ข้อสังเกตการใช้Countable and Uncountable nouns

Countable nouns (เค้าเทเบิล นาวสฺ) คือ ชื่อของสิ่งต่างๆ บุคคล หรืออื่นๆ ที่เราสามารถนับเป็นชิ้นเป็นอันเป็นตัวได้ เช่น เราสามารถพูดว่า
เอกพจน์
one cup (วัน คัพ) ถ้วย 1 ใบ
one egg (วัน เอ้ก) ไข่ 1 ฟอง
พหูพจน์
two cups (ทู คัพสฺ) ถ้วย 2 ใบ
five eggs (ไฟ้วฺ เอ้กสฺ) ไข่ 5 ฟอง
Uncountable nouns (อันเค้าเทเบิล นาวสฺ) คือ ชื่อของสิ่งต่างๆ ที่เราไม่สามารถนับได้ เช่น เราไม่สามารถพูดว่า
one rice X            two rices X
ข้อสังเกต จากตัวอย่างที่ยกมา Countable nouns เป็นได้ทั้งรูปเอกพจน์ (singular form ซิงกิวเลอะ ฟอม) และพหูพจน์(plural form พลูเริล ฟอม) ส่วน Uncountable nouns มีเพียงรูปเอกพจน์ไม่สามารถวางคำแสดงจำนวนนับไว้ข้างหน้าได้ และไม่มีรูปพหูพจน์
ปกติหน้าคำนามนับได้รูปเอกพจน์ เรามักจะใช้คำ อาทิ a, an, one หรีออื่นๆ
ตัวอย่าง
I’ve got an egg. ฉันมีไข่ 1 ฟอง
He has a dog. เขามีสุนัข 1 ตัว
ในกรณีของคำนามนับได้พหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้ เราอาจจะใช้คำว่า some (ซัม) แปลว่า “มีอยู่บ้าง” วางหน้านามก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช้คำว่า some เลยก็ได้
ตัวอย่าง
We’ve got some oranges.     เรามีส้มอยู่บ้าง
There’s some petrol.         มีน้ำมันอยู่บ้าง
We’ve got oranges.             เรามีส้ม
There’s petrol.                 มีนํ้ามัน
คำนามต่อไปนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ ได้แก่
advice (แอ็ดไวซฺ)    คำแนะนำ
bread (เบรด)        ขนมปัง
furniture (เฟอนิเชอะ) เครื่องเรือน
hair (แฮ)            ผมบนศีรษะ
information (อินฟอเมเชิ่น) ข้อมูล
money (มันนิ)        เงิน
news (นิวสฺ)        ข่าว
weather (เวเธอะ)    อากาศ
spaghetti (สปาเก็ททิ)    สปาเก็ตตี
ฉะนั้น
He’s got a bread. (ผิด)
He’s got some bread. (ถูก)
Her hairs are lovely. (ผิด)
Her hair is lovely.(ถูก)
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า เราไม่สามารถนับคำนามที่เป็นนามนับไม่ได้ หากประสงค์จะนับจำนวนก็มีวิธี นั่นคือให้นับจำนวนภาชนะที่บรรจุคำนามนับไม่ได้ ได้แก่ glass (กลาส) = แก้ว, packet (เพ็กเค็ท) = ห่อ, carton (คาร์ทัน) = กล่อง, bottle (บ็อทเทิล) = ขวด, litre (ลิเทรอะ) = ลิตร, can (แคน = กระป๋อง, loaf (โลฟ) = ก้อน เช่น
a glass of water (เออะ กลาส ออฟ วอเทอะ) น้ำ 1 แก้ว
two packets of rice (ทู แพ็กเค็ทสฺ ออฟ ไรซฺ) ข้าว 2 ห่อ
three cartons of milk
(ธรี คาร์ทันสฺ ออฟ มิลคฺ)
นม 3 กล่อง
A bottle of oil
(เออะ บ็อททึ่น ออฟ ออย)
น้ำมัน 1 ขวด
two cans of lemonade
(ทู แคนสฺ ออฟ เลเมอะเนด)
นํ้ามะนาว 2 กระป๋อง
A loaf of bread
(เออะ โลฟ ออฟ เบรด)
ขนมปัง 1 ก้อน
ข้อสังเกต He’s got some bread. (นับไม่ได้)
He’s got a loaf of bread. (นับได้)
There’s some milk. (นับไม่ได้)
There are three cartons of milk. (นับได้)
คำนามส่วนมากในภาษาอังกฤษจัดอยู่ในประเภทของคำนามนับได้ นั่นก็หมายถึงว่า คำนามประเภทนี้มีทั้งรูปเอกพจน์ (singular form ซิงกิวเลอะ ฟอม) และรูปพหูพจน์ (plural form พลูเริล ฟอม) ซึ่งกฎเกณฑ์ในการเปลี่ยนคำนามนับได้จากรูปเอกพจน์เป็นรูปพหูพจน์มีดังนี้
1. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ส่วนมากเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยการเติม -s เช่น a book – two books, a bus stop – three bus stops, a holiday – five holidays, a computer game – computer games ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
I haven’t read a book for ages.
ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งมานานแล้ว
พหูพจน์
I haven’t read books for ages.
ผมไม่ได้อ่านหนังสือมานานแล้ว
เอกพจน์
We need a holiday a year.
เราต้องการวันหยุดสักครั้งหนึ่งในหนึ่งปี
พหูพจน์
We need at least three holidays a year.
เราต้องการวันหยุดอย่างน้อยที่สุดสามครั้งในหนึ่งปี
2. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย -ss, -s, -ch, -sh, -x เปลี่ยน เป็นรูปพหูพจน์ได้โดยการเติม -es เช่น a class – two classes, a bus – many buses, a Swiss watch – a few Swiss watches, a dish – two dishes, a box – three boxes ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
I’m in class 4.
ผมเรียนอยู่ชั้น ป.4
พหูพจน์
I have two classes today.
วันนี้ผมมีเรียนสองวิชา
เอกพจน์
Put that box over there.
วางกล่องใบนั้นที่โน่น
พหูพจน์
Put those boxes over there.
วางกล่องเหล่านั้นที่โน่น
3. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย -0 เปลี่ยนเป็นรูป พหูพจน์โดยการเติม -es เช่น a potato – some potatoes, a tomato – many tomatoes แต่คำนามนับได้รูปเอกพจน์บางคำซึ่งมีเป็นส่วนน้อยที่เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยเติม –s เช่น a radio – many radios, a piano – two pianos, a photo – a lot of photos ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
Is that a potato ?
นั่นใช่มันฝรั่งหัวหนึ่งหรือเปล่า
พหูพจน์
Are those potatoes?
เหล่านั้นเป็นมันฝรั่งใช่ไหม
เอกพจน์
This is my photo.
นี้เป็นรูปถ่ายของผม
พหูพจน์
These are your photos.
รูปถ่ายเหล่านี้เป็นของคุณ
4. คำนามนับได้รูปเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย “อักษรพยัญชนะ + y” เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ดังนี้คือ “อักษรพยัญซนะ + ies” นั่นคือเปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es โดยมีข้อแม้ว่าหน้า y ต้องเป็นอักษรพยัญชนะ เช่น a country – many countries, a baby – two babies, a lady – many ladies แต่ถ้าอักษรหน้า y ของคำนามนับได้รูปเอกพจน์นั้นเป็นอักษรสระ ได้แก่ a, e, i, o, u เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ โดยการเติม -s เช่น a day – three days, a boy – a few boys, a toy – many toys ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
We visited a country in Europe.
เราได้ไปเที่ยวประเทศหนึ่งในยุโรป
พหูพจน์
We visited many countries in Europe.
เราได้ไปเที่ยวหลายประเทศในยุโรป
เอกพจน์
I wil stay here for a day.
เราจะพักอยู่ที่นี่หนึ่งวัน
พหูพจน์
I will stay here for three more days.
เราจะพักอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสามวัน
5. คำนามนับได้รูปเอกพจน์บางคำมีรูปพหูพจน์โดยไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวมา ต้องอาศัยการจำหรือใช้บ่อยๆ ได้แก่ a woman – two women, a man – men, a tooth – many teeth, a mouse – a few mice, a fish – a lot of fish, a sheep – many sheep, a child – few children, a person -people, a foot – feet, a louse – a few lice, a deer – deer, an ox – two oxen ฯลฯ
ตัวอย่าง
เอกพจน์
That child is naughty.
เด็กคนนั้นซุกซน
พหูพจน์
Those children are naughty.
เด็กๆ เหล่านั้นซุกซน
เอกพจน์
A person just arrived here.
