจน
ตัวอย่าง
Our new neighbour greeted us politely.
เพื่อนบ้านคนใหม่ของเรากล่าวต้อนรับเราอย่างสุภาพ
She works very hard.
หล่อนทำงานหนักมาก
Manita dances very gracefully.
มานิต้าเต้นรำอย่างสวยงามมาก
หมายเหตุ คำวิเศษณ์ชนิดนี้สามารถทำการตรวจสอบได้ด้วยการตั้งคำถามด้วย How …? เพื่อให้ได้คำตอบที่แสดงลักษณะกิริยาอาการ
ตัวอย่าง
Our new neighbour greeted us politely.
ถาม How did our new neighbour greet us?
ตอบ Our new neighbour greeted us politely.
Manita dances very gracefully.
ถาม How does Manita dance?
ตอบ Manita dances very gracefully.
2. Adverb of place
คำวิเศษณ์ชนิดนี้ใช้เพื่อบ่งบอกตำแหน่ง หรือสถานที่ที่บุคคล
หรือสิ่งนั้นๆ อยู่ เช่น
above อยู่เหนือขึ้นไป         here    ที่นี่
there ที่นั้น                           upstairs  อยู่ชั้นบน
home ที่บ้าน                        up  อยู่ข้างบน
ตัวอย่าง
I have lived here for 5 years.
ผมอาศัยอยู่ที่นี่ 5 ปีแล้ว
Shall I drive you home?
ให้ผมขับรถพาคุณกลับบ้านดีไหม
We can learn everywhere.
เราสามารถเรียนรู้ได้ทุกหนแห่ง
หมายเหตุ คำวิเศษณ์ชนิดนี้สามารถทำการตรวจสอบได้ด้วยการตั้งคำถามด้วย
Where … ? เพื่อให้ได้คำตอบที่บ่งบอกตำแหน่งหรือสถานที่
ตัวอย่าง
I have lived here for 5 years.
ถาม Where have you lived for 5 years?
ตอบ I have lived here for 5 years.
We can learn everywhere.
ถาม Where can we learn?

ตอบ We can learn everywhere.
3. Adverb of time
คำวิเศษณ์ชนิดนี้ใช้เพื่อบ่งบอกเวลาหรือช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เช่น
now    เดี๋ยวนี้            soon     ในไม่ช้า
yesterday เมื่อวานนี้         recently เมื่อเร็วๆ นี้
afterwards หลังจากนั้น    tomorrow พรุ่งนี้
ตัวอย่าง
We arrived yesterday.
พวกเรามาถึงเมื่อวานนี้
Aree will go to Bangkok tomorrow.
อารีจะไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้
She will come back soon.
เธอจะกลับมาในไม่ช้า
หมายเหตุ คำวิเศษณ์ชนิดนี้สามารถทำการตรวจสอบได้ด้วยการตั้งคำถามด้วย
When …? เพื่อให้ได้คำตอบที่บอกเวลา
ตัวอย่าง
We arrived yesterday.
ถาม When did we arrive?
ตอบ We arrived yesterday.
She will come back soon.
ถาม When will she come back?
ตอบ She will come back soon.
4. Adverb of frequency
คำวิเศษณ์ชนิดนี้ใช้เพื่อบ่งบอกความถี่ของการกระทำนั้นๆ เช่น
always เสมอๆ        never  ไม่เคย
often      บ่อยๆ        generally โดยปกติ
sometimes บางครั้ง     on Sundays ทุกวันอาทิตย์
frequently บ่อยครั้ง     everyday ทุกวัน
ตัวอย่าง
We met her frequently.
พวกเราได้พบเธอบ่อยครั้ง
They often fished in that lake.
พวกเขาได้ตกปลาในทะเลสาบนั้นบ่อยๆ
Occasionally John missed the lessons.
บางครั้งจอห์นก็ไม่ได้เข้าชั้นเรียน
หมายเหตุ คำวิเศษณ์ชนิดนี้สามารถทำการตรวจสอบได้ด้วยการตั้งคำถามด้วย How often… ? เพื่อให้ได้คำตอบที่บอกความถี่
ตัวอย่าง
We met her frequently
ถาม How often did we meet her?
ตอบ We met her frequently.
Occasionally John missed the lessons.
ถาม How often did John miss the lessons?
ตอบ John missed the lessons occasionally.
ตำแหน่งของคำวิเศษณ์
โดยปกติคำวิเศษณ์มีการวางได้ 3 จุดคือ
1. ตำแหน่งกลาง (mid-position)
กรณีนี้คำวิเศษณ์จะวางอยู่หน้าคำกริยาหรือส่วนของกริยา
ตัวอย่าง
He suddenly drove off.
เขาได้ขับรถออกไปทันที
We have never been searched by the customs.
