การใช้ Past Perfect Continuous ในภาษาอังกฤษ

Past Perfect Continuous (พาสทฺ เพอเฟ็กทฺ เคินทินิวเอิส) เป็นอีกรูป กาลหนึ่งในภาษาอังกฤษ ซึ่งบางคนเรียก Past Perfect Progressive (พาสทฺ เพอเฟ็กทฺ โพรเกรสซิฟวฺ) ซึ่งมีรูปและหลักการใช้ดังต่อไปนี้

รูปของ Past Perfect Continuous
(1) Statement form (สเตทเม้นทฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป บอกเล่า” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + had + been + กริยาแท้ ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย had รูปย่อคือ ’d
ตัวอย่าง
Sue had been walking for half an hour when it started to rain.
ซูเดินมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วเมื่อฝนเริ่มตก
I’d been living in London for two years when the war broke out.
ผมอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอนได้ 2 ปีแล้ว เมื่อสงครามได้อุบัติขึ้น

(2) Negative form (เนเกอทิฟวฺ ฟอม) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “รูป ปฏิเสธ” ประกอบด้วย
ภาคประธาน + had + not + been + กริยาแท้ ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
อธิบาย had not รูปย่อคือ’d not หรือ hadn’t
ตัวอย่าง
We’d not been talking about Peter when he entered the room.
เราไม่ได้พูดกันถึงเรื่องปีเตอร์เมื่อเขาเข้ามาในห้อง
Sue hadn’t been dreaming when her husband arrived home.
ซูไม่ได้ฝัน เมื่อสามีของเธอมาถึงบ้าน

(3) Yes-No question (เยส โน เควสเชิ่น) หรือในภาษาไทยคือ “คำถาม ที่ผู้ตอบจะตอบว่า Yes/No” ประกอบด้วย
Had + ภาคประธาน + been + กริยาแท้ ing + ภาคกรรมหรือส่วนขยาย
ตัวอย่าง
Had Sue been walking for half an hour when it started to rain?
ซูเดินมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วใช่ไหม เมื่อฝนเริ่มตก
Had he been working there for 10 years when he retired ?
เขาทำงานที่นั่นมาได้ 10 ปีแล้วใช่ไหม เมื่อเขาเกษียณ

(4) Wh-word question (ดับเบิลยู เอช เวิด เควสเชิ่น) หรือในภาษา ไทยคือ “คำถามที่ขึ้นต้นประโยคด้วย Wh-words ได้แก่ What, When, Where, Why, How long, … ฯลฯ” ประกอบด้วย
Wh-word + had + ภาคประธาน + been + กริยาแท้ ing + ส่วนขยาย

ยกเว้น “Who” ซึ่งแบ่งได้ 2 โครงสร้างคือ
Who + had + been + กริยาแท้ ing + ส่วนขยาย
เมื่อคำตอบทำหน้าที่เป็นภาคประธานของประโยค Who + had + ภาคประธาน + been + กริยาแท้ ing + ส่วนขยาย
เมื่อคำตอบทำหน้าที่เป็นภาคกรรมในประโยค
ตัวอย่าง
For how long had Sue been working when it started to rain?
Sue had been working for half an hour when it started to rain.
A : Who had been working for half an hour when it started to rain ?
B : Sue.
ก – ใครที่ทำงานมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว เมื่อฝนเริ่มตก
ข – ซู
Sue had been talking to Peter for ten minutes when a thief broke in.
A : Who had Sue been talking to for ten minutes when a thief broke in?
B : Peter.
ก – ซูคุยกับใครเป็นเวลา 10 นาทีแล้ว เมื่อขโมยได้งัดเข้ามา
ข – ปีเตอร์

การใช้ Past Perfect Continuous
1. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นและดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมาหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ (continuously or repeatedly) ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ปกติจะมีข้อความที่แสดงช่วงเวลาในอดีตชี้แสดงอยู่
ตัวอย่าง
They had been talking for over an hour before Tony arrived.
พวกเขาได้คุยกันมาเป็นเวลากว่าชั่วโมงแล้ว ก่อนที่โทนี่มาถึง
She had been working at that company for three years when it went out of business.
เธอได้ทำงานที่บริษัทนั้นมาเป็นเวลาครบ 3 ปีแล้ว เมื่อบริษัทเลิกกิจการ

ข้อสังเกต รูปกริยาใน Past Perfect Continuous แสดงถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องซ้ำๆ ในอดีตที่ห่างไกล (farther past) จนถึงเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นตามมาในอดีตต่อมา (later past) ซึ่งใช้รูปกริยาเป็น Past Simple

2. ใช้วางไว้หน้าการกระทำในอดีตอีกอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงสาเหตุ (cause) และผลลัพธ์ (effect) กล่าวคือ ส่วนที่แสดงสาเหตุใช้รูป Past Perfect Continuous ส่วนที่แสดงผลลัพธ์ใช้ Past Simple
ตัวอย่าง
Jason was tired because he had been jogging.
เจสันเหนื่อย เพราะเขาได้วิ่งเหยาะๆ มา
Sam had been overeating so he gained weight.
แซมกินมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงมีน้ำหนักตัวเพิ่ม

ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 1,099 times, 1 visits today)