หลักการใช้ภาษาอังกฤษหมวดอักษร V

VALUABLE, VALUED and INVALUABLE
valuable (แวลูเอเบิล) adj. หมายถึง of great worth แปลว่า “มีค่า, มี ราคา”
ตัวอย่าง
He possesses many valuable pieces of land.
เขาครอบครองที่ดินที่มีค่าหมายแปลง
This is a valuable manuscript.
นี่คือเอกสารที่มีค่ายิ่ง
valued (แวลูดฺ) adj. หมายถึง held ill high regard แปลว่า “มีค่าสูง”
ตัวอย่าง
The expert gave him highly valued advice.
ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำที่มีค่าสูงแก่เขา
invaluable (อิน-แวลูเอเบิล) adj. หมายถึง priceless แปลว่า “มีค่ามากมาย, หาค่ามิได้”
ตัวอย่าง
A good name is an invaluable possession.
การมีชื่อเสียงดีเป็นสมบัติที่มีค่าประมาณมิได้

VENAL and VENIAL
venal (วี-เนิล) adj. หมายถึง capable of being bribed แปลว่า “เห็นแก่สินบน, เห็นแก่ได้”
ตัวอย่าง
Venal assemblymen will not be re-elected.
พวกผู้แทนที่กินสินบนจะไม่ได้รับการเลือกตั้งอีก
The venal councilmen yielded to corruption.
เทศมนตรีที่กินสินบนมักจะชอบคอร์รัปชัน
venial (วิ-เนียล) adj. หมายถึง pardonable แปลว่า “ให้อภัยโทษได้, ยกโทษให้ได้”
ตัวอย่าง
A lie is a venial sin.
การพูดโกหกเป็นบาปที่ให้อภัยได้

VERACITY and TRUTH
veracity (เวอ-แรซิทิ) n. หมายถึง truthfulness แปลว่า “พูดความจริง, ความจริง”
ตัวอย่าง
I doubt the veracity of this report.
ผมยังสงสัยว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่
I think you can rely on this veracity.
ตามความเห็นของผม คุณควรจะเชื่อได้ว่าเขามีวาจาสัตย์
truth (ทรุธ) n. หมายถึง a true statemnet; a fact แปลว่า “ข้อความจริง, ความจริง
ตัวอย่าง
There is truth in what he says.
สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง
The truth may be the reverse of what the facts indicate.
ความจริงนั้นอาจตรงกันข้ามกับข้อความจริงที่แสดงอยู่

Verbs with two objects
คำกริยา (verbs) บางคำ ต้องการกรรม (objects) มารับ 2 ตัว นั่นคือ กรรมอ้อม (indirect objects) และกรรมตรง (direct objects)
กรรมอ้อม (indirect objects) หมายถึง กรรมที่ไม่ได้รับผลการกระทำโดยตรง จึงเรียกว่า “กรรมอ้อม”
ส่วนกรรมตรง (direct objects) หมายถึง กรรมที่ได้รับผลการกระทำโดยตรง
ตัวอย่าง
I’ll buy some chocolate for the children. (1)
I’ll buy the children some chocolate. (2)
ผมจะซื้อช็อกโกแลตให้เด็กๆ
อธิบาย ในประโยคที่ 1 และ 2 กรรมตรงก็คือ some chocolate เพราะได้รับผลการกระทำโดยตรงจากกริยาคือ buy (= ซื้อ) ทำให้เราต้องคิดว่า ซื้ออะไร คำตอบที่ได้คือ ซื้อชอกโกแลต ส่วนกรรมอ้อมก็คือ the children (= เด็กๆ) นั่นคือ เราต้องคิดว่าซื้อชอกโกเลตให้ใคร คำตอบที่ได้คือ ซื้อชอกโกเลตให้เด็กๆ ความแตกต่างในประโยคตัวอย่างก็คือ ในประโยคที่ 1 มีการวางกรรมตรงต่อจากคำกริยา ทำให้ต้องใช้คำว่า for (= สำหรับ) เพื่อให้เราทราบว่า ซื้อชอกโกเลตสำหรับใคร ส่วนในประโยคที่ 2 มีการวางกรรมอ้อมไว้หน้ากรรมตรง จึงไม่ต้องใช้คำว่า for
ตัวอย่าง
Sue wrote a letter to her boyfriend. (1)
Sue wrote her boyfriend a letter. (2)
ซูเขียนจดหมายถึงเพื่อนขายของเธอ
อธิบาย ในประโยคที่ 1 และ 2 กรรมตรงก็คือ a letter เพราะได้รับผลการกระทำโดยตรงจากกริยาคือ wrote (= เขียน) ทำให้เราต้องคิดว่า เขียนอะไร คำตอบที่ได้คือเขียนจดหมาย ส่วนกรรมอ้อมก็คือ her boyfriend (= เพื่อนชายของเธอ) นั่นคือ เราต้องคิดว่า เขียนจดหมายถึงใคร คำตอบที่ได้คือ เขียนจดหมายถึงเพื่อนชาย ความแตกต่างในประโยคตัวอย่างก็คือ ในประโยคที่ 1 มีการวางกรรมตรงต่อจากคำกริยา ทำให้ต้องใช้คำว่า to = (ถึง, แก่) เพื่อให้เราทราบว่า เขียนจดหมายถึงใคร ส่วนประโยคที่ 2 มีการวางกรรมอ้อมไว้หน้ากรรมตรงจึงไม่ต้องใช้ คำว่า to จึงพอจะสรุปโครงสร้างได้ดังนี้