พวกเราไม่เคยถูกด่านศุลกากรตรวจค้นเลย
หมายเหตุ มีคำวิเศษณ์บางชนิดไม่สามารถวางไว้ในตำแหน่งกลาง(mid-position) ดังที่กล่าวมาข้างต้น ได้แก่
1.1 คำวิเศษณ์ที่บ่งบอกสถานที่ (adverb of place) วิเศษณ์ชนิดนี้วางไว้เฉพาะในตำแหน่งท้ายประโยค มีบ้างบางครั้งที่วางอยู่ต้นประโยค
ตัวอย่าง
X She is outside sitting.
She is sitting outside.
หล่อนนั่งอยู่ข้างนอก
X We northwards drove.
We drove northwards.
พวกเราได้ขับรถไปทางเหนือ
1.2 คำวิเศษณ์ที่บ่งบอกเวลา (adverb of time) ที่ระบุเวลาที่จะเกิดเหตุ การณ์นั้นๆ คำวิเศษณ์ชนิดนี้จะวางไว้ในตำแหน่งต้นหรือท้ายประโยคเท่านั้น
ตัวอย่าง
X I yesterday met her.
I met her yesterday.
Yesterday I met her.
ผมได้พบกับเธอเมื่อวานนี้
X We are tomorrow leaving for Belgium.
We are ieaving for Belgium tomorrow.
Tomorrow we are leaving for Belgium.
พวกเราจะออกเดินทางไปเบลเยียมพรุ่งนี้
1.3 คำวิเศษณ์ที่บ่งบอกความถี่ (adverb of frequency) ที่ระบุความที่ ของการกระทำแน่นอน คำวิเศษณ์ชนิดนี้มักจะวางไว้ท้ายประโยค
ตัวอย่าง
X Milk is daily delivered.
Milk is delivered daily.
นมถูกจัดส่งมาทุกวัน
X We monthly have meetings.
We have meetings monthly.
พวกเรามีการประชุมทุกเดือน
ยกเว้น คำวิเศษณ์บอกเวลาหรือความถี่ที่มิได้มีการระบุเวลาหรือความถี่ที่แน่นอน สามารถวางอยู่ตำแหน่งกลาง (mid-position) ได้
ตัวอย่าง
I’ve recently become interested in gardening.
ผมสนใจการทำสวนเมื่อเร็วๆ นี้
We often play bridge on Sunday nights.
พวกเราเล่นไพ่บริดจ์กันบ่อยในทุกคืนวันอาทิตย์
1.4 คำวิเศษณ์ที่บ่งบอกกิริยาอาการว่าดีหรือไม่ดีอย่างไรจะปรากฏท้ายประโยค ไม่ปรากฏในตำแหน่งกลาง
ตัวอย่าง
You’ve well organized that.
You’ve organized that well.
คุณจัดระบบสิ่งนั้นได้ดี
She badly sings.
She sings badly.
หล่อนร้องเพลงไม่ไพเราะเลย
ยกเว้น กรณีที่มีกริยาช่อง 3 (past participle) ในรูปโครงสร้าง passive (be + V3) ก็สามารถวางคำวิเศษณ์ชนิดนี้หน้ากริยาช่อง 3 ได้
ตัวอย่าง
It’s been well designed.
It’s been designed well.
มัน ได้ถูกออกแบบไว้อย่างดี
That wall was badly built.
That wall was built badly.
กำแพงนั้นได้ถูกสว้างไว้ไม่ดี
1.5 คำวิเศษณ์ที่บ่งบอกกิริยาอาการ (adverb of manner) สามารถวางไว้ในตำแหน่งกลาง (mid-position) หรือตำแหน่งท้าย (end-position) ของประโยคได้
ตัวอย่าง
He was happily playing with his toys.
He was playing with his toys happily.
เขากำลังเล่นกับของเล่นของเขาอย่างมีความสุข
2. ตำแหน่งท้าย (end-position)
กรณีนี้คำวิเศษณ์จะวางอยู่ท้ายประโยค
ตัวอย่าง
He drove off suddenly.
เขา ได้ขับรถออก ไปทันที
Andrew arrived late.
แอนดรูมาถึงสาย
หมายเหตุ มีคำวิเศษณ์บางชนิดไม่สามารถวางในตำแหน่งท้ายประโยคดังกล่าวมาข้างต้นได้ ได้แก่
2.1 คำวิเศษณ์อาทิ probably (อาจจะ) certainly (แน่นอน), definitely (แน่นอน) วางได้ในตำแหน่งกลางเท่านั้น
ตัวอย่าง
X They’ve forgotten the time probably.
They’ve probably forgotten the time.
พวกเขาอาจจะลืมเวลา
X I saw a flash of lightning definitely.
I definitely saw a flash of lightning.
ผมได้แลเห็นแสงฟ้าแลบแน่นอน
X I believe he came here alone certainly.
I certainly believe he came here alone.
ผมเชื่อแน่นอนว่าเขาได้มาที่นี่คนเดียว
2.2 คำวิเศษณ์แสดงระดับ (adverb of degree) อาทิ nearly (เกือบจะ), almost (เกือบจะ), quite (ค่อนข้างจะ), hardly (แทบจะไม่), scarcely (แทบจะไม่) วางได้เฉพาะตำแหน่งกลาง ไม่สามารถวางในตำแหน่งท้ายประโยคได้
ตัวอย่าง
X I stopped and asked what he wanted nearly.
