กล่าวต้อนรับสู่ประเทศไทย เป็นภาษาอังกฤษแก่ชาวต่างชาติ

Welcome to Thailand
เว้ลคัม ทู ไท้แลนด์
ขอต้อนรับสู่ประเทศไทย
A. CONVERSATION (บทสนทนา)
A: Hello Dr. Jacobson. Welcome to Thailand. I’m glad to meet you again.
เฮ้ลโล ด๊อคเทอร์ เจ๊ขอบซัน. เว้ลคัม ทู ไท้แลนด์. ไอม์ แกล๊ด ถุ มี้ท ยู อะเก๊น
สวัสดีครับ ดร.เจคอบสัน ขอต้อนรับสู่ประเทศไทย ผมดีใจที่พบคุณอีกครั้ง
B: Thank you very much. I’m glad to meet you too. I’m also very pleased you come to meet me at the airport.
แธ้งคิว ฟ์เว้รี มัช. ไอม์ แกล๊ด ถุ มี้ท ยู ทู้. ไอม อ๊อลโซ ฟ์เว้รี พลี้ซด์ หยุ คั้ม ถุ มี้ท มี แอท ดิ แอ๊ร์พอร์ท
ขอบคุณมาก ผมดีไจที่พบคุณเหมือนกัน และผมพอใจมากที่คุณมารับผมที่สนามบิน
A: Did you have a good flight?
ดิด หยุ แฮฟว์-อะ กูด ไฝลท์?
คุณเดินทางดีไหม?
B: Yes, I really did. It was a pleasant trip, and I enjoyed very much. The services in the plane were excellent.
เย้ซ, ไอ รี้เเอลลี ดิด. อิท ว้อซ-อะ เพล้ซซันท์ ทริพ, แอ่นด์ ไอ เอนจ๊อยด์ ฟ์เว้รี มัช. เดอะ เซิ้ร์ฟวิชเซซ อิน เดอะ เพล้น เวอร์ เอ๊กซ์เซลเลนท์
ครับ ดีจริงๆ มันเป็นการเดินทางที่สบายมาก และผมสนุกมาก การบริการบนเครื่องบินดีเยี่ยม
A: How many pieces of luggage have you got?
ฮาว แม้นนี พี้ซเซซ-ออฟ ลั้กเกจ แฮฟว์ ยู ก๊อท?
คุณมีกระเป๋ากี่ชิ้น?
B: Only two pieces on this cart, and one on my shoulder.
อ๊อนลี ทู้ พี้ซเซซ ออน ดิซ ค้าร์ท, แอ่นด์ วั้น ออน มาย โช้ลเดอร์
มีสองชิ้นเท่านั้นอยู่ในรถเข็นนี้ และอีกใบอยู่ที่ไหล่ของผม
A: Could I help you carry one?
คูล์ด ไอ เฮ้ลพ์ หยุ แค้ร์รี หวัน?
ผมช่วยถือใบได้ไหมครับ?
B: That’s all right. It’s not very heavy.
แดทส์ อ๊อล ไร้ท์. อิทส์ นอท ฟ์เว้รี เฮ้ฟวี
ไม่เป็นไร มันไม่หนักมาก
A: We’re going to walk through the gate over there. Would you please wait for me here? I’ll go and get my car in the parking lot under this building. I’ll be back in a few minutes.
วีเออร์ โก๊อิง ถุ ว้อล์ค ธรู เดอะ เก๊ท-โอ๊เวอร์ แด๊ร์. วูล์ด ยู พลี้ซ เว้ท ฟอร์ มี เหียร์? ไอล์ โก๊ แอ่นด์ เก๊ท มาย ค้าร์-อิน เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท อั๊นเดอร์ ดิซ บิ๊ลดิง. ไอล์ บี แบ๊ค อิน อะ ฟิ้ว มิ้นนิทส์
เราจะเดินผ่านประตูตรงโน้น คุณรอผมอยู่นี่ได้ไหมครับ? ผมจะไปเอารถของผมที่จอดรถใต้ตึกนี้ ผมจะกลับมาภายในสี่-ห้านาที
B: Why don’t we just go right to your car? I can carry my two suitcases and a shoulder bag without much difficulty. Is it far? Can we use the elevator?
วาย โด๊นท์ วี จั๊ซท์ โก๊ ไร้ท์ ถุ ยัวร์ ค้าร์? ไอ แคน แค้ร์รี มาย ทู้ ซุ้ทเคซเซซ แอ่นด์ อะ โช้ลเดอร์ แบ๊ก วิธเอ๊าท์ มัช ดิ๊ฟฟิคัลที. อิซ-อิท ฝาร์? แคน วี ยูซ ดิ เอ๊ลลิฟเวเถอร์?
ทำไมเราไม่ไปที่รถของคุณเลยล่ะ? ผมหิ้วกระเป๋าสองใบ และกระเป๋าสะพายไหล่หนึ่งใบได้โดยไม่ลำบากมาก มันอยู่ไกลไหม? เราใช้ลิฟท์ได้ไหม?
A: No, not very far. We can use the elevator down to the parking lot. But let me help you carry one of your suitcases. Please hand me one.
โน้, น้อท ฟ์เว้รี ฟ้าร์. วี แคน ยูซ ดิ เอ๊ลลิฟเวเทอร์ ด๊าวน์ ถุ เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท. บัท เล้ท มี เฮ้ลพ์ หยุ แค้ร์รี วั้น- ออฟ ยัวร์ ซุ้ทเคซเซซ. พลี้ซ แฮ้นด์ มี วั้น
ไม่ ไม่ไกลมาก เราใช้ลิฟท์ลงไปที่จอดรถได้ แต่ขอให้ผมช่วยถือกระเป๋าใบหนึ่ง โปรดยื่นมาให้ผมใบ
B: Here you are. Please take this smaller one.
