ตัวอย่างการใช้ CAUSATIVE ในภาษาอังกฤษ

ในบางครั้ง อาจจะมีบุคคลหรือองค์กร์หนึ่ง ที่ให้บริการสมาชิกแต่ละคนของสังคมนั้น โดยสมาชิกคนนั้นอาจจะจ่ายหรือไม่จ่ายเงินสำหรับการได้รับบริการก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่สถานการณ์ในครั้งนั้นๆ การชี้แสดงถึงการที่บุคคลหรือองค์กรหนึ่งๆ ที่ให้บริการ เราจะใช้คำกริยา have, get และ make
คำกริยา have นี้ รวมถึง has/had และคำกริยา get รวมถึง got และ make/made มีการใช้ดังนี้
กรณีที่ 1  ใช้โครงสร้าง have/get+something+past participle
กรณีที่ 2  ใช้โครงสร้าง have+someone+do+something
กรณีที่ 3  ใช้โครงสร้าง get+someone+to do+something
กรณีที่ 4  ใช้โครงสร้าง make+someone+do+something
ต่อไปนี้ จะขอกล่าวถึงรายละเอียดในแต่ละกรณีดังนี้
กรณีที่ 1
เราใช้โครงสร้าง have/get + something + past participle เมื่อ
1. กล่าวถึงสิ่งที่เราว่าจ้างหรือตระเตรียมให้ผู้อื่นกระทำให้เรา บุคคลที่ได้รับการว่าจ้างมาเป็นผู้ดำเนินการให้ตามเงื่อนไขของผู้ว่าจ้าง กรณีนี้เมื่อใช้ have ดูจะเป็นทางการ (formal ฟอมัล) มากกว่า get
ตัวอย่าง
I’m having my house painted at the moment.
ผมจ้างช่างมาทาสีบ้านของผมอยู่ในขณะนี้
Jane has her hair done at a hairdresser’s.
เจนให้ช่างที่ร้านทำผมทำผมของเธอ
We have our cars serviced by a garage.
เราเอารถยนต์ของเราไปรับบริการที่อู่รถแห่งหนึ่ง
We get our books printed in Hong Kong.
เราส่งหนังสือของเราไปตีพิมพ์ในฮ่องกง
2. เราไม่ได้ตระเตรียมหรือว่าจ้างให้ผู้อื่นทำสิ่งนั้นให้เรา แต่เป็นเพราะผลของการกระทำของเราเอง ซึ่งมักจะเป็นเพราะความสะเพร่า ไม่ระมัดระวังเอง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ตัวอย่าง
I had my car stolen last month.
รถยนต์ของผมถูกลักขโมยเมื่อเดือนที่แล้ว(เพราะความสะเพร่าของผมเอง) Sue had one of her teeth broken yesterday.
ซูทำฟันของเธอหักไปซี่หนึ่งเมื่อวานนี้ (เพราะความประมาทของเธอเอง)
3. เป็นการสั่งการ (order ออเดอะ) หรือขอร้องแกมสั่ง ลักษณะนี้เกิดใน ประโยคคำสั่ง (imperative อิมเพอระทิฟวฺ) ความแตกต่างระหว่างการใช้ have และ get ในกรณีนี้คือ เมื่อใช้ get ดูจะเป็นคำสั่งที่แข็งกร้าวหรือสุภาพน้อยกว่าการใช้ have
ตัวอย่าง
1A : Have your shoes polished by the boot boy.
เอารองเท้าของคุณไปให้เด็กขัดรองเท้าขัด
1B : Get your shoes polished!
เอารองเท้าไปขัด
2A : Please have my evening suit pressed. I’m dining out.
ช่วยเอาชุดใส่ตอนเย็นของผมไปรีดที ผมจะออกไปทานอาหารข้างนอก
2B : Get my evening suit pressed! I’m dining out.
