การใช้สำนวน“come home to roost”

“กรรมตามทัน (สนอง)”

ความหมาย

สิ่งไม่ดีที่ใครได้ทำ หรือพูดไว้จะกลับมาสู่ผู้นั้น

รูปคำ

สำนวนอังกฤษ กริยาวลี; สำนวนไทย ประโยค

ตัวอย่าง

His unkindness to his daughter came home to roost when she refused to look after him when he was old.

(Longman Dictionary of English Idioms)

“พ่อเลี้ยงที่ทารุณคนนั้น ถูกรถชนตายเสียแล้ว นี่แหละ เขาว่า กรรมตามทันละ ”

(ภาษา-พาสาร)

คำอธิบาย

สำนวนอังกฤษ “come home to roost” มาจากประโยคที่ว่า “someone’s chickens come home to roost” คำ ‘roost’ หมายถึง นอนหลับ ใช้กับสัตว์จำพวกไก่ นก การที่ลูกไก่กลับไปนอนที่เล้า เมื่อใช้เป็นสำนวน หมายถึงคำพูด หรือการกระทำที่ไม่ดี จะส่งผลกลับไปหาผู้พูดหรือผู้กระทำ ใครทำอะไรที่ไม่ดีเอาไว้ ก็จะได้รับผลของการกระทำนั้นกลับคืนไป

สํานวนไทย “กรรมตามทัน (สนอง)” มาจากความเชื่อเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม คนไทยซึ่งนับถือพุทธศาสนา มักจะเชื่อว่า ใครทำกรรมใดลงไป กรรมนั้นจะตามสนอง เพราะพระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” คำ ‘กรรม’ ในสำนวนนี้มักจะหมายถึง การกระทำที่ไม่ดี สำนวน “กรรมตามทัน (สนอง)” หมายถึง ใครเคยก่อกรรมทำเข็ญกับผู้อื่นมาก่อนจะได้รับกรรมนั้นตอบสนอง ไม่ช้าก็เร็ว

ในภาษาไทยมีสำนวนหลายสำนวนที่มีความหมายคล้ายคลึงกับ “กรรมตามทัน (สนอง)” อาจจะเป็นเพราะพุทธศาสนาสอนเน้นเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม สำนวนอื่น เช่น “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” หมายความว่า ใครเคยทำให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์ หรือ เคราะห์กรรม ทุกข์นั้นจะกลับมาหาคนทำ เช่น เขาเคยโกงเงินคนอื่นมา บัดนี้ตัวเขาเองถูกโกงบ้าง อยากให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

สำนวนไทย “กงเกวียนกำเกวียน” เปรียบกรรมกับล้อเกวียน ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่สามส่วน คือ ดุม กำ และ กง ดุมเป็นส่วนกลางของล้อเกวียน มีรูสำหรับสอดเพลา กำเป็นซี่ล้อ และกงเป็นลส่วนรอบของล้อ เรียกรวมทั้งหมดว่า กงเกวียน เวลาที่กงหมุนรอบเพลา กำก็หมุนตามไปด้วย ฉะนั้นเมื่อเป็นสำนวน หมายถึง กรรมติดตามสนองผู้กระทำกรรมนั้นเสมอไป เป็นกรรมสนองกรรม เช่น “ความทุกข์ของคนเรา เป็นผลของกรรมที่ทำไว้ อุปมาเหมือนกงเกวียนกำเกวียนที่หมุนเวียนตามกันอยู่ตลอดเวลา” (ภาษา – พาสาร)

‘‘วัวใครเข้าคอกใคร” สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า “วัวของใครเข้าคอกคนนั้น” มีความหมายสองประการ ความหมายแรกหมายถึง ส่วนของใครก็เป็นของผู้นั้น ไม่ก้าวก่ายกัน วัวของใครก็เข้าคอกของคนนั้น ไม่ยุ่ง เกี่ยวกัน ใครมีแรงมีกำลังทำอะไร ก็ทำไปตามกำลังความสามารถของตน ความหมายที่สองหมายถึง ใครทำอะไรไว้ ดีชั่วอย่างไรก็จะได้กับตัวเอง ความหมายนี้มีการเปรียบเทียบที่คล้ายคลึงกับสำนวนอังกฤษ “(chickens) come home to roost” ‘วัว’ ในที่นี้เปรียบกับการกระทำ ‘คอก’ เปรียบกับตัวบุคคลที่กระทำ ใครทำดี ความดีก็จะกลับไปหาคนทำ ใครทำชั่ว ความชั่วนั้นก็จะกลับไปหาคนทำเช่นกัน สำนวนอังกฤษเปรียบลูกไก่ (chickens) กับการกระทำซึ่งมักจะเป็นการกระทำที่ไม่ดี และ ‘บ้าน’ (home) หมายถึง บุคคลผู้กระทำ

สำนวนไทยอีกสำนวนหนึ่งคือ “หว่านพืชเช่นไรได้ผลเช่นนั้น” หมายความว่า คนเราทำกรรมอะไรไว้ก็จะได้รับกรรมนั้นตอบสนอง ‘พืช’ เปรียบกับการกระทำ ที่ได้ทำไว้ ‘ผล’ เป็นกรรมที่ตอบกลับพืชกับผลจะเหมอนกัน เช่นเดียวกับที่เราหว่านเมล็ดพืชอย่างใดอย่างหนึ่งลง ไปในดิน เช่น เมล็ดมะม่วง ต้นที่จะโตขึ้นมาก็เป็นต้นมะม่วง จะไม่มีทางเป็นต้นชมพู่ หรือต้นไม้ชนิดอื่น ตัวอย่างคุณไม่ต้องเสียใจที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี พยายามรักษาความดีที่มีอยู่ คนเราหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผล เช่นนั้น

สำนวนไทย ‘‘หว่านพืชเช่นไรได้ผลเช่นนั้น” มี ความหมายและการเปรียบเทียบคล้ายคลึงกับสำนวนอังกฤษ ‘‘sow the wind and reap the whirlwind” คือ หว่านสิ่งใดไว้ก็จะต้องเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น ใครทำไม่ดีอะไรไว้ ก็จะต้องได้รับผลกรรมนั้นตอบสนอง และผลกรรมนั้น ยิ่งเลวร้ายกว่าที่ตนได้ทำไป เพราะ ‘wind’ เป็นเพียง ลมธรรมดา ส่วน ‘whirlwind’ เป็นลมที่หมุนแรงและเร็ว มีอันตรายมากกว่าลมธรรมดา สำนวนนี้เป็นสำนวนที่ค่อนข้างจะล้าสมัยมาจากคัมภีร์ไบเบิล : “For they (Israel) have sown the wind and they shall reap the whirlwind.” (Hosea 8 : 7) ตัวอย่าง เช่น If the IRA (Irish Republican Army) be­lieve their cause is helped by massacres, they are deluding themselves. They have plunged into a blood bath of which they will be the ultimate victims. They have sown the wind and they shall reap the whirlwind. (Daily Mirror 2 Nov 74) ในสำนวนนี้ กริยา ‘sow’ มักจะใช้ในรูปกาลสมบูรณ์ (perfect tense) และกริยา ‘reap’ มัก จะใช้ในรูปอนาคตกาล (future tense)

(Visited 675 times, 1 visits today)