เฮี้ยร์ ยู อ๊าร์. พลี้ซ เท้ค ดิซ สม้อลเลอร์ วั้น
นี่ครับ โปรดถือใบเล็กนี้
A: We’ve got to walk across the parking lot for a few blocks before we get to my car.
วีฟ์ว์ ก๊อท ทู ว้อล์ค-อะคร้อส เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท ฟอร์ อะ ฟิ้ว บล๊อคส์ บีฟอร์ วี เก๊ท ทู มาย ค้าร์
เราต้องเดินข้ามที่จอดรถสักสี่ห้าตอนก่อนถึงรถของผม
B: No problems. I can follow you, and please go right ahead.
โน้ พร้อบเลมซ์. ไอ แคน ฟ้อลโลว์ ยู้, แอ่นด์ พลี้ซ โก๊ ไร้ท- อะเฮ้ด
ไม่มีปัญหา ผมตามคุณได้ กรุณาเดินนำหน้าเลย
A: Here’s my car on your left.
เฮียร์ซ์ มาย ค้าร์ ออน ยัวร์ เล้ฟท์
นี้คือรถของผมที่ซ้ายมือของคุณ
B: You’ve got a very lovely car. Is a European make?
ยูฟ์ว์ ก๊อท อะ ฟ์เว้รี ลั้ฟว์ลี ค้าร์. อิซ-อิท อะ หยุโร้เพียน เหมก?
คุณมีรถสวยมาก มันเป็นรถยุโรปใช่ไหม?
A: Thank you. Yes, it’s an Italian car. Should we put all the luggage in the trunk? Then we can have enough room in the car.
แธ้งคิว. เย้ซ, อิทส์-แอ่น อิแท้เลียน ค้าร์. ชูล์ด วี พุท อ๊อล เดอะ ลักเกจ อิน เคอะ ทรั้งค์? เด๊น วี แคน แฮฟว์ อีนั้ฟ รู้ม อิน เดอะ ค้าร์
ขอบคุณมากครับ มันเป็นรถอิตาเลียน เราจะเอากระเป๋าทั้งหมดใส่ในท้ายรถดีไหม? แล้วเราจะมีที่เยอะในรถ
B: That’s a good idea.
แดทส์ อะ กู๊ด ไอเดี๊ย
เป็นความคิดที่ดี
B. VOCABULARY (คำศัพท์)
welcome (v)     เว้ลคัม    ต้อนรับ ขอต้อนรับ
glad (adj)     แกล๊ด    ดีใจ
pleased (adj)     พลี้ซด์    พอใจ
flight (n)         ไฟล้ท์    เที่ยวบิน
pleasant (adj)     เพล้ซเซนท์        สบาย น่าพอใจ
excellent (adj) เอ๊กซ์เซลเลนท์    ดีเยี่ยม
luggage (n)     ลั้กเกจ        สัมภาระ กระเป๋าเดินทาง
pieces of luggage     พี้ซเซซ ออฟ ลั้กเกจ    จำนวนชิ้นกระเป๋าเดินทาง
parking lot (n)         พ้าร์คคิง ล้อท        ที่จอดรถ
carry (v)             แค้ร์รี                ถือ หิ้ว
suitcases (n)         ซุ้ทเคซเซซ        กระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง
shoulder (n)         โช้ลเดอร์        บ่า ไหล่
difficulty (n)         ดิ๊ฟฟิคัลที        ความลำบาก ความยุ่งยาก
without much difficulty     วิธเอ๊าท์ มัช ดิ๊ฟฟิคัลที     โดยไม่มีความลำบาก
elevator (n)         เอ๊ลลิฟเวเทอร์    ลิฟท์
walk across (v)     ว้อล์ค-อะคร้อส    เดินข้าม
across (prep)         อะคร้อส        ข้าม
go ahead (v)         โก๊ อะเฮ้ด        เชิญเลย เดิน ไปเลย
lovely (adj)         ลั้ฟว์ลี        น่ารัก สวย
make (n)             เม้ค            ยี่ห้อ
European make (n)    ยุโร้เปียน เม้ค    ยี่ห้อยุโรป รถยุโรป
trunk (n)             ทรั้งค์            ท้ายรถ ที่เก็บของท้ายรถ
room (n)             รู้ม            ที่ว่าง
enough room (n)    อีนั้ฟ รู้ม        ที่ว่างพอเพียง
so that (conj)         โซ แดท        เพื่อว่า
C. EXPRESSIONS TO REMEMBER
(ประโยคที่ควรจำ)
1. I’m glad to meet you again.
ไอม์ แกล๊ด ถุ มี้ท ยู อะเก๊น
ผมดีใจที่ได้พบคุณอีกครั้ง
2. Thank you very much.
แธ้งคิว ฟ์เว้รี มัช
ขอบคุณมาก
3. I’m glad to meet you too.
ไอม์ แกล๊ด ถุ มี้ท ยู ทู้
ผมดีใจที่พบคุณเหมือนกัน
4. I’m also very pleased you come to meet me at the airport.
ไอม์ อ๊อลโซ ฟ์เว้รี พลี้ซด์ หยุ คั้ม ถุ มี้ท มี แอท ดิ แอ๊ร์พอร์ท
5. Did you have a good flight?
ดิด หยุ แฮฟว์-อะ กูด ไฝลท์?
คุณเดินทางดีไหม?
6. The services in the plane were excellent.
เดอะ เซิ้ร์ฟวิซเซซ อิน เดอะ เพล้น เวอร์ เอ๊กซ์เซลเลนท์
การบริการบนเครื่องบินดีเยี่ยม
7. How many pieces of luggage have you got?
ฮาว แม้นนี พี้ซเซซ-ออฟ ลั้กเกจ แฮฟว์ ยู ก๊อท?
