หน้าที่ของEachในภาษาอังกฤษ

each (อีช) แปลว่า “แต่ละ” เป็นคำที่วางหน้านาม (determiner) หรือสรรพนาม (pronoun) ดังนี้
1. each ในหน้าที่ determiner
กรณีนี้ คำนามที่ตามหลัง each จะเป็นนามนับได้เอกพจน์ (singular countable noun) หรือตามหลัง each ด้วยคำว่า one เช่น each boy (เด็กชายแต่ละคน), each ticket (ตั๋วแต่ละใบ), each one of us (เราแต่ละคน), ฯลฯ
ตัวอย่าง
Each girl has her own desk.
เด็กหญิงแต่ละคนมีโต๊ะเรียนของตนเอง
2. each ในหน้าที่สรรพนาม
กรณีนี้ each ยังคงมีความหมายเช่นเดียวกันกับข้อ 1 คือ “แต่ละ” เพียงแต่ว่าทำหน้าที่เป็นสรรพนาม นั่นคือไม่มีนามตามหลัง เหมือนในข้อ 1
ตัวอย่าง
Each of the classrooms has an overhead projector.
แต่ละห้องเรียน มีเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
When the students entered the classroom, each was given
a test.
เมื่อนักเรียนทุกคนเข้ามาในห้องเรียน แต่ละคนก็ได้รับข้อสอบ
3. each วางไว้หลังนามหรือสรรพนาม
เราสามารถวาง each ไว้หลังนามหรือสรรพนามก็ได้ โดยยังคงความ หมายเช่นเดิมเหมือนในข้อ 1 และ 2 คือ “แต่ละ”
ตัวอย่าง
Mother divided the cake equally for her three children. They each got one piece.
แม่แบ่งขนมเค้กให้ลูกทั้งสามคนเท่าๆ กัน แต่ละคนได้รับชิ้นหนึ่ง
4. each วางไว้ระหว่างกริยาช่วยและกริยาแท้
เราสามารถวาง each ไว้ระหว่างกริยาช่วย (helping verb) และกริยาแท้ (finite verb) โดย each ยังมีความหมายเช่นเดิม นั่นคือ “แต่ละ”
ตัวอย่าง
There are three prizes. The children have each won a prize.
มี 3 รางวัล เด็กได้รับคนละรางวัล
5. each วางไว้หลังประธาน หรือกริยาช่วย
เราสามารถวาง each ไว้หลังประธาน (subject) หรือกริยาช่วย (helping verb) ได้เช่นเดียวกัน
ตัวอย่าง
These diamonds are each worth 200,000 baht.
เพชรเหล่านี้แต่ละชิ้นราคา 200,000 บาท
6. each วางไว้หลังกรรม
นอกจากนี้ ยังสามารถวาง each ไว้หลังกรรม (object) ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ความหมายของ each มิได้เปลี่ยนไปจากเดิม
ตัวอย่าง
The teachers gave students a prize each.
ครูให้รางวัลกับเด็กนักเรียนคนละ 1 รางวัล
They paid Somsri and Noree 150 baht each for the work
they did.
พวกเขาจ่ายเงินให้สมศรีและโนรีคนละ 150 บาท สำหรับผลงานที่ทั้ง
สองได้ทำไป
7. each other แสะ one another
each other (อีช-อาเธอร์) และ one another (วัน-อนาเธอร์) เป็นสรรพนามชนิดหนึ่งที่เรียกว่า reciprocal pronouns สรรพนามทั้ง 2 นี้มี ความหมายเหมือนกันคือ แปลว่า “ซึ่งกันและกัน” มีหลักการใช้ดังนี้
each other ใช้กับคน 2 คน หรือสิ่ง 2 สิ่ง (two people or things) ส่วน one another ใช้กับคนหรือสิ่งของที่มีมากกว่า 2 ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม กฎการใช้ดังกล่าวนี้ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทั้งนี้เพราะถ้อยคำทั้งสองมีข้อแตกต่างกันน้อยมาก หรือแทบไม่มีความแตกต่างเลย จะต่างกันก็แต่เพียงว่า one another นิยมใช้กับ statements ทั่วๆ ไป ไม่ได้พูดถึงบุคคลหรือสิ่งใดโดยเฉพาะลงไป ลองพิจารณาเปรียบเทียบประโยคต่อไปนี้ดู
A. They sat for hours without talking to each other/one another.
พวกเขานั่งอยู่ 2 ชั่วโมง โดยไม่ได้พูดจากัน
B. The translation of ‘se parler’ is to talk to one another.
คำแปลของคำว่า se parler คือ การพูดคุยกัน
วิเคราะห์:
ในประโยค A ใช้ each other หรือ one another ก็ได้ เพราะเป็นข้อความที่เอ่ยถึงทั่วๆ ไปไม่จำกัดเฉพาะเจาะจงลงไป อีกทั้งความหมายระหว่าง each other กับ one another ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ส่วนในประโยค B ใช้ได้เฉพาะ one another ไม่ใช้ to talk to each other เพราะมิได้ระบุถึงใครโดยเฉพาะ
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 3,047 times, 8 visits today)