การใช้ Prepositions of time ในภาษาอังกฤษ

Prepositions of time คือ คำบุพบทที่ใช้กับเวลา ที่ควรทราบได้แก่
กลุ่มที่ 1 : at, in, on
กลุ่มที่ 2 : during, for, while, since
กลุ่มที่ 3 : by, till/until, from..to, before, after
กลุ่มที่ 4 : on time, in time

กลุ่มที่ 1: at, in, on
1. ใช้ at ในกรณีต่อไปนี้
at + time เช่น
at 2 p.m.     at 6.30     at midnight     at noon (= at 12)
at lunchtime     at night     at midday     at this/that time
at dawn     at dusk
at + weekends เช่น at weekends     at the weekend
at + เทศกาล/วันหยุดนักขัตฤกษ์ เช่น at Christmas     at Easter
at + อายุ เช่น at the age of 14
ตัวอย่าง
A : Shall we go swimming at 3 p.m. ?
B : That’s fine.
ก – เราไปว่ายนํ้าด้วยกันตอนบ่าย 3 โมงดีไหม
ข – ตกลง
A : When could you swim ?
B : At the age of six.
ก – คุณว่ายน้ำเป็นเมื่อไร
ข – เมื่ออายุ 6 ปี

2. ใช้ in ในกรณีต่อไปนี้
in + ส่วนของวัน เช่น
in the morning     in the afternoon     in the evening
in + เดือน เช่น
in July     in March     in December     in August     in April
in + ปี เช่น
in 2000     in 1990     in 1968     in the year 2050     in 1948
in + ฤดูกาล เช่น
in (the) summer     in (the) winter     in (the) spring
in + ศตวรรษ เช่น
in the 20th century     in the 19th century
in + ช่วงเวลา เช่น
in Ramadan (ช่วงรอมฎอน ในศาสนาอิสลาม) in a week’s time
ตัวอย่าง
A : What will the world be like in the year 2050 ?
B : It will be overpopulated.
ก – โลกจะเป็นเช่นไรในปี ค.ศ. 2050
ข – ประชากรจะล้นโลก
A : What did Nostradamus say ?
B : He said World War III would break out in the 21st century.
ก – นอสตราดามุสกล่าวว่าอะไร
ข – เขากล่าวว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21

3. ใช้ on ในกรณีต่อไปนี้
on + วัน เช่น
on Monday     on Wednesday     on Christmas day
on + วัน + ส่วนของวัน เช่น
on Monday morning     on Wednesday night
on + วัน + วันที่ เช่น
on 4th June     on Monday, July 14     on December 1st
on + โอกาสพิเศษ เช่น  on my birthday     on that day
on + วันเฉลิมฉลอง เช่น
on New Year’s Day     on Christmas day
ตัวอย่าง
A : What will you be doing on New Year’s Day ?
B : We’ll be having a party.
ก – คุณจะทำอะไรในวันปีใหม่
ข – เราจะจัดงานเลี้ยง
A : Do you study on Saturday ?
B : No.
ก – คุณเรียนวันเสาร์หรือเปล่า
ข-ไม่

4. ไม่ใช้คำบุพบท at, on, in หน้าคำต่อไปนี้คือ next, last, every, all, each, some, any และ one
เช่น on next Monday X        next Monday /
in this evening X            this evening /
at every weekend X            every weekend /
in last summer X            last summer /
ตัวอย่าง
A :    What did you do last Friday ?
B :    We went to Rayong.
ก –    คุณทำอะไรเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
ข –    เราไประยอง
A :    What do you usually do every weekend ?
B :    I usually play tennis.
ก –    ปกติคุณทำอะไรทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
ข –    ปกติผมเล่นเทนนิส

5. ไม่ใช้คำบุพบท at, on, in หน้าคำต่อไปนี้คือ tomorrow, yesterday เช่น
in tomorrow evening X
tomorrow evening /
at yesterday midnight X
yesterday midnight /
ตัวอย่าง
A : What are you doing tomorrow afternoon ?
B : I’m attending a business conference.
ก – คุณจะทำอะไรบ่ายวันพรุ่งนี้
ข – ผมจะเข้าประชุมธุรกิจ
A : What did you do yesterday evening ?
B : I went to the cinema.
ก – คุณทำอะไรเมื่อเย็นวานนี้
ข – ผมไปชมภาพยนตร์