คุณมีกระเป๋ากี่ชิ้น?
8. Could I help you carry one?
คูล์ด ไอ เฮ้ลพ์ หยุ แค้ร์รี หวัน?
ผมช่วยถือใบได้ไหมครับ?
9. That’s all right. It’s not very heavy.
แดทส์ อ๊อล ไร้ทN. อิทส์ น้อท ฟ์เว้รี เฮ้ฟวี
ไม่เป็นไร มันไม่หนักมาก
10. We’re going to walk through the gate over there.
วีเออร์ โก๊อิง ถุ ว้อล์ค ธรู เดอะ เก๊ท-โอ๊ฟเวอร์ แด๊ร์
เราจะเดินผ่านประตูทางโน้น
11. Would you please wait for me here?
วูล์ด ยู พลี้ซ เว้ท ฟอร์ มี เหียร์?
คุณรอผมอยู่ตรงนี้ได้ไหมครับ?
12. I’ll go and get my car in the parking lot under this building.
ไอล์ โก๊ะ แอ่นด์ เก๊ท มาย ค้าร์-อิน เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท อั๊นเดอร์ ดิซ
บิ๊ลดิง
ผมจะไปเอารถของผมที่จอดไว้ได้ตึกนี้
13. I’ll be back in a few minutes.
ไอล์ บี แบ๊ค อิน อะ ฟิ้ว มิ้นนิทส์
ผมจะกลับมาภายในสี่ห้านาที
14. Why don’t we just go right to your car?
ว้าย โด๊นท์ วี จัซท์ โก๊ ไร้ท์ ถุ ยัวร์ ค้าร์?
ทำไมเราไม่ไปที่รถของคุณเลยล่ะ?
15. Can we use the elevator?
แคน วี ยูซ ดิ เอ๊ลลิฟเวเทอร์?
เราจะใช้สิฟท์ได้ไหม?
16. We can use the elevator down to the parking lot.
วี แคน ยูซ ดิ เอ๊ลลิฟเวเทอร์ ด๊าวน์ ถุ เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท
เราจะใช้ลิฟท์ลงไปที่จอดรถได้
17. But let me help you carry one of your suitcases.
บัท เล้ท มี เฮ้ลพ์ หยุ แค้ร์รี วั้น-ออฟ ยัวร์ ซุ้ทเคซเซซ
แต่ให้ผมช่วยถือกระเป๋าใบหนึ่ง
18. Please hand me one.
พลี้ซ แฮ้นด์ มี วั้น
โปรดยื่นมาให้ผมใบ
19. Here you are.
เฮี้ยร์ ยู อ๊าร์
นี่ครับ
20. Please take this smaller one.
พลี้ซ เท้ค ดิซ สม้อณลอร์ วั้น
โปรดถือใบเล็กนี้
21. We’ve got to walk to the parking lot for a few blocks.
วีฟ์ ก๊อท ทู ว้อล์ค ทู เดอะ พ้าร์คคิง ล้อท ฟอร์ อะ ฟิ้ว บล๊อคส์
เราต้องเดินข้ามที่จอดรถสักสี่ห้าตอน
22. I can follow you, and please go right ahead.
ไอ แคน ฟ้อลโลว์ ยู้, แอ่นด์ พลี้ซ โก๊ ไร้ท์-อะเฮ้ด
ผมตามคุณได้ กรุณาเดินนำหน้าเลย
23. Here’s my car on your left.
เฮี้ยร์ซ์ มาย ค้าร์ ออน ยัวร์ เล้ฟท์
นี้คือรถของผมที่ซ้ายมือของคุณ
24. You’ve got a very lovely car.
ยูฟ์ว์ ก๊อท-อะ ฟ์เว้รี ลั้ฟว์ลี ค้าร์
คุณมีรถสวยมาก
25. Is it a European make?
อิซ-อิท อะ หยุโร้เพียน เหมค?
มันเป็นรถยุโรปใช่ไหม?
26. Yes, it’s an Italian car.
เย้ซ, อิทส์-แอน อิแท้เลียน ค้าร์
ครับ มันเป็นรถอิตาเลียน
27. Should we put all the luggage in the trunk?
ชูล์ด วี พุท อ๊อล เดอะ ลั้กเกจ อิน เดอะ ทรั้งค์?
เราจะเอากระเป๋าทั้งหมดใส่ในท้ายรถดีไหม?
