การใช้ HEAR and SEE ในภาษาอังกฤษ

หลักการใช้ hear และ see มีดังนี้
1. ใช้ hear/see + object + V.1/ V.ing
ตัวอย่าง
I heard him go down the stairs.
ผมได้ยินเขาเดินลงบันได
I heard him going down the stairs.
ผมได้ยินเขากำลังเดินลงบันได
หมายเหตุ: เมื่อเราใช้hear/see + object + V.1 แสดงว่าเราได้ยิน หรือเห็น การกระทำ หรือเหตุการณ์นั้น แต่มิได้เน้นที่สภาวการณ์กำลังกระทำเกิดขึ้นในขณะนั้น เป็นการกล่าวรวมๆ แต่เราใช้ hear/see + object + v.ing เมื่อเน้นที่สภาวการณ์กำลังกระทำเกิดขึ้น ลองเปรียบเทียบประโยคต่อ ไปนี้
A1 I saw her cross the road.
ผมเห็นเธอเดินข้ามถนน(จากซีกหนึ่งไปสู่อีกซีกหนึ่ง)
A2 I saw her crossing the road.
ผมเห็นเธอกำลังข้ามถนน (แสดงว่า เธอกำลังเดินอยู่กลางถนน และจะข้ามมาอีกฟากหนึ่งของถนน)
B1 I heard him play Chopin’s first ballade.
ผมได้ยินเขาเล่นโคลงบทแรกของโชแปง

B2 I heard him practising Chopin’s first ballade.
ผมได้ยินเขากำลังฝึกเล่นโคลงบทแรกของโชแปง
2. ใช้ hear/see + object + V.3 เมื่อมีความหมายเชิงถูกกระทำ (passive meaning)
ตัวอย่าง
I heard the word “suffer” repeated several times.
ผมได้ยินคำว่า suffer ถูกพูดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งหลายคราว
Have you ever seen a television thrown through a window?
คุณเคยเห็นโทรทัศน์ถูกโยนออกไปทางหน้าต่างหรือเปล่า
3. ใช้ heard/seen + to + V.1 เมื่ออยู่ในรูป passive forms (verb to be + V.3)
ตัวอย่าง
He was never heard to say “thank” in his life.
ไม่เคยมีใครได้ยินเขาเคยกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เลยในชีวิต
Justice must not only be done; it must be seen to be done. คนเราไม่ควรจะเพียงแต่มีความยุติธรรมอย่างเดียว แต่ควรจะแสดงความยุติธรรมออกมาให้เห็น
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 54 times, 1 visits today)