วิธีการใช้ TASTE, Telling the time

กริยา taste (เทสต์) สามารถนำมาใช้ได้ 3 กรณีคือ
1. ใช้ taste ในความหมาย “มีรสชาติ” กับอาหาร (food) เครื่องดื่ม (drink) ฯลฯ โดยใช้โครงสร้าง
“taste + adjective” หรือ “taste of + noun”
ในกรณีดังกล่าวนี้ เราจะไม่ใช้ taste กับรูป continuous tenses
ตัวอย่าง
This tastes delicious. What’s in it?
ของนี้รสชาติอร่อยจัง ใส่อะไรลงไปคะ
Her lips tasted of wild strawberries.
เธอชิมรสชาติของสตรอเบอร์รี่ป่า

2. ใช้ taste เมื่อต้องการจะบรรยายถึงความรู้สึก (sensations) ของเรา ปกติมักใช้ร่วมกับ can
ตัวอย่าง
I think I can taste garlic.
ผมคิดว่าผมชิมกระเทียมได้

3. ใช้ taste กับรูป continuous tenses เมื่อต้องการจะทดลองชิมรสหรือ เปรียบเทียบรสชาติของๆ สิ่งหนึ่งกับสิ่งอื่น
ตัวอย่าง
‘Stop eating the cake.’ – ‘I’m just tasting it.’
หยุดกินเค้กนั่นซะ – ผมแค่ลองชิมดูเท่านั้น

Telling the time
ในหัวข้อเรื่องต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการบอกเวลา (time ไทมฺ) ซึ่งใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน โดยมีข้อสรุปในการถามและตอบเกี่ยวกับเวลาดังนี้
1. ใช้คำว่า o’clock (โอ คล็อค) เฉพาะหน่วยเวลาที่เป็นชั่วโมง (hour อาวเออะ) เท่านั้น
ตัวอย่าง
A : What’s the time? OR What time is it?
กี่โมงแล้ว
B : It’s ………………
It’s two o’clock.
บ่ายสองโมง
It’s ten o’clock.
สิบนาฬิกา

2. ใช้ half past กับหน่วยเวลาที่เป็นจำนวน 30 นาที หร์อครึ่งชั่วโมง
ตัวอย่าง
half past two     บ่ายสองโมงครึ่ง
half past ten     เวลา 10:30 น.

3. ใช้ (a) quarter to/past แปลว่าอีก 15 นาทีถึง หรือผ่านไปแล้ว 15 นาที ทั้งนี้จะใส่ a หรือไม่ใส่ a ก็ได้
ตัวอย่าง
It’s (a) quarter to two.        It’s (a) quarter past ten.
13.45 นาฬิกา                เวลา 10:15 น.
(อีก 15 นาที ถึงบ่ายสองโมง)     (ผ่าน10โมงไปแล้ว 15 นาที)

4. ใช้ minutes to/past ในกรณีนอกเหนือจาก 15 นาที หรือ 30 นาที
ตัวอย่าง
two minutes to seven.
6:58 น.
(อีก 2 นาทีถึง 7 นาฬิกา)
nine minutes past five.
บ่าย 5 โมง 9 นาที
(เลย 5 โมงไปแล้ว 9 นาที)

5. โดยปกติถ้ามีจำนวนนาทีเป็น 5 (five), 10 (ten), 20 (twenty) หรือ 25 (twenty – five) ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า minutes
ตัวอย่าง
It’s five to four.            It’s twenty past six.
เวลา 3:55 น.            เวลา 6:20 น.
(อีก 5 นาที 4 โมง)        (ผ่าน 6 โมงไปแล้ว 20 นาที)

6. นอกจากจะบอกเวลาด้วยการพูดชั่วโมง (hour) และนาที (minutes) ดังกล่าวมาข้างต้นแล้ว เรายังพูดได้ด้วยการไม่เอ่ยคำว่า o’clock และ minutes
ตัวอย่าง
It’s five fifteen. เวลา 5:15 น.
It’s nine thirty – two เวลา 9:32 น.
It’s six oh seven. เวลา 6:07 น.

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 939 times, 1 visits today)