28. Then we can have enough room in the car.
เด๊น วี แคน แฮ้ฟว์ อีนั้ฟ รู้ม อิน เดอะ ค้าร์
แล้วเราจะมีที่เยอะในรถ
29. That’s a good idea.
แดทส์ อะกู๊ด ไอเดี๊ย
เป็นความคิดที่ดี
D. POINTS OF ATTENTION
(ประเด็นที่ควรสนใจ)
1. การออกเสียง -V เสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย แต่อาจเทียบได้กับ ป และ ว ปนกัน เวลาเปล่งเสียงอักษรตัวนี้ จะต้องให้ฟันบนแตะริมฝีปากล่างไว้เมื่อหน้า กลาง หรือท้ายคำ ดังต่อไปนี้
provide        โพรฟไว้ด์        จัดให้
province        พร้อฟวินซ์        จังหวัด
prove        พรู้ฟว์        พิสูจน์
severe        เซฟเวี้ยร์        รุนแรง
volume        ฟ์ว้อลลุม        เล่ม ปริมาณ
vacation        ฟ์แวคเค้ชัน    วันหยุด การพักผ่อน
very            ฟ์เว้รี            มาก
have            แฮ้ฟว์        มี
given        กิ๊ฟเวน        ให้
river            ริฟเวอร์        แม่นํ้า
ever            เอ๊ฟเวอร์        เคย
never        เน้ฟเวอร์        ไม่เคย
2. การออกเสียง    -f เสียงนี้ในภาษาไทยเท่ากับ ฟ จึงออกเสียงนี้ไม่ยาก นอกจากเมื่ออยู่ท้ายคำจะต้องเปล่งเสียงให้ชัดด้วย ลองฝึกอ่านคำต่อไปนี้
half        ฮ้าล์ฟ    ครึ่ง
roof        รู้ฟ        หลังคา
left        เล้ฟท์        ซ้าย ทิ้งไว้
five        ไฟ้ฟ์ว์    ห้า
fill        ฟิ้ล        เติม บรรจุ
fail        เฟ้ล        ตก สอบตก ล้มเหลว
fun        ฟ้น        สนุก
fool        ฟู้ล        คนโง่
food        ฟู้ด        อาหาร
3. นามนับไม่ได้    ในภาษาอังกฤษมีนามบางตัวนับไม่ได้ และถือ เป็นนามรวม คำเหล่านี้ก็เป็นเอกพจน์เสมอ    เช่นคำต่อไปนี้
luggage         ลั้กเกจ        กระเป๋า
baggage         แบ๊กเกจ        กระเป๋า
furniture         เฟ้อร์นิเจอร์    โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเรือน
equipment     อควิ้พเมนท์    ครุภัณฑ์ อุปกรณ์หนัก
machinery     แมชี้นเนอรี        เครื่องจักรกล
advice         แอดฟ์ไว้ซ์        คำแนะนำ
information     อินฟอร์เม้ชัน    ข่าวสารข้อมูล
knowledge     โน้ว์เลดจ์        ความรู้
cake         เค้ค            ขนมเค้ก
coffee         ค้อฟฟี        กาแฟ
tea             ที้            ชา
beer         เบี๊ยร์            เบียร์
whisky         วิชคี            วิสกี้
ice             ไอ๊ซ์            นํ้าแข็ง
icecream         ไอ๊ซ์ครีม        ไอสครีม
milk             มิ้ลค์            นม
ดังตัวอย่างในประโยคต่อไปนี้
There is much luggage.
แดร์ อิซ มัช ลั้กเกจ
มีสัมภาระเดินทางมากมาย
There’s a lot of furniture in this room.
แดร์ซ์ อะ ล้อท ออฟ เฟ้อร์นิเจอร์ อิน ดิซ รู้ม
ในห้องนี้มีเครื่องเรือนมาก
ถ้าจะนับเป็นชิ้นจะต้องใช้วลีไปข้างหน้า a piece of…/pieces of…เช่น
I’ve got two pieces of luggage.
ไอฟ์ ก๊อท ทู้ พี้ซเซซ-ออฟ ลั้กเกจ
ผมมีกระเป๋าสองชิ้น
There’re many pieces of furniture in this room.
แดร์เออร์ แม้นนี พี้ซเซซ ออฟ เฟ้อร์นิเจอร์ อิน ดิซ รู้ม
ในห้องนี้มีเครื่องเรือนหลายชิ้น
4. กริยาไม่มี -to ในภาษาอังกฤษ กริยาแท้ในประโยคต้องมีตัว เดียว ส่วนกริยาอื่นอาจมี to นำหน้าเพื่อเป็นคำขยายเป็นส่วนใหญ่ แต่มีกริยาในภาษาอังกฤษบางตัวไม่ต้องมี to ซึ่งได้แก่กริยาต่อไปนี้
let        เล้ท        (ให้)
help        เฮ้ลพ์        (ช่วยเหลือ)
see        ซี้        (เห็น)
hear        เฮี้ยร์        (ได้ยิน)
watch    ว้อทช์    (ดู เฝ้าดู)
feel        ฟี้ล        (รู้สึก)
need        นี้ด        (ต้อง)
make    เม้ค        (ทำ)
have (someone do something)        แฮ้ฟว์    (ให้คนอื่นทำ…ให้)
เช่นในประโยคต่อไปนี้
1. Let me see it.
เล้ท มี ซี้ อิท
ขอฉันดูหน่อย
2. Please help me carry this bag.
พลี้ซ เฮ้ลพ์ มี แค้ร์รี ดิซ แบ๊ก
กรุณาช่วยฉันถือกระเป๋าใบนี้
3. He made me cry.
ฮี เม้ด มี คร้าย
เขาทำให้ฉันร้องไห้
4. She has students do much homework.
ชี้ แฮ้ซ สติ๊วเดนท์ส์ ดู๊ มัช โฮ้มเวิร์ค
เธอให้นักเรียนทำการบ้านมาก
5. กริยาต้องการกรรมสองตัว กริยาบางตัวในภาษาอังกฤษ
ต้องการกรรมสองตัว จึงจะได้ความสมบูรณ์ คำกริยาเหล่านี้ได้แก่
bring    บริ๊ง        (นำ…มาให้)
give        กิ๊ฟว์        (เอา…ให้)
get        เก๊ท        (เอา…มาให้)
hand        แฮ้นด์    (ส่ง…ให้)
leave    ลี้ฟว์        (ทิ้ง…ไว้ไห้)
offer        อ๊อฟเฟอร์    (เสนอ…ให้)
pass        พ้าส        (ผ่าน…มาให้)
send        เซ้นด์        (ส่ง…ให้)
take        เท้ค        (หยิบ…มาให้)
tell        เท้ล        (บอก…ให้)
read        รี้ด        (อ่าน…,ให้ฟัง)
buy        บ๊าย        (ซื้อ…ให้)
sell        เซ้ล        (ขาย…ให้)
fix        ฟิ๊กซ์        (ทำ…,ให้/ปรุง…ให้)
make    เม้ค        (ทำ…ให้)
show    โช้ว์        (แสดง…ให้ดู)