เอาชุดใส่ตอนเย็นของผมไปรีด ผมจะออกไปทานอาหารข้างนอก
อธิบาย จากตัวอย่าง 1A อาจจะเป็นคำพูดของผู้จัดการโรงแรม ที่พูดกับแขกที่มาพักในโรงแรม ส่วนตัวอย่าง 2A อาจจะเป็นคำพูดของแขกที่มาพัก ที่กล่าวกับผู้จัดการโรงแรม
จากตัวอย่าง 1B อาจจะเป็นคำพูดของพ่อแม่ที่อารมณ์เสีย ที่กล่าวกับลูก ส่วนตัวอย่าง 2B อาจจะเป็นคำพูดของแขกนิสัยกักขฬะที่พักในโรงแรม ที่กล่าวกับพนักงานโรงแรม
กรณีที่ 2
เราใซ้โครงสร้าง have + someone + do + something เมื่อ ต้องการมุ่งเน้นบุคคลที่กระทำสิ่งหนึ่งๆ ให้เรา ไม่ได้เน้นการกระทำเป็นสำคัญ สิ่งที่พึงสังเกตคือ หลังคำกริยา have ตามด้วยบุคคล และตามด้วยคำกริยาช่อง 1 ก่อนจะตามด้วยสิ่งที่กระทำ ดังนั้นโครงสร้างกรณีนี้จึงสามารถเขียนให้ดูง่ายขึ้นคือ
have + someone + verb 1 (Present form) + something
ตัวอย่าง
1. We have heard the previous speakers.
Now we shall have the chairman give his opinion.
เราได้ฟังผู้ปาฐกเดิมแล้ว
ตอนนี้ เราจะให้ประธานกล่าวแสดงความเห็นบ้าง
2. What a woman! She had me show her every hat in the shop and she didn’t buy anything.
ผู้หญิงอะไร เธอให้ผมเอาหมวกทุกใบในร้านมาให้ดู แล้วก็ไม่ซื้ออะไรเลย
3. You have broken my window with your football.
I’ll have you pay for it.
คุณทำหน้าต่างบ้านของผมแตกด้วยลูกฟุตบอลของคุณ
คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย
4. Don’t be impudent young man!
I’ll have you know that I’m the manager here.
คุณอย่าทำจองหอง จะบอกให้คุณรู้ ผมเป็นผู้จัดการที่นี่
5. My wife and I would like to have you come to dinner today. ภรรยาและผมอยากจะเชิญชวนให้คุณมาทานอาหารเย็นวันนี้
อธิบาย คำกริยา have ในตัวอย่างที่ 1 แสดงความหมายเชิงกล่าวเชิญ (invitation อินวิเทเชิ่น) ตัวอย่างที่ 2 แสดงการต่อว่า วิพากษ์วิจารณ์ (criticism คริทิซิซึ่ม) ตัวอย่างที่ 3 แสดงการบังคับสั่งการ (force and demand ฟอซ แอนดฺ ดิแมนดฺ) ตัวอย่างที่ 4 แสดงอำนาจ (power พาวเวอะ) และตัวอย่างที่ 5 แสดงการเชื้อเชิญ
กรณีที่ 3
เราใช้โครงสร้าง get + someone + to do + something เมื่อต้องการมุ่งเน้นบุคคลที่กระทำสิ่งหนึ่งๆ ให้เรา โดยอาจจะเป็นการจูงใจ (persuasion เพอซูเอเชิ่น) การแนะนำ (suggestion ซักเจสเชิ่น) ขู่บังคับ (coaxing โค้กซิ่ง) สิ่งที่พึงสังเกตคือ หลังคำกริยา get ตามด้วยบุคคล และตามด้วย to + verb1 (Present form) ก่อนจะตามด้วยสิ่งที่กระทำ ดังนั้นโครงสร้างกรณีนี้จึงเขียนให้ดูง่ายขึ้นคือ
