วิธีการใช้ Personal pronouns ในภาษาอังกฤษ

personal pronouns (เพอเซอเนิล โพรนาวสฺ) หมายถึง สรรพนามที่ใช้เพื่อทดแทนบุคคล รวมถึงสัตว์และสิ่งของด้วย มีอยู่ 2 อย่างคือ

1. Subject pronouns (ซับเจ็กทฺ โพรนาวสฺ) คือ สรรพนามที่ทำหน้าที่ แทนคำนามในตำแหน่งประธานของประโยค ได้แก่
สรรพนามบุรุษที่ 1 คือ I, We
สรรพนามบุรุษที่ 2 คือ You
สรรพนามบุรุษที่ 3 คือ He, She, It, They

2. Object pronouns (อ็อบเจ็กทฺ โพรนาวสฺ) คือ สรรพนามที่ทำหน้าที่ แทนคำนามในตำแหน่งกรรมของประโยค ได้แก่
กรรมของสรรพนามบุรุษที่ 1 คือ me, us
กรรมของสรรพนามบุรุษที่ 2 คือ you
กรรมของสรรพนามบุรุษที่ 3 คือ him, her, it, them

หมายเหตุ it เป็น impersonal pronoun รวม they ด้วย แต่ขอกล่าวรวมไว้ในหัวข้อ personal pronouns

การใช้
1. Subject pronouns
1.1 สรรพนามแต่ละคำมีการใช้เพื่อทดแทนสิ่งต่อไปนี้
I ทดแทนตัวผู้พูด
You ทดแทนตัวบุคคลที่เราพูดด้วย ซึ่งอาจจะเป็นคนเดียวหรือหลายคน
He ทดแทนบุคคลอื่นอีกคนที่เป็นเพศชาย เช่น John, Sam
She ทดแทนบุคคลอื่นอีกคนที่เป็นเพศหญิง เช่น Susan, Helen
It ทดแทนสัตว์หนึ่งตัวหรือสิ่งของเพียงหนึ่งสิ่ง เช่น a pen, a tiger
They ทดแทนหลายบุคคลหลายสิ่งหรือสัตว์หลายตัว เช่น people,
pens

1.2 เป็นประธานของประโยค กล่าวคือวาง personal pronouns ไว้ หน้าคำกริยา (verb เวิบ) ทั้งนี้คำว่า “ประโยค” (sentence เซ็นเท้นซฺ) ในหลักภาษาอังกฤษจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
SENTENCE =Subject + Verb + Object
ตัวอย่าง
I like your hat.
(I – Subject ; like = Verb ; your hat = Object)
He bought that book.
(He = Subject ; bought = Verb : that book = Object)

SENTENCE = Subject + Verb + Complement/Modifier
ตัวอย่าง
He lives near here.
(He = Subject ; lives = Verb : near here = Modifier)
She is my boss.
(She = Subject ; is = Verb ; my boss = Complement)

หมายเหตุ ก. Complement (คอมพลีเม้นทฺ) หมายถึง ส่วนของประโยคที่อยู่หลัง Verb to be

ข. Modifier (โมดิไฟเออะ) หมายถึง ส่วนขยายที่อยู่หลังคำกริยา แต่ มิใช่คำนามหรือสรรพนามที่เป็นกรรมของประโยค มักจะเป็นประเภทกริยาวิเศษณ์ (adverb แอ็ดเวิบ)

1.3 you และ they เป็น subject pronouns ที่สามารถใช้เพื่อเอ่ยถึงผู้คนโดยไม่จำเพาะเจาะจง และใช้ we เมื่อเอ่ยถึงกลุ่มคนที่รวมผู้พูดเข้าไปด้วย

ตัวอย่าง
They have good food in this restaurant.
พวกเขาได้รับประทานอาหารที่อร่อยในภัตตาคารแห่งนี้
You can buy this book anywhere.
คุณสามารถซื้อหนังสือเล่มนี้ที่ไหนก็ได้
We drink a lot of tea in England.
ในประเทศอังกฤษพวกเราดื่มน้ำชากันมาก

1.4 ใช้ Subject pronouns หลังจากที่ได้เอ่ยชื่อของบุคคลหรือสิ่งหนึ่งๆ เป็นครั้งแรกไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อเลี่ยงการกล่าวซ้ำชื่อของบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ
ตัวอย่าง
I spoke to Susan yesterday. She said she was sick last week.
ผมได้คุยกับซูซานเมื่อวานนี้ เธอบอกว่าเธอไม่สบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
Mark lives next door to me. He has a beautiful house.
มาร์คอาศัยในบ้านหลังถัดจากของผม เขามีบ้านที่สวยงาม

2. Object pronouns
2.1 สรรพนามที่ทำหนาที่กรรม มีการใช้เพื่อทดแทนสิ่งต่อไปนี้
me ทดแทนตัวผู้พูด
you ทดแทนตัวบุคคลที่เราพูดด้วย ซึ่งอาจจะเป็นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้
him ทดแทนบุคคลคนหนึ่งที่เป็นเพศชาย
her ทดแทนบุคคลคนหนึ่งที่เป็นเพศหญิง
it ทดแทนสัตว์ตัวหนึ่งหรือสิ่งของหนึ่งสิ่ง
them ทดแทนหลายบุคคล หลายสิ่ง หรือสัตว์หลายตัว

2.2 เป็นกรรมของประโยค กล่าวคือ วางอยู่หลังคำกริยา หรือบุพบทใน ประโยค ดังต่อไปนี้
SENTENCE = Subject + Verb + Object
ตัวอย่าง
I saw him in town.
(I = Subject ; saw = Verb ; him = Object ; in town = Modifier)
He bought it yesterday.
(He = Subject ; bought = Verb ; it = Object ; yesterday = Modifier)

SENTENCE=Subject+Verb+Preposition+Object
ตัวอย่าง
She was waiting for us.
(She = Subject; was waiting = Verb ; for = Preposition ; us = Object)
I talked to him yesterday.
(I = Subject; talked = Verb ; to = Preposition ; him = Object ; yesterday = Modifier)

2.3 ใช้ Object pronouns หลังจากที่ได้เอ่ยถึงชื่อของบุคคลหรือสิ่งหนึ่งไปแล้วในครั้งแรก ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเอ่ยชื่อนั้นซ้ำ
ตัวอย่าง
I spoke to Susan yesterday. I told her that I got a scholarship. ผมได้คุยกับซูซานเมื่อวานนี้ ผมได้บอกเธอว่าผมได้รับทุนการศึกษา
I gave John a present and told him that it was for his birthday.
ดิฉันให้ของขวัญแก่จอห์นและได้กล่าวกับเขาว่าเป็นของขวัญสำหรับวัน เกิดของเขา

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 8,455 times, 56 visits today)