1. Please hand me a suitcase.
พลี้ซ แฮ้นด์ มี อะ ซุ้ทเคซ
โปรดส่งกระเป๋าเสื้อผ้าให้ผม
2. She bought her mother a book.
ชี บ๊อท เฮอร์ มัธเธอร์ อะ บุ๊ค
เธอซื้อหนังสือหนึ่งเล่มให้คุณแม่
3. She sent her brother a letter.
ชี เซ้นท์ เฮอร์ บรั้ธเธอร์ อะ เล้ทเทอร์
เธอได้ส่งจดหมายให้พี่ชาย
หมายเหตุ
1. กรรมที่อยู่ตามหลังกริยาเป็นนามหรือสรรพนาม กรรมที่อยู่ หลังเป็นกรรมตรง และที่อยู่หน้าเป็นกรรมรอง สำหรับกรรมรองอาจอยู่หลังบุรพบท
1. He gave me a book.
ฮี เก๊ฟว มี อะ บุ๊ค
เขาให้หนังสือแก่ผม
2. He gave a book to me.
ฮี เก๊ฟว์ อะ บุ๊ค ทู มี้
เขาให้หนังสือแก่ผม
3. She bought her mother a gift.
ชี บ๊อท เฮอร์ มัธเธอร์ อะ กิ๊ฟท์
เธอได้ซื้อของขวัญให้คุณแม่
4. She bought a gift for her mother.
ชี บ๊อท อะ กิ๊ฟท์ ฟอร์ เฮอร์ มัธเธอร์
เธอได้ซื้อของขวัญสำหรับคุณแม่
2. กรรมตรงและกรรมรอง จะเป็นสรรพนามทั้งสองตัวเรียงกันอยู่ ไม่ได้ สรรพนามที่เป็นกรรมรองจะต้องอยู่ตามหลังบุรพบท to หรือ for ดังต่อไปนี้
1. He teaches students English.
ฮี ที้ชเชซ สติ๊วเดนท์ส์ อิ๊งลิช
เขาสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน
2. He teaches them English.

ฮี ที้ชเชซ เดม อิ๊งลิช
เขาสอนภาษาอังกฤษให้แก่พวกเขา
3. He teaches English to students.
อี ที้ชเชซ อิ๊งลิช ทู สติ๊วเดนท์ส์
เขาสอนภาษาอังกฤษแก่นักเรียน
4. He teaches it to them.
ฮี้ ที้ชเชซ อิท ทู เด้ม
เขาสอนมันแก่พวกเขา
1. She bought her mother a gift.
ชี บ๊อท เฮอร์ มัธเธอร์ อะ กิ๊ฟท์
เธอได้ซื้อของขวัญให้คุณแม่
2. She bought her a gift.
ชี บ๊อท เฮอร์ อะ กิ๊ฟท์
เธอได้ซื้อของขวัญให้เธอ
3. She bought a gift for her.
ชี บ๊อท อะ กิ๊ฟท์ ฟอร์ เฮอร์
เธอซื้อของขวัญสำหรับเธอ
4. She bought it for her.
ชี บ๊อท อิท ฟอร์ เฮอร์
เธอได้ซื้อมันสำหรับเธอ
E. EXERCISES (แบบฝึกหัด)
1. จงอ่านคำต่อไปนี้ให้ถูกต้องและฝึกจนชำนาญ
province        พร้อฟวินซ์        จังหวัด
provide        โพรฟไว้ด์        จัดให้
provision        โพรฟวิชชัน    การจัดให้
prove        พรู้ฟว์        พิสูจน์
savings        เซ้ฟวิงซ์        การออมสิน
severe        เซฟเวี้ยร์        รุนแรง สาหัส
starve        สต๊าร์ฟว์        อด อดอาหาร
starvation        สตาร์ฟเว้ชัน    การอดอาหาร
vocation        ฟ์โวเค้ชัน        อาชีพ
vocational        ฟ์โวเค้ชันนัล    ทางอาชีพ
vocabulary    ฟ้โวแค้บบุลลารี    คำศัพท์
vacation        ฟ์แวคเค้ชัน    การหยุด การพักผ่อน
voyage        ฟ์ว้อยยาจ์        การเดินทาง
vowel        ฟ์ว้าวเอล        สระ
volunteer        ฟ์ว้อลล้นเทียร์    อาสาสมัคร
voluntary        ฟ์ว้อลล้นทะรี    สมัครใจ อาสาสมัคร
volume        ฟ์ว้อลลุม        เล่ม ปริมาณ
value        ฟ์แว้ลลู        ค่า
variety        ฟ์วะไร้เอที        ความแตกต่าง
very            ฟ์เว้รี            มาก
visit            ฟ์วิ้ซิท        การเยี่ยม
river            ริ้ฟเวอร์        แม่น้ำ
give            กิ๊ฟท์            ให้
never        เน้ฟเวอร์        ไม่เคย
2. อ่านคำต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
far            ฟ้าร์            ไกล
four            โฟ้ร์            สี่
fan            แฟ้น            พัด
foot            ฟุ้ท            เท้า
food            ฟู้ด            อาหาร
feel            ฟี้ล            รู้สึก
fail            เฟ้ล            ล้มเหลว ตก สอบตก
from            ฟรัม            จาก
fair            แฟ้ร์            ยุติธรรม งาม พอใช้
family        แฟ้มมิลี        ครอบครัว
funeral        ฟิ้วเนอรัล        งานศพ พิธีศพ
flight            ไฟล้ท์        การบิน เที่ยวบิน
finger        ฟิ้งเกอร์        นิ้วมือ
conference    ค้อนเฟอเรนซ์     การประชุม
laugh        ล้าฟ            หัวเราะ
enough        อีนั้ฟ            พอ
rough        รั้ฟ            ขรุขระ ไม่เรียบ
tough        ทั้ฟ            หยาบ เหนียว
left            เล้ฟท์            ซ้าย ทิ้งไว้
myself        มายเซ้ลฟ์        ตัวฉันเอง
yourself        ยัวร์เซ้ลฟ์        ตัวคุณเอง
half            ฮ้าล์ฟ        ครึ่ง
roof            รุ้ฟ            หลังคา
3. จงฝึกพูดประโยคสนทนาต่อไปนี้
1. A: I’ve got a piece of luggage.
ไอฟ์ว์ ก๊อท อะ พี้ซ ออฟ ลั้กเกจ
ผมมีกระเป๋าหนึ่งใบ
B: I’ve got two pieces of luggage.
