การใช้ COMMENCE, START, and BEGINในภาษาอังกฤษ

ทั้ง 3 คำ แปลว่า “เริ่มต้น” เหมือนกัน และเป็น verb ทั้งหมด แต่ใช้ต่างกันคือ โดยปกติ เราสามารถเลือกใช้ begin หรือ start ก็ได้โดยความหมายไม่ต่างกันแต่ประการใด
ตัวอย่าง
I started/began mountain climbing when I was eighteen.
ผมเริ่มต้นปีนเขา เมื่อผมอายุได้ 18 ปี
It’s no use waiting for Jane. Let’s start/begin.
ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรอเจน เราเริ่มกันเลยดีกว่า
Note : อย่างไรก็ตาม เรามักนิยมใช้ start ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ (informal style) มากกว่า begin ฉะนั้น ถ้าเราพูดว่า Damn, it’s starting to rain! จึงดูเป็นรรรมชาติดีกว่าที่จะพูดว่า Damn, it’s beginning to rain!
นอกจากนี้เรายังใช้ start ในกรณีต่อไปนี้ ได้แก่
(1) To start a journey เริ่มต้นออกเดินทาง
ตัวอย่าง
I think we ought to start at six, while the roads are still clear.
ผมคิดว่าเราควรจะเริ่มออกเดินทางเวลา 6.00 น. ขณะที่ถนนยังว่าง
(2) To start working for machines
สตาร์ทเครื่องยนต์
ตัวอย่าง
The car won’t start.
รถยนต์สตาร์ทไม่ติด
(3) To make machines start
ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติด
ตัวอย่าง
How do you start the washing machine?
เราจะสตาร์ทเครื่องซักผ้าอย่างไร
ส่วนคำว่า commence (คอมเม้นชฺ) มีวิธีการใช้แบบเดียวกับ begin แต่มีลักษณะเป็นทางการมากกว่า โดยปกติมักไม่นิยมใช้ในภาษาพูด
ตัวอย่าง
Term will commence on September 4th.
จะเริ่มเปิดเรียนวันที่ 4 กันยายน
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นว่าด้วยเรื่องของความหมาย ต่อไปนี้จะได้พูดถึงโครงสร้างทางไวยากรณ์ กล่าวคือ ถ้า commence ตามด้วยกริยาจะต้องเป็นกริยา เติม ing ส่วน start, begin ตามได้ทั้ง infinitive (to + verb) หรือ gerund (verb + ing) แต่ถ้าพูดถึงการกระทำที่ทำมานานจนเป็นนิสัยมักจะตามด้วย verb + ing
ตัวอย่าง
We commence building on March 18th.
เราเริ่มต้นงานก่อสร้างอาคารเมื่อวันที่ 18 มีนาคม
She sat down at the piano and started to play/playing.
เธอนั่งลงที่โต๊ะเปียโนและเริ่มต้นเล่นเปียโน
How old were you when you began playing the piano?
คุณเริ่มเล่นเปียโนเมื่ออายุเท่าไร
ที่มา:รองศาสตราจารย์ทณุ  เตียวรัตนกุล

(Visited 1,759 times, 8 visits today)