I nearly stopped and asked what he wanted.
ผมเกือบจะหยุดและซักถามว่าเขาต้องการอะไร
X You can expect her to smile at you hardly.
You can hardly expect her to smile at you.
คุณแทบจะไม่สามารถคาดหวังให้เธอยิ้มให้คุณ
2.3 คำวิเศษณ์ อาทิ perhaps (บางที) และ surely (แน่นอน) วางไว้ต้น ประโยศเท่านั้น
ตัวอย่าง
X We’re going to have a storm perhaps.
Perhaps we’re going to have a storm.
บางทีเราอาจจะเผชิญกับพายุ
X You don’t think she’s beautiful surely.
Surely you don’t think she’s beautiful.
แน่นอนว่าคุณคงไม่คิดว่าเธอสวย
2.4 คำวิเศษณ์ อาทิ too, either และ as well จะวางไว้ที่ตำแหน่งท้าย ประโยค
ตัวอย่าง
John wants a bath too.
จอห์นต้องการอาบน้ำด้วยเช่นกัน
I don’t like him either.
ผมก็ไม่ชอบเขาด้วยเช่นกัน
We’d better get some butter as well.
พวกเราควรจะหาซื้อเนยด้วยเช่นกัน
2.5 กรณีมีคำวิเศษณ์หลายชนิดภายในประโยคเดียวกัน เราจะวาง adverb of manner ไว้ก่อน adverb of place ส่วน adverb of time วางไว้ท้ายสุด
ตัวอย่าง
Come to my office at four o’clock.
Adv. of place   —   Adv. o’ time
จงมาที่สำนักงานของผมเวลาบ่าย 4 โมง
She sang perfectly in the town hall last night.
Adv. of manner –Adv. of place –Adv. of time
หล่อนร้องเพลงได้ดีเยี่ยมในศาลาประชาคมเมื่อคืน
3. ตำแหน่งต้น (initial position)
กรณีนี้คำวิเศษณ์จะวางอยู่ต้นประโยค
ตัวอย่าง
Suddenly he drove off.
เขาได้ขับรถออกไปทันที
Yesterday I had a bad headache.
เมื่อวานนี้ผมปวดศีรษะอย่างหนัก
หมายเหตุ  มีคำวิเศษณ์หลายชนิดที่สามารถวางไว้ต้นประโยคได้ ได้แก่
3.1 คำวิเศษณ์บอกเวลา (adverb of time)
ตัวอย่าง
Yesterday I got up late.
เมื่อวานนี้ผมตื่นนอนสาย
In January it rained all the time.
ในเดือนมกราคมฝนตกตลอดเวลา
Once I wanted to be a doctor.
ครั้งหนึ่งผมอยากเป็นแพทย์
3.2 คำวิเศษณ์บอกความถี่ (adverb of frequency) บางตัว
ตัวอย่าง
Occasionally I try to write poems.
บางโอกาสผมพยายามเขียนบทกวี
Sometimes we have parties in the garden.
บางครั้งเราจัดงานเลี้ยงในสวน
แต่ คำวิเศษณ์ เช่น always และ never ไม่อาจจะวางหน้าประโยคได้ ยกเว้น ประโยคคำสั่ง (imperative sentences) วางหน้าประโยคได้
ตัวอย่าง
I will never understand this.
ผมจะไม่มีทางเข้าใจสิ่งนี้ได้
Never wash your clothes in the river.
อย่าซักผ้าในแม่น้ำ
You always make the same mistake.
คุณทำความผิดซ้ำแบบเดิมอยู่เสมอ
Always come to class early.
จงมาเรียนแต่เช้าตรู่เสมอๆ
3.3 คำวิเศษณ์บอกสถานที่ (adverb of place) สามารถวางไว้ต้นประโยคได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อเขียนเชิงพรรณนา
ตัวอย่าง
I opened the box. Inside was another box.
ผมได้เปิดกล่อง ภายในยังมีอีกกล่องหนึ่งอยู่ด้วย
สำหรับคำวิเศษณ์บอกสถานที่ เช่น Here, There .และบุพบทที่มาทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ เช่น Down, Up ก็วางไว้ต้นประโยคได้
ตัวอย่าง
Here comes your bus.
นี่ไงรถประจำทางของคุณมาแล้ว
There goes Mr. Brown.
นั่นไง นายบราวน์ไปแล้ว
Down comes the rain.
ฝนตกลงมาแล้ว
3.4 คำวิเศษณ์บอกลักษณะกิริยาอาการ (adverb of manner) บางตัว
ตัวอย่าง
Slowly we ran downstairs.
เราได้วิ่งลงไปชั้นล่างอย่างช้าๆ
Gently she examined the child’s leg.
เธอ ได้ตรวจดูขาของเด็กอย่างนิ่มนวล
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 13,006 times, 50 visits today)