ไอฟว์ ก๊อท ทู้ พี้ซเซซ ออฟ ลั้กเกจ
ผมมีกระเป๋าสองใบ
2. A: I’ve got a piece of baggage.
ไอฟ์ว์ ก๊อท อะ พี้ซ ออฟ แบ๊กเกจ
ผมมีกระเป๋าหนึ่งใบ
B: I’ve got two pieces of baggage.
ไอฟ์ว์ ก๊อท ทู้ พี้ซเซซ ออฟ แบ๊กเกจ
ผมมีกระเป๋าสองใบ
3. A: I need two pieces of equipment.
ไอ นี้ด ทู้ พี้ซเซซ ออฟ อีควิ้พเมนท์
ฉันมีครุภัณฑ์สองชิ้น
B: No, you need only a piece of equipment.
โน้, หยุ นี้ด อ๊อนลี อะ พี้ซ ออฟ อควิ้พเมนท์
ไม่ คุณต้องการครุภัณฑ์เพียงชิ้นเดียว
4. A: How many pieces of furniture do you need?
ฮ้าว แม้นนี พี้ซเซซ ออฟ เฟ้อร์นิเจอร์ ดุ หยุ นี้ด?
คุณต้องการเครื่องเรือนกี่ชิ้น?
B: I need only few pieces of furniture.
ไอ นี้ด อ๊อนลี ฟิ้ว พี้ซเซซ ออฟ เฟ้อร์นิเจอร์
ผมต้องการเครื่องเรือนเพียงสองสามชิ้น
5. A: How much information do you want?
ฮ้าว มัช อินฟอร์เม้ชัน ดุ หยุ ว้อนท์?
คุณต้องการข้อมูลข่าวสารมากแค่ไหน?
B: I want some information.
ไอ ว้อนท์ ซั้ม อินฟอร์เม้ชัน
ผมต้องการข้อมูลข่าวสารบ้าง
6. A: I think you’ve got much knowledge.
ไอ ธิ้งค์ ยูฟ์ว์ ก๊อท มัช โน้ว์เลดจ์
ผมคิดว่าคุณมีความรู้มาก
B: No, I’ve got only very little knowledge.
โน้, ไอฟ์ว์ ก๊อท อ๊อนลี ฟ์เว้รี ลิ้ทเทิล โน้ว์เลดจ์
ไม่ ผมมีความรู้น้อยมาก
7. A: Could you give me some advice?
คูล์ด หยุ กิ๊ฟว์ มี ซั้ม แอดฟ์ใหวซ์?
คุณให้คำแนะนำผมได้ไหมครับ?
B: Yes, but I can give you only a little advice.
เย้ซ, บัท ไอ แคน กิ๊ฟว์ หยุ อ๊อนลี อะ ลิ้ทเทิล แอดฟ์ไว้ซ์
ครับ แต่ผมให้คำแนะนำคุณได้นิดหน่อยเท่านั้น
8. A: Have you got much machinery in your store?
แหฟ หยุ ก๊อท มัช แมชี้นเนอรี อิน ยัวร์ สต๋อร์?
คุณมีเครื่องจักรในร้านมากไหม?
B: No, we’ve got only a few pieces of old machinery.
โน้, วีฟ์ว์ ก๊อท อ๊อนลี อะ ฟิ้ว พี้ซเซซ ออฟ โอ๊ลด์ แมชิ้นเนอรี
ไม่ พวกเรามีเครื่องจักรเก่าไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
9. A: Would you like to have some cake?
วูล์ด หยุ ไล้ค์ ถุ แฮ้ฟว์ ซั้ม เค้ค?
คุณต้องการรับประทานขนมเค้กบ้างไหม?
B: Yes, but please give me just a small piece of cheese-cake.
เย้ซ, บัท พลี้ซ กิ๊ฟว์ มี จั๊ซท์ อะ สม้อล พี้ซ ออฟ ชิ้ซ-เค้ค
ครับ แต่ผมขอขนมเค้กเนยชิ้นเล็กก็พอ
10. A: Don’t put too much whisky in my drink.
โด๊นท์ พุท ทู้ มัช วิชคี อิน มาย ดริ๋งค์?
อย่าใส่เหล้าในเครื่องดื่มของผมมากเกินไป
B: No, I’ve just put a few drops in it.
โน้, ไอฟ์ว์ จั๊ซท์ พุท อะ ฟิ้ว ดร๊อพส์ อิน อิท
ไม่ ผมใส่ไปไม่กี่หยดเท่านั้น
4. จงฝึกพูดประโยคสนทนาต่อไปนี้
1. A: Please bring me a glass of water.
พลี้ซ บริ๊ง มี อะ กล๊าส-ออฟ ว้อเทอร์
ขอนํ้าเย็นแก้วหนึ่ง
B: Yes, I’ll bring you a glass of water right now.
เย้ซ, ไอล์ บริ๊ง ยู อะ กล๊าส-ออฟ ว้อเทอร์ ไร้ท์ นาว
ครับ ผมจะนำน้ำหนึ่งแก้วมาให้เดี๋ยวนี้
2. A: Please get me some stamps.
พลี้ซ เก๊ท มี ซั้ม สแต๊มพ์ส์
ขอสแตมป์ให้ผมด้วย
B: I’ll get them for you this afternoon.