get + someone + to + verbi + something
ตัวอย่าง
1. Mrs. Carter can get her husband to do anything she likes.
นางคาร์เตอร์สามารถบังคับให้สามีของเธอทำอะไรก็ได้ที่เธอชอบ
2. Mary has spent all her money. She’ll get her father to give her more.
แมรี่ได้ใช้จ่ายเงินจนหมดสิ้น เธอจะอ้อนวอนให้พ่อของเธอจ่ายเงินให้มากขึ้น
3. Peter has been trying to get Mary to marry him for years.
ปีเตอร์ใช้ความพยายามมาตลอดหลายปีอ้อนวอนให้แมรี่แต่งงานกับเขา
4. The director hopes to get the bank to advance sufficient capital.
ผู้อำนวยการหวังให้ธนาคารจ่ายเงินทุนให้เพียงพอล่วงหน้า
5. I couldn’t get the camel to kneel down so I had to use a ladder.
ผมไม่สามารถบังคับให้อูฐคุกเข่าลงได้ ดังนั้นผมจึงต้องใช้บันได
อธิบาย คำกริยา get ในตัวอย่างที่ 1 และ 5 แสดงความหมายเชิงบังคับ ตัวอย่างที่ 2-3 แสดงการอ้อนวอน และตัวอย่างที่ 4 แสดงการจูงใจ
กรณีที่ 4
เราใช้โครงสร้าง make + someone + do + something เมื่อต้องการจะบอกว่าให้ใครทำสิ่งนั้นๆ ให้ นั่นคือ หลัง make จะบ่งแสดงความ หมายว่า บุคคลหรือสิ่งหนึ่งๆ ทำให้บุคคลเกิดลักษณะกิริยาอาการอย่างหนึ่ง สิ่งที่พึงสังเกตคือ หลังคำกริยา make (รวมถึง made ด้วย) ตามด้วยบุคคล และตามด้วยคำกริยาช่อง 1 (Present form of the verb) ก่อนจะตามด้วยสิ่งหนึ่งๆ ดังนั้นโครงสร้างกรณีนี้จึงเขียนให้ดูง่ายขึ้นคือ
make + someone + verb 1 (Present form) + something
ตัวอย่าง
1. I made my brother carry my luggage.
ฉันให้น้องชายถือกระเป๋าเดินทางของฉัน
2. Mrs.Lee makes her son clean his bedroom.
นางลีสั่งให้บุตรชายของเธอทำความสะอาดห้องนอนของเขา
3. Sad movies made me cry.
ภาพยนตร์เศร้าทำให้ฉันร้องไห้
อธิบาย คำกริยา make ในตัวอย่างที่ 1 แสดงความหมายในเชิงการให้ บุคคลกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ ซึ่งมักจะเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของอีกฝ่าย ตัวอย่างที่ 2 แสดงการบังคับให้บุคคลหนึ่งๆ กระทำสิ่งหนึ่ง และตัวอย่างที่ 3 แสดงความหมายว่า สิ่งหนึ่งได้ทำให้บุคคลเกิดอาการความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา
เปรียบเทียบ The Causative กับ Active และ Passive
ตามที่ทราบมาแล้วว่า เราใช้ Active(A) เพื่อบรรยายสิ่งที่บุคคลหรือองค์กรนั้นๆ กระทำ กล่าวคือ เน้นตัวผู้กระทำ ส่วน Passive (P) ใช้เพื่อบรรยายการถูกกระทำ กล่าวคือ ไม่เน้นตัวผู้กระทำ
ตัวอย่าง
1A : I am servicing the car.
ผมกำลังให้บริการ (เช่น ซ่อม) รถยนต์
2P : The car is being serviced.
รถยนต์กำลังถูกให้บริการ
2A : Jack had built a house.
แจ็คได้สร้างบ้านหลังหนึ่ง
2B : A house had been built by Jack.
บ้านหลังหนึ่งถูกสร้างโดยแจ็ค
แต่สำหรับ The Causative (C) เราใช้เพื่อเน้นยํ้าความเป็นจริงที่ว่า เราเป็นบุคคลที่ให้ผู้อื่นกระทำการนั้นๆ ให้ อาจจะโดยการว่าจ้าง ขอร้อง เชิญชวน บังคับ ขู่เข็ญ หรือสั่งการก็ได้
ตัวอย่าง
1C : I am having the car serviced.
ผมว่าจ้างให้ช่างซ่อมรถยนต์ให้
I am having Jim service the car.
ผมว่าจ้างจิมให้ซ่อมรถยนต์ให้
2C : Jack had a house built.
แจ็คได้ว่าจ้างให้คนมาสร้างบ้านให้
Jack had the construction company build a house.
แจ็คได้ว่าจ้างให้บริษัทก่อสร้างสร้างบ้านให้
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 5,333 times, 1 visits today)