ตัวอย่างการใช้ Present Perfect Continuous

Present perfect continuous (เพรเซ่นทฺ เพอเฟ็กทฺ คอนทินิวเอิส) หรือ บางคนเรียก Present perfect progressive (เพสเซ่นทฺ เพอเฟ็กทฺ โพรเกรสซิฟวฺ) มีรูปและการใช้ดังนี้

รูปของ Present Perfect Continuous
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาโทยเรียกว่า “รูป บอกเล่า’’ ประกอบด้วย
ภาคประธาน + have/has + been + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย ภาคประธาน (Subject ซับเจ็กทฺ) คือคำนามหรือสรรพนามที่ทำ หน้าที่เป็นผู้กระทำในอาการกิริยานั้นๆ
have เป็นคำกริยาช่วย ใช้เมื่ออยู่หลังภาคประธานที่เป็นพหูพจน์ (มีจำนวนมากกว่าหนึ่ง) หรือเป็นสรรพนาม ได้แก่ I, We, They
has เป็นคำกริยาช่วย ใช้เมื่ออยู่หลังภาคประธานที่เป็นเอกพจน์ (มีจำนวนเพียงหนึ่ง) หรือเป็นสรรพนามได้แก่ He, She, It
ภาคกรรมหรือส่วนขยาย (object or modifier อ็อบเจ็กทฺ ออ โมดิไฟเออะ) คือส่วนที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์
ตัวอย่าง
I have been working for two hours.
ผมทำงานมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว (แสดงว่า ทำงานโดยไม่ได้หยุดเลย
จนถึงบัดนี้)
He has been watching TV since 8 p.m.
เขาชมโทรทัศน์มาตั้งแต่ 2 ทุ่มแล้ว (แสดงว่า ชมมาตลอดตั้งแต่ 2 ทุ่ม จนถังบัดนี้)

(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ’’ ประกอบด้วย
ภาคประธาน + haven’t/hasn’t + been + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรม หรือส่วนขยาย   
อธิบาย haven’t คือรูปย่อของ have not ซึ่ง have ถูกทำให้รูปปฏิเสธ โดยเติม not ข้างหลัง
hasn’t คือรูปย่อของ has not ซึ่ง has ถูกทำให้เป็นรูปปฏิเสธโดยเติม not ข้างหลัง
ตัวอย่าง
I haven’t been working for two hours.
ผมไม่ได้ทำงานมาตลอดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว (แสดงว่าไม่ได้ทำงานใดเลย จนถึงบัดนี้)
She hasn’t been washing clothes since she came back.
เธอไม่ได้ซักเสื้อผ้าเลยนับตั้งแต่ที่เธอกลับมา

(3) Yes-No question (เยส โน เควสเชิ่น) หรือในภาษาไทยคือ “คำถาม ที่ผู้ตอบจะตอบว่า Yes/No” ประกอบด้วย
Have/Has + ภาคประธาน + been + กริอาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย Have เป็นกริยาช่วย ใช้เมื่อประธานของประโยคเป็นสรรพนาม I, We, You, They หรือ นามพหูพจน์ เช่น My friends, Mr. and Mrs. Brown เป็นต้น

Has เป็นกริยาช่วย ใช้เมื่อประธานของประโยคเป็นสรรพนาม He, She, It หรือนามเอกพจน์ เช่น Mr.Brown, My friend เป็นต้น

ท้ายประโยคคำถาม ต้องมีเครื่องหมาย ? (question – mark) ด้วย
ตัวอย่าง
Have you been doing a lot of cooking ?
คุณปรุงอาหารได้เยอะแล้วยัง (ตั้งแต่เริ่มปรุงมาจนถึงบัดนี้)
Has Helen been living here long ?
เฮเลนได้มาอาศัยอยู่ที่นี่นานแล้วหรือยัง (ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้)