ไอล์ เก๊ท เดม ฟอร์ ยู ดิซ อั้ฟเทอร์นูน
ผมจะนำมาให้บ่ายนี้
3. A: Please give me that book.
พลี้ซ กิ๊ฟว์ มี แดท บุ๊ค
ขอหนังสือเล่มนั้นให้ฉันหน่อย
B: Sorry, I can’t give you that book.
ซ้อร์รี, ไอ ค้านท์ กิ๊ฟว์ ยู แดท บุ๊ค
ขอโทษ ผมให้หนังสือเล่มนั้นคุณไม่ได้
4. A: Please hand her your paper.
พลี้ซ แฮ้นด์ เฮอร์ ยัวร์ เพ้เพอร์
โปรดส่งกระดาษของคุณให้เธอ
B: I’m sorry I can’t hand it to her at this moment.
ไอม์ ซ้อร์รี ไอ ค้านท์ แอ้นด์ อิท ถุ เฮอร์ แอท ดิซ โม้เมนท์
ขอโทษ ผมส่งให้เธอตอนนี้ไม่ได้
5. A: Would you like to leave him a message?
วูล์ด ยู ไล้ค์ ถุ ลี้ฟว์ ฮิม อะ แม้ซเสจ?
คุณต้องการฝากข้อความไว้ให้เขาไหม?
B: Yes, please tell him to send us the tickets.
เย้ซ, พลี้ซ เท้ล ฮิม ถุ เซ้นด์ อั้ซ เดอะ ทิคเคทส์
ครับ กรุณาบอกเขาให้ส่งตัวมาให้พวกเราด้วย
6. A: Could I offer you something to drink?
คูล์ด ไอ อ๊อฟเฟอร์ ยู ซั้มธิง ทู ดริ๊งค์?
คุณจะดื่มอะไรบ้างไหมครับ?
B: Yes, please make us some Chinese tea.
เย้ซ, พลี้ซ เม้ค อั้ซ ซั้ม ไช้นีช ที้
ครับ พวกเราขอนํ้าชาจีน
7. A: What’s wrong with her? Please tell us her
story.
ว้อทส์ ร้อง วิธ เฮ้อร์? พลี้ซ เท้ล อั้ซ เฮอร์ สต๊อรี
เธอเป็นอะไรไป? กรุณาเล่าเรื่องเธอให้พวกเราฟังบ้าง
B: No, I can’t tell you her story. It’s a secret.
โน้, ไอ ค้านท์ เท้ล ยู เฮอร์ สต๊อรี. อิทส์ อะ ซี้เครท
ไม่ ผมเล่าเรื่องเธอให้คุณฟังไม่ได้ มันเป็นความลับ
8. A: Please read us her letter then.
พลี้ซ รีด อั้ซ เฮอร์ เล้ทเทอร์ เด๊น
งั้นอ่านจดหมายของเธอให้เราฟังหน่อย
B: No, I can’t do it either. It’s confidential.
โน้, ไอ ค้านท์ ดู๊ อิท ไอ๊เธอร์. อิทส์ คอนฟิเด้นเทียล
ไม่ ผมทำไม่ได้เหมือนกัน มันเป็นความลับ
9. A: You feel not very hungry, so I’ll fix you a sandwich.
ยู ฟี้ล น้อท ฟ์เว้รี ฮั้งกรี, โซ ไอล์ ฟิกซ์ ยู อะ แซ้นด์วิช
คุณรู้สึกไม่หิวมากนัก ดังนั้น ดิฉันจะทำแซนด์วิชให้คุณ
B: Yes, but please fix me a small piece.
เย้ซ, บัท พลี้ซ ฟิกซ์ มี อะ สม้อล พี้ซ
ครับ แต่ขอทำให้ผมชิ้นเล็กๆ
10. A: Please pass me salt and pepper.
พลี้ซ พ้าส มี ซ้อลท์ แอ่นด์ เพ้พเพอร์
ขอเกลือกับพริกไทยให้ผมหน่อย
B: Here you are. Could I pass you fish sauce too?
เฮี้ยร์ ยู อ๊าร์. คูล์ด ไอ พ้าส ยู ฟิช ซ้อซ ถู?
นี่ไงครับ ผมส่งน้ำปลาให้ด้วยไหมครับ?
11. A: I bought my father a tie and a shirt.
ไอ บ๊อท มาย ฟ้าเธอร์ อะ ไท้ แอ่นด์ อะ เชิ้ร์ท
ผมได้ซื้อเนคไทและเสื้อให้คุณพ่อ
B: Did they sell them to you in a good price?
ดิด เดย์ เซ้ล เดม ทู ยู อิน อะ กู๊ด ไผรซ์?
เขาขายให้คุณในราคาดีไหม?
12. A: Please take your teacher this report.
พลี้ซ เท้ค ยัวร์ ที้ชเชอร์ ดิซ รี้พอร์ท
กรุณานำรายงานนี้ไปให้คุณครู
B: Yes, I’ll take him this report.
เย้ซ, ไอล์ เท้ค ฮิม ดิซ รี้พอร์ท
ครับ ผมจะนำรายงานนี้ไปให้เขา
5. จงฝึกพูดประโยคสนทนาต่อไปนี้
1. A: Please bring me a book.
พลี้ซ บริ๊ง มี อะ บุ๊ค
กรุณานำหนังสือมาให้ผม
B: Yes, I’ll bring a book to you.
เย้ซ, ไอล์ บริ๊ง อะ บุ๊ค ทู ยู้
ครับ ผมจะนำหนังสือมาให้คุณ
2. A: Please give me some water to drink.
พลี้ซ กิ๊ฟว์ มี ซั้ม ว้อเทอร์ ทู ดริ๊งค์
กรุณาขอน้ำให้ผมดื่มบ้าง
B: Yes, I’ll give some water for you to drink.