มีคนหนึ่งเพิ่งมาถึงที่นี่
พหูพจน์
A lot of people came here.
มีหลายคนมาที่นี่แล้ว    .
คำนามนับไม่ได้
คำนามนับไม่ได้ เป็นคำนามที่เราไม่สามารถนับได้โดยตรง คำนามประเภทนี้ มักใช้เครื่องตวงวัดเป็นเครื่องมือในการนับ ฉะนั้นจึงพอสรุปกฎเกณฑ์การใช้ได้ดังนี้
1. คำนามนับไม่ได้ไม่มีรูปพหูพจน์ เช่น rain, milk, money, ice, rice, work(งาน), snow, coffee, tea, air ฯลฯ
ตัวอย่าง
ผิด Coffees are bad for your health.
ถูก Coffee is bad for your health.
กาแฟเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ผิด If you need to change moneys, go to the bank.
ถูก If you need to change money, go to the bank.
ถ้าคุณต้องการแลกเปลี่ยนเงิน จงไปที่ธนาคาร
2. หากคำนามนับไม่ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งประธาน (subject ซับเจ็ก ทฺ) ของประโยค จะต้องใช้กริยาในรูปเอกพจน์ (singular verb ซิงกิวเลอะ เวิบ)
ตัวอย่าง
ผิด Rices are the basic ingredient of Eastern cooking.
ถูก Rice is the basic ingredient of Eastern cooking.
ข้าวเป็นส่วนประกอบหลักของการปรุงอาหารในซีกโลกตะวันออก
ผิด Waters are more important than food in the desert.
ถูก Water is more important than food in the desert.
ในทะเลทราย นํ้าสำคัญกว่าอาหาร
3. ไม่สามารถใช้ a, an หรือคำที่แสดงจำนวนตัวเลขเพื่อนับคำนามนับไม่ได้
ตัวอย่าง
ผิด My sister started a work when she was sixteen.
ถูก My sister started work when she was sixteen.
พี่สาวของผมเริ่มทำงานเมื่ออายุได้ 16 ปี
ผิด Last winter we had five ices on the lakes.
ถูก Last winter we had ice on the lake.
เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา น้ำในทะเลสาบได้กลายเป็นน้ำแข็ง
4. หน้าคำนามนับไม่ได้ เราสามารถใช้ some, much, any, a lot of, (a) little, plenty of, lots of ได้ เมื่อกล่าวถึงปริมาณของสิ่งนั้น แต่ เราไม่ สามารถใช้คำว่า many, (a) few หน้าคำนามนับไม่ได้ ได้
ตัวอย่าง
ผิด We want to buy many breads.
ถูก We want to buy some bread.
เราต้องการซื้อขนมปัง
ผิด There’s a few petrol in the car.
ถูก There’s a little petrol in the car.
มีนํ้ามันเล็กน้อยในรถยนต์
5. คำนามบางคำสามารถเป็นได้ทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ กล่าวคือ หากเป็นคำนามนับไม่ได้จะมีความหมายทั่วๆ ไป เช่น cheese (เนยแข็ง), glass (วัสดุแก้ว), paper (กระดาษ), iron (แร่เหล็ก), hair (ผมบนศีรษะ) แต่หากเป็นคำนามนับได้จะหมายถึงชนิดนั้นหรือมีความหมายเป็นอย่างอื่นเช่น 20 different cheeses (เนยแข็งชนิดต่างๆ 20 ชนิด), glasses (แว่นตา, แก้วน้ำ), a paper (หนังสือพิมพ์), an iron (เตารีด), a hair (ผม 1 เส้น)
ตัวอย่าง
นามนับไม่ได้
I hate cheese.
ผมเกลียดเนยแข็ง
นามนับได้
I bought 20 different cheeses.
ผมได้ซื้อเนยแข็งมา 20 ชนิด
นามนับไม่ได้
It’s made of glass.
มันทำมาจากวัสดุแก้ว
นามนับได้
I had a glass of Coca-Cola.
ผมมีเครื่องดื่มโคคา-โคลา 1 แก้ว
นามนับไม่ได้
Books are made of paper.
หนังสือทำมาจากกระดาษ
นามนับได้
Buy me a paper, please.
กรุณาซื้อหนังสือพิมพ์มาให้ผมด้วย
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 2,282 times, 5 visits today)