โครงสร้างที่ 1
Subject + Verb + Direct object + For + Indirect object
= Subject + Verb + Indirect object + Direct object

Verb หรือ “คำกริยา” ที่ใช้ตามโครงสร้างนี้ ได้แก่
book (บุ๊ค = จอง)        get (เก็ท = เอามาให้)
buy (บาย = ซื้อ)            keep (คืพ = เก็บ/จอง … ไว้ให้)
bring (บริง = นำมา)        make (เมค = ทำ)
cook (คุก = ปรุงอาหาร)    pour (พอ = เท, ริน)
cut (คัท = ตัด)            prepare (พริแพ = ตระเตรียม)
find (ฟายดฺ = หา)        save (เชฟวฺ = เก็บ … ไว้ให้, ออม … ไว้ให้)
ตัวอย่าง
Sue kept a seat for Sarah.
=Sue kept Sarah a seat.
ซูจองที่นั่งไว้ให้ซาร่า
Will you bring something for the children?
Will you bring the children something?
คุณจะนำบางสิ่งบางอย่างมาให้สำหรับเด็กๆ หรือเปล่า
Could you pour a cup of tea for me?
=Could you pour me a cup of tea?
คุณช่วยเทน้ำชาให้ผมสักถ้วยได้ไหม
I’ll book a room for you.
=I’ll book you a room.
ผมจะจองห้องให้คุณ
She cooked a meal for us.
=She cooked us a meal.
เธอปรุงอาหารสำหรับพวกเรา
I bought some flowers for my girlfriend.
=I bought my girlfriend some flowers.
ผมซื้อดอกไม้มาให้เพื่อนหญิงของผม

โครงสร้างฑี๋ 2
Subject + Verb + Direct object + To + Indirect object
= Subject + Verb + Indirect object + Direct object

Verb หรือ “คำกริยา” ที่ใช้ตามโครงสร้างนี้ ได้แก่
give (กิฟวฺ = ให้)            post (โพสทฺ = ส่ง เช่น จดหมาย)
tell (เท็ล = บอก)            lend (เล็นดฺ = ให้ยืม)
promise (พรอมิส = สัญญา)    write (ไร้ท์ = เขียน)
pay (เพ = จ่าย)                hand (แฮนดฺ = ส่ง เช่น การบ้าน)
read (รีด = อ่าน)            offer (อ็อฟเฟอะ = เสนอให้)
sell (เซล = ขาย)            pass (แพส = ส่งให้)
show (โช) = แสดง/ชี้ให้ดู)        teach (ml = สอน)
ตัวอย่าง
He showed the photographs to me.
= He showed me the photographs.
เขาให้ผมดูรูปถ่าย
Can you lend some money to me?
= Can you lend me some money?
คุณให้ผมยืมเงินบ้างได้ไหม
He sold this ring to her.
= He sold her this ring.
เขาขายแหวนวงนี้ให้เธอ
Please pass the sugar to me.
=Please pass me the sugar.
กรุณาส่งนํ้าตาลให้ผมหน่อย

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 132 times, 1 visits today)