(4) Wh-word question (ดับเบิลยู เอช เวิด เควสเชิ่น) หรือในภาษา ไทยคือ “คำถามที่ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words ได้แก่ What, When. Where, Why, How long …. ฯลฯ’’ ประกอบด้วย
Wh-word + have/has + ภาคประธาน + been + กริยาแท้เติม ing +
ภาคกรรมหรือส่วนขยาย       
ยกเว้น “Who” ซึ่งแบ่งได้ 2 โครงสร้างคือ
Who + have/has + been + กริยาแท้เติม ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
เมื่อคำตอบเป็นภาคประธานของประโยค
Who + have/has + ภาคประธาน + been + กริยาแท้เติม ing + ส่วนขยาย
เมื่อคำตอบเป็นภาคกรรมของประโยค
ตัวอย่าง
How long have you been working for the company ?
คุณทำงานกับบริษัทนี้มานานเท่าใดแล้ว (ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน) Where have you been sleeping lately?
คุณไปนอนที่ไหนมาเมื่อเร็วๆ นี้ (ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน)
Susan has been waiting for Thomas for two hours.
A : Who has been waiting for Thomas for two hours ?
B : Susan.
ก – ใครที่รอโทมัสมาเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง
ข – ซูซาน
A : Who has Susan been waiting for two hours ?
B : Thomas.
ก – ใครคือผู้ที่ซูซานรอคอยมานานถึง 2 ชั่วโมง
ข – โทมัส

การใช้ Present Perfect Continuous
1. ใช้แสดงช่วงเวลา (duration) ของกิจกรรมหรือการกระทำที่ได้เกิดขึ้น มาในอดีต และดำเนินสืบเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่ขาดช่วง ปกติมักมีคำ หรือวลีที่แสดงเวลา (time expressions) อาทิ for (เป็นเวลา) since (ตั้งแต่) until now (จนถึงบัดนี้) all moming/evening/night/day/week/month/ year (ตลอด เช้า/บ่าย/เย็น/ กลางคืน/วัน/สัปดาห์/เดือน/ปี up to now (จนถึงเดี๋ยวนี้) all my life (ตลอดชีวิต) so far (ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา) recently/ lately (เมื่อไม่นานมานี้) อยู่ภายในประโยค
ตัวอย่าง
I have been sitting here since seven o’clock.
ผมนั่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ 7 โมงแล้ว
It has been raining all day. It is still raining right now.
ฝนตกตลอดทั้งวัน จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังคงตกอยู่
Has Mr. Smith been working in the office all day?
นายสมิธทำงานในที่ทำงานตลอดทั้งวันใช่ไหม
Susan has been waiting for a bus for an hour.
ซูซานรอคอยรถประจำทางมาเป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว

หมายเหตุ (1) since (ซิ้นซฺ) ในที่นี้หมายถึง “ตั้งแต่” แสดงจุดใดจุดหนึ่งของเวลา (a point of time) อาทิ since 4:00 (ตั้งแต่บ่าย 4 โมง) since this morning (ตั้งแต่เช้านี้) since last week (ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว) since then(ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา) เป็นต้น

(2) for (ฟอร์) ในที่นี้หมายถึง “เป็นระยะเวลา” แสดงปริมาณมากน้อยของเวลา (an amount of time) อาทิ for five minutes (เป็นระยะเวลา 5 นาที) for two days (เป็นระยะเวลา 2 วัน) for several years (เป็นระยะเวลาหลายปี) เป็นต้น

(3) all (ออล) ในที่นี้หมายถึง “ตลอดช่วงเวลา” วางหน้าคำที่แสดงช่วงเวลาหนึ่ง (a time period) อาทิ all evening (ตลอดช่วงเย็น) all week (ตลอดสัปดาห์) all semester long (ตลอดภาคการศึกษา) เป็นต้น

2. ใช้แสดงการกระทำหรือกิจกรรมที่ดำเนินเรื่อยมาในอดีตจนจบสิ้นเมื่อไม่นานมานี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระทำนั้นยังมีผลให้แลเห็นอยู่ในปัจจุบัน
ตัวอย่าง
It has been snowing before now.
หิมะตกมาตลอดก่อนหน้านี้ (ตอนนี้หยุดตกแล้ว แต่ยังมีหิมะให้แลเห็น ทั่วไปบนพื้น)
Have you been running ? You look hot.
คุณวิ่งมาใช่ไหม ดูท่าทางคุณจะร้อน (ตอนนี้ไม่ได้วิ่งแล้ว)
We have been reviewing our software development program. เราทำการทบทวนโปรแกรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ (ทำมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบันยังแลเห็นผลของการกระทำนั้น)

3. ใช้เพื่อกล่าวถึงการกระทำหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ (repeated actions or situations) ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน หรือเสร็จสิ้นเมื่อไม่นานมานี้
ตัวอย่าง
I have been having driving lessons for six months.
ผมเรียนขับรถยนต์มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว (เรียนมาตลอด ปัจจุบันก็ ยังคงเรียนอยู่)
How long have you been living in New York?
คุณอาศัยอยู่ที่นิวยอร์กมานานเท่าไรแล้ว (อาศัยอยู่โดยตลอด)

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 4,397 times, 9 visits today)