6. ใช้ in เมื่อเอ่ยถึงช่วงเวลาในอนาคต เช่น in half an hour, in two weeks, in early April, in two months, in an hour
ตัวอย่าง
A : When will you finish your work ?
B : In an hour.
ก – คุณจะทำงานเสร็จเมื่อไร
ข – ในอีกหนึ่งชั่วโมง
We’re meeting in three weeks.
เราจะประชุมในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า

7. ใช้ in เพื่อบอกว่าในกิจกรรมหรือการกระทำนั้นๆ จะใช้เวลายาวนาน เท่าไร เช่น in an hour, in ten minutes, in a year, in ten years
ตัวอย่าง
I can walk from my home to the town center in only ten minutes. ผมสามารถเดินจากบ้านไปยังใจกลางเมืองได้โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที
We can drive from Chonburi to Bangkok in fifty minutes.

เราสามารถขับรถจากชลบุรีไปกรุงเทพโดยใช้เวลา 50 นาที
ข้อควรจำ ไม่ใช้ in, on, at กับช่วงเวลาที่มีคำว่า this, next, every, tomorrow, yesterday, last ประกอบด้วย
ตัวอย่าง
We are very busy this weekend.
เรายุ่งมากในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้
Do you work every Saturday?
คุณทำงานทุกวันเสาร์หรือเปล่า
He came to see me yesterday evening.
เขามาหาผมเมื่อเย็นวานนี้
They met me last Friday.
พวกเขาได้พบกันเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

กลุ่มที่ 2 : during, for, while, since
1. ใช้ in หรือ during เมื่อเอ่ยถึงช่วงเวลา ทั้งสองคำนี้มีความหมายอย่างเดียวกัน
ตัวอย่าง
We were in Paris during/in the summer.
เราอยู่ในปารีสในช่วงฤดูร้อน
It rained during/in the night.
ฝนตกในช่วงกลางคืน

2. ใช้ during เมื่อกล่าวถึงการกระทำหรือกิจกรรมที่ดำเนินไปโดยตลอด ในช่วงเวลาหนึ่ง
ตัวอย่าง
ผิด We were in Rome in the whole of the summer.
ถูก We were in Rome during the whole of the summer.
เราอยู่ที่โรมตลอดช่วงฤดูร้อน
ผิด I’ll be in Paris in the whole of June.
ถูก I’ll be in Paris during the whole of June.
ผมจะอยู่ปารีสตลอดเดือนมิถุนายน

3. ใช้ during ไม่ใช้ in เมื่อกล่าวถึงกิจกรรม อาทิ การเยี่ยมเยียน (a visit) การทานอาหาร (a meal)
ตัวอย่าง
ผิด We visited the Colosseum in our visit to Rome.
ถูก We visited the Colosseum during our visit to Rome.
เราได้ไปชมโคลอสเซียมในช่วงที่เราไปเยือนกรุงโรม
ผิด In lunch I explained my plans.
ถูก During lunch I explained my plans.
ในช่วงที่ทานอาหารเที่ยง ผมได้อธิบายถึงแผนการของผม

4. ใช้ for เพื่อกล่าวถึงระยะเวลาที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมหนึ่งๆ ว่า ยาวนานเท่าไร เช่น for two hours, for three weeks, for five years
ตัวอย่าง
It has been raining for two days.
ฝนตกมาตลอดเป็นเวลา 2 วันแล้ว
We were in Rome for ten days.
เราอยู่ที่กรุงโรมเป็นเวลา 10 วัน

5. สำหรับ while มีความหมายเช่นเดียวกับ during แต่ต่างกันตรงโครงสร้างคือ
during + noun            while+ clause

คำว่า clause (คลอส) หมายถึง ข้อความที่มีโครงสร้างเช่นเดียวกับ sentence (เซ็นเท้นซฺ) หรือ “ประโยค” นั่นคือประกอบด้วย “ภาคประธาน + ภาคกริยา + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย (ถ้ามี)”
ตัวอย่าง
I met Susan during my holidays.
I met Susan while I was on holiday.
ผมพบกับซูซานในช่วงที่ผมไปพักผ่อนวันหยุด
It started to rain during their picnic.
It started to rain while they were having a picnic.
ฝนได้ตกลงมาในช่วงที่พวกเขากำลังปิกนิก

