รูปของ Past continuous ในภาษาอังกฤษ

Past continuous (พาสทฺ คอนทินิวเอิส) หมายถึง “อดีตกาลกำลังกระทำ” มีรูปกริยาคือ was/were + verbing ดังนี้

รูปของ Past continuous
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป บอกเล่า” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + was/were + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย was ใช้หลังภาคประธานที่เป็นสรรพนาม He, She, It หรือภาค ประธานที่เป็นคำนามเอกพจน์ เช่น Paul, Our daughter, The telephone,… ฯลฯ
were ใช้หลังภาคประธานที่เป็นสรรพนาม I, We, You, They หรือภาค ประธานที่เป็นคำนามพหูพจน์ เช่น The children, Paul and Pat, Parents,… ฯลฯ
ตัวอย่าง
We were walking in the park when it rained.
เรากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะเมื่อตอนที่ฝนตก
The phone rang while I was having lunch.
โทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังรับประทานอาหารกลางวัน
(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + was/were not + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย รูปย่อของ was not = wasn’t ; were not = weren’t
ตัวอย่าง
We weren’t walking in the park when it rained.
เราไม่ได้กำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะเมื่อตอนที่ฝนตก
The phone rang while 1 was not working.
โทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่ผมไม่ได้กำลังทำงาน
(3) Yes-No question (เยส โน เควสเชิ่น) หรือในภาษาไทยคือ “คำถาม ที่ผู้ตอบจะตอบว่า Yes/No” ประกอบด้วย
Was/Were + ภาคประธาน + กริยาแท้เติม ing + ภาคฺกรรมหรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
Were you working when the phone rang ?
คุณกำลังทำงานอยู่ใช่ไหมเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
Was it raining when the building collapsed ?
ฝนกำลังตกอยู่ใช่ไหมเมื่ออาคารพังทลายลงมา
(4) Wh-word question (ดับเบิลยู เอช เวิด เควสเชิ่น) หรือในภาษา ไทยคือ “คำถามที่ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words ได้แก่ What, When, Where, Why, How long, … ฯลฯ” ประกอบด้วย
Wh-word + was/were + ภาคประธาน + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรม หรือส่วนขยาย   
ยกเว้น “Who” ซึ่งแบ่งได้ 2 โครงสร้างคือ
Who + was/were + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรม
เมื่อคำตอบทำหน้าที่เป็นภาคประธานของประโยค
Who + was/were + ภาคประธาน + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรม หรือส่วนขยาย   
เมื่อคำตอบทำหน้าที่เป็นภาคกรรมของประโยค
ตัวอย่าง
“How long were you waiting for the bus ?” the policeman asked.
คุณกำลังรอรถประจำทางเป็นเวลานานเท่าไร
John was waiting for Mary when the phone rang.
A : Who was waiting for Mary when the phone rang ?
B : John.
ก – ใครกำลังรอคอยแมรี่เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
ข – จอห์น
A : Who was John waiting for when the phone rang ?
B : Mary.
ก – จอห์นกำลังรอคอยใครเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
ข – แมรี่

การใช้ Past continuous
1. ใช้เพื่อเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ซึ่งมักมีถ้อยคำที่แสดงช่วงเวลาที่เหตุการณ์หรือการกระทำนั้นๆ กำลังเกิดขึ้นมาในอดีต
ตัวอย่าง
A : What were you doing at eight o’clock yesterday evening ?
B : I was watching television.
ก – คุณกำลังทำอะไรอยู่เมื่อตอน 2 ทุ่มเย็นวานนี้
ข – ผมกำลังชมโทรทัศน์
A : What was Kate doing when the telephone rang ?
B : She was reading a book.
ก – เคทกำลังทำอะไรเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
ข – เธอกำลังอ่านหนังสือ

2. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ช่วงเวลาหนึ่งๆ ในอดีตและมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดแทรกขึ้นมา(เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ใน Past continuous ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดแทรกขึ้นมาใช้ Past Simple)
ตัวอย่าง
While I was walking along the street, it began to rain.
ในขณะที่ผมกำลังเดินไปตามถนน ฝนก็ตกลงมา
He was standing under a tree when a branch fell down.
เขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้เมื่อตอนที่กิ่งไม้ร่วงลงมา

3. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำทั้งสองอย่างที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ในอดีต (สังเกตได้ว่าทั้งสองเหตุการณ์นั้นใช้ Past continuous)
ตัวอย่าง
While I was reading a book, my friend was playing the guitar.
ในขณะที่ผมกำลังอ่านหนังสือ เพื่อนของผมก็กำลังเล่นกีตาร์
While Jim was washing dishes, his wife was cooking food. ในขณะที่จิมกำลังล้างจาน ภรรยาของเขาก็กำลังปรุงอาหาร
หมายเหตุ แต่ถ้าเหตุการณ์ที่งสองเกิดขึ้นต่างช่วงเวลากันในอดีต จะใช้คำกริยา ในรูป Past simple ทั้งคู่
ตัวอย่าง
As soon as Jim saw me he waved.
ทันทีที่จิมเห็นผม เขาก็โบกมือให้
I woke up when my alarm clock rang.
ผมตื่นนอนเมื่อนาฬิกาปลุกดังขึ้น

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 991 times, 6 visits today)