สำนวน“jump out of (from) the frying pan into the fire”

“หนีเสือปะจระเข้”

ความหมาย

หนีจากความยุ่งยาก ความเดือดร้อน หรืออันตราย แล้วกลับไปพบกับความยุ่งยาก ความเดือดร้อน หรืออันตราย ซึ่งเลวร้ายยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก

รูปคำ

สำนวนอังกฤษกริยาวลี; สำนวนไทยกริยาวลี

ตัวอย่าง

He was very unhappy-he told me that he’d jumped out of the frying pan of loneliness into the fire of marriage.

(Longman Dictionary of English Idioms)

เธอเพิ่งจะวิ่งหนีพวกนักเลงอันธพาลแถวบ้าน ขึ้นรถเมล์ ก็ถูกล้วงกระเป๋าบนรถเมส์อีก เข้าทำนอง หนีเสือปะจระเข้ แท้ๆ

คำอธิบาย

สำนวนอังกฤษ “jump out of (from) the frying pan into the fire” เป็นสำนวนเก่าที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1546 บางทีก็ใช้ “out of the frying pan in the fire” เช่น The movie cowboy was out of the frying pan into the fire. After he escaped from the robbers, he was captured by Indians. (A Dictionary of American Idioms) สำนวนนี้เปรียบสัตว์ซึ่งอยู่ในกะทะร้อนๆ พยายามที่จะกระโดดหนีจากกะทะที่ร้อน แต่ก็ไปตกอยู่ในกองไฟซึ่งกลับร้อนกว่ากะทะที่ร้อนเสียอีก เมื่อใช้เป็นสำนวนเปรียบกับคน จึงหมายถึง คนที่พยายามหนีจากความเดือดร้อน หรือความยากลำบาก แล้วกลับไปพบกับความเดือดร้อน หรือความยากลำบาก ซึ่งเลวร้ายกว่าครั้งแรกเสียอีก

สำนวนไทย “หนีเสือปะจระเข้’’ มีความหมายตรงกับสำนวนอังกฤษ “jump out of (from) the frying pan into the fire” และมีการเปรียบเทียบในทำนองเดียวกัน เพียงแต่ว่าสำนวนไทย เปรียบกับสัตว์ที่ดุร้าย คือ เสือ และจระเข้ เมื่อหนีจากเสือมาได้ ก็มาพบกับ จระเข้ซึ่งดุร้ายพอๆ กัน

สำนวนประเภทนี้มีใช้หลายสำนวนทั้งในภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ในภาษาอังกฤษ นอกจากสำนวน “jump out of (from) the frying pan into the fire” ก็ยังมีสำนวน “between Scylla and Charyb- dis” และ “between the devil and the deep sea” สำนวนไทยนอกจาก “หนีเสือปะจระเข้” ก็มีสำนวน “‘ขึ้นต้นไม้ปะรังแตน” ด้วย

สำนวนอังกฤษ “between Scylla and Charybdis” มาจากนิยายกรีกโบราณเล่าถึงสัตว์ประหลาดสองตัว ซึ่งอาศัยอยู่คนละฝั่งทะเลระหว่างอิตาลี (Italy) และ ซิซิลี (Sicily) ตัวหนึ่งชื่อ Scylla ซึ่งชาวเรือเชื่อว่า เป็นก้อนหินใหญ่ที่ยื่นออกไปในทะเล ส่วนอีกตัวหนึ่ง ชื่อ Charybdis ซึ่งชาวเรือเชื่อว่าเป็นกระแสน้ำวน คนเดินเรือพยายามที่จะหลีกเลี่ยงสัตว์ประหลาดสองตัวนี้ แต่มักจะไม่พ้น เพราะหนีจากตัวหนึ่งก็ไปพบกับอีกตัวหนึ่ง เมื่อใช้เป็นสำนวนจึงหมายถึง อยู่ระหว่างสภาวะอันตราย สองสภาวะซึ่งเลวร้ายพอๆ กัน

สำนวน “between the devil and the deep sea” มีความหมายและการเปรียบเทียบคล้ายคลึงกับ “between Scylla and Charybdis” แรกเริ่มทีเดียว สำนวนนี้คงจะเปรียบภาวะอันตรายกับการถูกยมทูตเอา ไฟเผาในนรก และการจมน้ำตายในทะเลลึก แต่พูดไปพูดมาก็เลยหดสั้นไปเหลือเพียงผีปีศาจ (ยมทูต) และทะเลลึก ทั้งสองสิ่งนี้ไม่ดีพอๆ กัน ฉะนั้น สำนวนนี้จึงหมายถึงการตกอยู่ระหว่างอันตราย หรือ สถานการณ์ที่เลวร้ายพอๆ กัน เช่น The boy was between the devil and the deep blue sea; he had to go home and be whipped or stay in town all night and be picked up by the police.

(A Dictionary of American Idioms)

สำนวน “between two fires” มีความหมาย และการเปรียบเทียบทำนองเดียวกับสำนวนที่ได้กล่าวข้างต้น เช่น When the man’s wife and her mother got together, he was between two fires. (A Dictionary of American Idioms)

สำนวนไทย “ขึ้นต้นไม้ปะรังแตน” เปรียบคนที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายกับคนที่พยายามจะหนีภัย โดยการปีนต้นไม้ แต่ก็ต้องไปพบภัยอีกอย่างหนึ่ง คือ แตน บนต้นไม้ สำนวนนี้จึงหมายถึง การพยายามหนีจากภัยอย่างหนึ่ง แต่เคราะห์ร้ายกลับไปพบภัยอีกอย่างหนึ่ง เช่น “อย่าให้ฉันต้อง ขึ้นต้นไม้ปะรังแตนอีกเลย สิ่งที่ผจญมานั้นก็ลำบากพอแล้ว” (ภาษา – พาสาร)

(Visited 946 times, 1 visits today)