รูปแบบการใช้ Present continuous

Present continuous (เพรเซ่นทฺ คอนทินิวเอิส) หมายถึง “ปัจจุบันกาล กำลังกระทำ” นิยมใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะที่พูด
ตัวอย่าง
Q : What’s the man doing?         Q : What’s the girl doing?
A : He’s looking for something.     A : She’s running.
ชายคนนี้กำลังทำอะไร             ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไร
เขากำลังมองหาบางสิ่ง            เธอกำลังวิ่ง

รูปของ Present continuous
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาไทย เรียกว่า “รูป บอกเล่า’’ ประกอบด้วย
ภาคประธาน + is/am/are + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย is ใช้เมื่อภาคประธานของประโยคเป็น (im)personal pronoun คือ He, She, It หรือเป็น singular noun เช่น Your English, The population of the world, Sally ฯลฯ
am ใช้เมื่อภาคประธานของประโยคเป็น I
are ใช้เมื่อภาคประธานของประโยคเป็น (im)personal pronoun คือ They, We, You หรือเป็น plural noun เช่น Ben and Pat, People, Prices, Children ฯลฯ

กริยาแท้เติม ing ทุกครั้งที่ความหมายในประโยคบ่งบอกเหตุการณ์หรือการกระทำใดๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะที่พูดปัจจุบัน จะต้องใช้รูป Present continuous นั่นคือต้องมี is/am/are + กริยาแท้เติม ing ดังนั้นจึงควรจะทราบถึงหลักการเปลี่ยนคำกริยาแท้ให้เป็นรูป -ing ดังนี้

ก. คำกริยาแท้ปกติทั่วไป เมื่อเป็นรูป continuous จะเติม ing ข้างท้าย เช่น
drink – drinking            walk – walking
stand – standing            work – working

ข. คำกริยาแท้ที่ลงท้ายด้วยอักษรหนึ่งตัว ให้ตัด e ออกก่อนเติม ing เช่น
make – making            come – coming
write – writing              choose – choosing
bake – baking               tape – taping

ค. คำกริยาแท้ที่มีเสียงสั้น ลงท้ายด้วยพยัญชนะหนึ่งตัว และหน้าพยัญชนะ มีสระเพียงหนึ่งตัว มักจะเป็นคำกริยาแท้ที่มีพยางค์เดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่เป็นตัวสุดท้ายเข้าไปอีกตัวหนึ่งก่อนจะเติม ing เช่น
swim – swimming        sit – sitting
shut – shutting              cut – cutting

ง. คำกริยาแท้ใดที่มีสระอยู่หน้าอักษร e ให้เติม ing เลย โดยไม่ต้องตัด อักษร e ทิ้ง เช่น
see – seeing                  flee – fleeing
agree – agreeing        tee – teeing

จ. คำกริยาแท้ใดที่มีอักษร i อยู่หน้าอักษรท้าย e ให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้ว เติม ing เช่น
lie – lying                   tie – tying
vie – vying                die – dying
ยกเว้น dye – dyeing (แปลว่า ย้อมสีผ้า) ไม่สามารถตัด e ออกได้ เพราะจะไปตรงกับคำกริยา die – dying (แปลว่า ตาย)
ตัวอย่าง
A : What arc you doing at the moment ?
B I’m writing a letter.
ก – คุณกำลังทำอะไรอยู่ขณะนี้
ข – ผมกำลังเขียนจดหมาย
A : Look! There’s Sally. Who is she talking to?
B : She’s talking to James.
ก – นั่นไงแซลลี่ เธอกำลังคุยกับใคร
ข – เธอกำลังคุยกับเจมส์

(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ’’ ประกอบด้วย
ภาคประธาน + is/am/are + not + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรม หรือส่วนขยาย
อธิบาย ตัวย่อของ am = ’m         am not = ’m not
is not = ’s not/isn’t     are not = ’re not/aren’t
ตัวอย่าง
I’m not writing a letter. I’m writing an essay.
ผมไม่ได้กำลังเขียนจดหมาย ผมกำลังเขียนเรียงความ
Sally isn’t talking to Jack, She’s talking to James.
แซลลี่ไม่ได้กำลังคุยกับแจ็ค เธอกำลังคุยกับเจมส์