เย้ซ, ไอล์ กิ๊ฟว์ ซั้ม ว้อเทอร์ ฟอร์ ยู ทู ดริ๊งค์
ครับ ผมจะให้น้ำคุณดื่มบ้าง
3. A: Please get me a knife.
พลี้ซ เก๊ท มี อะ ไน้ฟ์
กรุณานำมีดมาให้ผมหน่อย
B: Yes, I’ll get a knife for you.
เย้ซ, ไอล์ เก๊ท อะ ไน้ฟ์ ฟอร์ ยู
ครับ ผมจะไปนำมีดมาให้คุณ
5. A: Please hand me your letter.
พลี้ซ แฮ้นด์ มี ยัวร์ เล้ทเทอร์
กรุณายื่นจดหมายของคุณให้ผม
B: Yes, I’ll hand my letter to you.
เย้ซ, ไอล์ แฮ้นด์ มาย เล้ทเทอร์ ทู ยู้
ครับ ผมจะยื่นจดหมายของผมให้คุณ
6. A: Please leave me some money.
พลี้ซ ลี้ฟ มี ซั้ม มั้นนี
กรุณาทิ้งเงินไว้ไห้ฉันบ้าง
B: Yes, I’ll leave some money for you.
เย้ซ, ไอล์ ลี้ฟว์ ซั้ม มั้นนี ฟอร์ ยู้
ครับ ผมจะทิ้งเงินไว้ไห้คุณบ้าง
7. A: He offered me a glass of wine.
ฮี อ๊อฟเฟอร์ด์ มี อะ กล๊าส-ออฟ ไว้น์
เขายื่นไวน์ไห้ผมแก้วหนึ่ง
B: Did he really offer you a glass of wine?
ดิด ฮี รี้แอลลี อ๊อฟเฟอร์ อะ กล๊าส-ออฟ ไว้น์ ทู หยู?
เขายื่นไวน์ให้คุณแก้วหนึ่งจริงหรือ?
8. A: Please send me a letter.
พลี้ซ เซ้นด์ มี อะ เล้ทเทอร์
กรุณาส่งจดหมายถึงผมบ้าง
B: Yes, I’ll send a letter to you.
เย้ซ, ไอล์ เซ้นด์ อะ เล้ทเทอร์ ทู ยู้
ครับ ผมจะส่งจดหมายถึงคุณ
9. A: Please buy me some flowers.
พลี้ซ บ๊าย มี ซั้ม ฟล้าวเออร์ซ์
กรุณาซื้อดอกไม้มาให้ผมบ้าง
B: Yes, I’ll buy some flowers for you.
เย้ซ, ไอล บ๊าย ซั้ม ฟล้าวเออร์ซ์ ฟอร์ ยู้
ครับ ผมจะซื้อดอกไม้ให้คุณบ้าง
6. จงฝึกพูดบทสนทนาต่อไปนี้
1. A: Please bring me a book.
พลี้ซ บริ๊ง มี อะ บุ๊ค
กรุณานำหนังสือมาให้ผมหน่อย
B: All right, I’ll bring it to you.
ออล ไร้ท์, ไอล์ บริ๊ง อิท ทู ยู้
ครับ ผมจะนำมันมาให้คุณ
3. A: Please give me some water to drink.
พลี้ซ กิ๊ฟว์ มี ซั้ม ว้อเทอร์ ทู ดริ๊งค์
กรุณาให้น้ำผมดื่มหน่อย
B: All right, I’ll give it for you to drink.
ออล ไร้ท์, ไอล์ กิ๊ฟว์ อิท ฟอร์ ยู้ ถุ ดริ๊งค์
ครับ ผมจะให้คุณดื่ม
3. A: Please get me a knife.
พลี้ซ เก๊ท มี อะ ไน้ฟ์
กรุณานำมีดมาให้ผมหน่อย
B: All right, I’ll get it for you.
ออล ไร้ท์, ไอล์ เก๊ท อิท ฟอร์ ยู
ครับ ผมจะนำมันมาให้คุณ
4. A: Please hand me your letter.
พลี้ซ แฮ้นด์ มี ยัวร์ เล้ทเทอร์
กรุณายื่นจดหมายของคุณให้ผม
B: All right, I’ll hand it to you.
ออล ไร้ท์, ไอล์ แฮ้นด์ อิท ทู ยู้
ครับ ผมจะยื่นมันไห้คุณ
5. A: Please leave me some money.
พลี้ซ ลี้ฟว์ มี ซั้ม มั้นนี
กรุณาทิ้งเงินไว้ให้ผมบ้าง
B: All right, I’ll leave it for you.
ออล ไร้ท์, ไอล์ ลี้ฟว์ อิท ฟอร์ ยู้
ครับ ผมจะทิ้งมันไว้ให้คุณ
6. A: He offered me a glass of wine.
ฮี อ๊อฟเฟอร์ด์ มี อะ กล๊าส-ออฟ ไว้น์
เขายื่นไวน์ให้ผมหนึ่งแก้ว
B: Did he really offer it to you?
ดิด ฮี รี้แอลลี อ๊อฟเฟอร์ อิท ทุ หยู?
เขายื่นมันให้คุณจริงหรือ?
7. A: Please buy me some flowers.
พลี้ซ บ๊าย มี ซั้ม ฟล้าวเออร์ซ์
กรุณาซื้อดอกไม้ให้ผมบ้าง
B: All right, I’ll buy them for you.
ออล ไร้ท์, ไอล์ บ๊าย เดม ฟอร์ ยู้
ครับ ผมจะซื้อมันสำหรับคุณ
ที่มา:ดร.สุนทร  โคตรบรรเทา

(Visited 1,845 times, 1 visits today)