6. ใช้ since (ซิ้นซฺ) ในความหมายว่า “ตั้งแต่” เมื่อเรากล่าวถึงจุดเริ่ม ต้นของเหตุการณ์หรือการกระทำ (starting point of the period) หากนำมาเทียบเคียงกับ for จะพบว่า for ใช้เพื่อบ่งบอกความยาวของช่วงเวลา (length of the period) และพบว่าตั้ง 2 คำมักจะถูกนำมาใช้ใน Present perfect tense
ตัวอย่าง
I have been waiting for two hours.
ผมรอมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว
I have been waiting since 1 o’clock.
ผมรอมาตั้งแต่บ่ายโมง
He’s known her for six months.
เขาได้รู้จักเธอมาเป็นเวลา 6 เตอนแล้ว
He’s known her since April.
เขาได้รู้จักกับเธอมาตั้งแต่เดือนเมษายน

กลุ่มที่ 3 : by, till/until, from..to, before, after
1. ใช้ until (อันทิล) หรือ till (ทิล) ในความหมายว่า “จนกระทั่ง, จนถึง” (up to the time when)
ตัวอย่าง
I’ll stay here until/till Sunday.
ผมจะอยู่ที่นี่จนถึงวันอาทิตย์
He’ll be out until/till 11 o’clock.
เขาจะออกไปข้างนอกจนถึงเวลา 11.00 น.

2. ใช้ by (บาย) ในความหมายว่า “ไม่เกินเวลาที่เอ่ยถึงนั้น” (not later than)
ตัวอย่าง
I’ll have to leave here by Sunday.
ผมจะต้องออกจากที่นี่ไม่เกินวันอาทิตย์
He’ll be home by 11 o’clock.
เขาจะมาถึงบ้านไม่เกิน 11.00 น.

3. ใช้ from…to/until/till ในความหมายว่า “จากหรือตั้งแต่ (วัน, เวลา, เดือน, ปี, …) …จนถึง (วัน, เวลา, เดือน, ปี,…)”
ตัวอย่าง
The shop opens from 8.30 to 5.30 every day.
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 8.30 น. จนถึงบ่าย 5.30 น.
I’ll be on holiday from Monday until/till Friday next week.
ผมจะไปพักผ่อนวันหยุดตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์สัปดาห์หน้า

4. ใช้ before (บิฟอ) ในความหมายว่า “ก่อน” (earlier than that time or event)
ตัวอย่าง
We arrived home just before 2 o’clock.
เรามาถึงบ้านก่อนบ่าย 2 โมง
Can I see you before you go ?
ผมมาพบคุณก่อนที่คุณจะไปได้ไหม

5. ใช้ after (อัฟเทอะ) ในความหมายว่า “หลังจาก” (later than that time or event)
ตัวอย่าง
He was ill after eating the meal.
เขาป่วยหลังจากรับประทานอาหารเข้าไป
After dinner we went for a walk in the park,
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จเราได้ออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ

กลุ่มที่ 4  on time, in time
1. ใช้ on time (ออน ไทมฺ) ในความหมายว่า “ตรงเวลา” (at exactly the right time)
ตัวอย่าง
The 10 o’clock train arrived on time.
รถไฟเที่ยว 10 นาฬิกา มาถึงตรงเวลา
You must attend class on time next time.
ครั้งหน้าคุณจะต้องเข้าชั้นเรียนให้ตรงเวลา

2. ใช้ in time (อิน ไทม) ในความหมายว่า “ทันเวลาพอดี” (early enough)
ตัวอย่าง
We arrived at the station in time to catch the train.
เรามาถึงสถานีทันเวลาพอดีที่จะขึ้นรถไฟ
I won’t be home in time for dinner today.
วันนี้ผมคงจะกลับไปไม่ทันทานอาหารเย็นได้ทันเวลา

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 4,004 times, 27 visits today)