(3) Question form (เควสเชิ่นฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูปคำถาม’’ ประกอบด้วย
Is/Am/Are + ภาคประธาน + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
A : Is Jim talking on the phone?
B : Yes, he is. He’s talking to his friend.
ก – จิมกำลังคุยทางโทรศัพท์อยู่ใช่ไหม
ข- ใช่เขากำลังคุยกับเพื่อนของเขา
A : Are they watching television?
B : No. They’re listening to music.
ก – พวกเขากำลังชมโทรทัศน์ใช่ไหม
ข – ไม่ใช่ พวกเขากำลังฟังดนตรี

การใช้ Present continuous
1. ใช้กล่าวถึงกิจกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูดอยู่ในปัจจุบัน โดยมากมักจะมีถ้อยคำที่เกี่ยวกับเวลา (time expressions ไทม เอ็กซฺเพรสเชิ่นสฺ) ได้แก่ at the/this moment, currently, at present, now ชี้แสดงอยู่
ตัวอย่าง
A : What’s the boy doing?
B : He’s taking a shower.
ก – เด็กชายกำลังทำอะไร
ข – เขากำลังอาบน้ำ
A : May I speak to Jackson?
B : I’m afraid he’s not available at the moment. He’s talking to a customer.
ก – ผมขอพูดสายกับแจ็คสันหน่อยครับ
ข – ไม่ได้ค่ะตอนนี้เขาไม่ว่าง เขากำลังคุยกับลูกค้าคนหนึ่ง
A :    Where are the children ?
B :    They’re playing tennis.
ก –    เด็กๆ อยู่ไหน
ข –    พวกเขากำลังเล่นเทนนิส

2. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ดำรงอยู่ชั่วคราว (temporary situation) ณ ปัจจุบันในระยะเวลาหนึ่งๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ถาวรแต่อย่างใด
ตัวอย่าง
We’re staying at a wonderful hotel.
พากเรากำลังพักอยู่ที่โรงแรมที่สุดวิเศษ
I am not feeling well today.
วันนี้ผมไม่ค่อยสบาย
My sister is working as a secretary for a month.
พี่สาวของดิฉันกำลังทำงานในหน้าที่เลขานุการเป็นเวลา 1 เดือน

3. ใช้กล่าวถึงแผนการในอนาคต (future plan) ทั้งนี้ได้มีการเตรียมการ ไว้ล่วงหน้าแล้วถึงแผนการกระทำดังกล่าว ปกติจะมีการบันทึกไว้ในสมุดบันทึก ซึ่งเห็นได้บ่อยในการปฏิบัติงานของหัวหน้างานในหน่วยงานต่างๆ
ตัวอย่าง
A : What are we going to do tomorrow ?
B : We’re going to the theater.
ก – เราจะทำอะไรพรุ่งนี้
ข – เราจะไปชมภาพยนตร์
A : Which project are you working on next week ?
B : I’m presenting the new company structure.
ก – คุณมีโครงการจะทำอะไรในสัปดาห์หน้า
ข – ผมจะนำเสนอโครงสร้างบริษัทใหม่
A : What’s David doing next week ?
B : He’s playing basketball on Monday morning. He’s going to the doctor’s on Wednesday afternoon. He’s having dinner with Monica on Friday evening at nine.
ก – เดวิดจะทำอะไรในสัปดาห์หน้า
ข – เขาจะเล่นบาสเกตบอลเช้าวันจันทร์ จะไปหาหมอบ่ายวันพุธ และ จะทานอาหารเย็นกับโมนิกาในเย็นวันศุกร์เวลา 3 ทุ่ม

4. ใช้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการ และความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น
ตัวอย่าง
Life is getting better, thanks to technology.
ชีวิตคนเราดีขึ้น ขอบคุณเทคโนโลยี
Do you think your English is improving?
คุณคิดไหมว่าภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาดีขึ้น
Inflation is rising and unemployment is getting worse.
เงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่การว่างงานก็ย่ำแย่ลง

5. ใช้กล่าววิจารณ์หรือต่อว่าในพฤติกรรมที่ไม่ดีของบุคคลนั้นๆ มักมีคำว่า always ประกอบอยู่ในข้อความนั้น
ตัวอย่าง
Mother : You’re always leaving your clothes on the floor!
Son : I’m sorry.
แม่ – ลูกชอบทิ้งเสื้อผ้าเกะกะบนพื้นเป็นประจำ (นิสัยไม่ดี)
ลูก – ขอโทษครับ
Father is always losing his car key.
พ่อชอบลืมกุญแจรถยนต์เป็นประจำ (นิสัยไม่ดี)

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 6,038 times, 2 visits today)